วัดหนองป่าพง ต.วารินชำราบ อุบลราชธานี
บันทึกภาพเมื่อ : 3 ธค. 57
หลวงพ่อชา สุภทโท เดิมชื่อ ชา ช่วงโชติ เกิดที่บ้านจิกก่อ ต.ธาตุ อ.วารินชำรา เป็นผู้มีจิตฝึกใฝ่ในธรรมตั้งแต่เด็ก ศึกษาปริยัติธรรมและ วิปัสสนาจากหลายสำนัก ท้ายสุดเดินทางจารึกไปพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดหนองผือนาใน อ.พรรฌานิคม จ.สกลนคร เกิดความศรัทธาเลื่อมใส และยึดถือแนวปฎิบัติ หลวงพ่อชาได้ทดลองปฎิบัติ ภาวนาในสถานวิเวกต่างๆ อาทิ ป่าช้า ป่าดงดิบ รวมระยะเวลาการออกธุดงค์เป็นเวลา 8 ปี (พ.ศ.2489 - 2497 ) พศ.2497 จึงออกมาตั้งวัดหนองป่าพง
ระหว่างที่มาอยู่วัดหนองป่าพง หลวงพ่อได้ยึดหลักคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสว่า "ทำตนให้ตั้งอยู่ในคุณธรรมสมควรเสียก่อน แล้วจึงสอนคนอื่นที่หลัง จึงจะไม่เป็นบัณฑิตสกปรก" ฉะนั้นไม่ว่าจะทำกิจวัตรอันใด เช่น การกวาดลานวัด จัดที่ฉัน ล้างบาตร นั่งสมาธิ ตักน้ำ ทำวัตร หลวงพ่อจะลงมือทำเป็นตัวอย่างของศิษย์โดยยึดหลักว่า "สอนคนด้วยการทำให้ดู ทำเหมือนพูดพูดเหมือนทำ" ดังนั้นศิษย์ และญาติโยมจึงเกิดความเคารพเลื่อมใสในปฏิปทาที่หลวงพ่อดำเนินอยู่
สถานที่สำคัญที่ควรเข้าไปศึกษาได้แก่ 1.พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร 2.ศาลาที่ระหว่างทางจะมีป้ายธรรมะตลอดทาง 3.เจดีย์พระโพธิญาณเถร 4.พระอุโบสถ
ภายในศาลาที่ใช้แสงจากธรรมชาติ จึงค่อนข้างมืด ถ้าใครไปที่วัดป่านานาชาติ จะพบว่า อาสนะสำหรับสงฆ์ทำด้วยหินขัดยกพื้นเหมือนกัน ความจริงด้านในค่อนข้างมืด ที่เห็นจากภาพสว่างเนื่องจากปรับ highlight และ Shadow ด้วย Lr เพื่อให้สว่างขึ้น
ธรรมาสที่ใช้เทศน์ ถ้าไปที่วัดป่านานาชาติ ธรรมมาสที่ใช้เทศก็มีลักษณะเดียวกันกับวัดหนองป่าพง
ดอกกล้วยไม้ที่ปลูกอยู่หน้าศาลา
เจดีย์พระโพธิญาณเถร สถาปัตยกรรมของผสมระหว่างอีสานกับล้านช้าง องค์เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมตั้งอยู้บนฐานกลม มีทางเข้า 4 ทิศ ซึ่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา ได้สร้างเพื่อบรรจุอัฐิของหลวงปู้ชา ซึ่งมรณภาพเมื่อ 16 มค.35
ที่มา : ภาพจาก Web site Ubon Magic Photo

ที่มา : ภาพจากWeb Site
หลวงปู่ชา สุภัทโท เกิดเมื่อปี 2461 ที่ อ.วารินชำราบ อุปสมบท เมื่อ 2482 แล้วเลือกสายพระป่า ธุดงดฺไปหลายแห่ง จนท้ายที่สุดกลับมาที่ วัดหนองป่าพง จังหวัด อุบลราชธานี ในปี 2497 และมรณภาพ 16 มค.35
ที่มา : ภาพจาก web site
เป็นอุโบสถอเนกประสงค์สมัยใหม่ที่เอื้อต่อประโยชน์ใช้สอย พื้นอุโบสถยกลอยจากพื้นดิน เบื้องล่างเป็นถังเก็บน้ำฝนตัดสิ่งประดับฟุ่งเฟื่อย อาทิ ช่อฟ้า ใบระกา ไม่มีผนังประตูหน้าต่าง สามารถจุคนได้จำนวนประมาณ 200 กว่าคน เสาอาคารและผนังประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผา อีสานจากบ้านด่านเกวียนวิหาร เป็นลักษณะศิลปแบบอีสานเรียบง่ายแต่เน้นประโยชน์ใช้สอย สามารถจุประชาชนได้ เป็นนับพันคน
พระอุโบสถ วัดหนองป่าพง สร้างสูงจากพื้นที่วัด 4 เมตร ด้านล่างเป็นถังเก็บน้ำ ไม่เน้นประตู หน้าต่าง หรือผนัง เพื่อความประหยัด
ที่มา : ภาพจาก web site

ที่มา : ภาพจาก web site