หอเทียนถาน (Tiantan = Temple of Heaven Park )
บันทึกภาพเมื่อ : 28 กย. 56
มุ่งหน้าสู่หอเทียนถานที่อยู่ในกรุงปักกิ่ง โดยภายในจะมีสถานที่น่าสนใจ 3 ที่ คือ แท่นบวงสรวง (หยวนชิว) หอเก็บป้ายของเง็กเซียนฮ่องเต้ และฉี่เหนียนเตี้ยน (ตำหนักสักการะ)
ซื้อบัตรเข้าชมคนละ 35 หยวน
เดินเข้าประตูเพื่อจะตรงไปเข้าดู แท่นบูชาฟ้าหรือหยวนชิว ก่อน
มังกรคู่ โอบต้นไม้และดอกไม้
Closed up ให้เห็นมังกรชัดๆ
กระถางต้นไม้ระหว่างทาง
ถึงแท่นบวงสรวงฟ้า หรือ หยวนชิว โดยสถาปัตยกรรมที่นี่มักจะทำในรูปวงกลม
ขึ้นสู่แท่นบวงสรวงฟ้า โดยฮ่องเต้จะทำพิธีที่แท่งบวงสรวงฟ้าปีละ 2 ครั้งคือ หน้าหนาว และหน้าร้อนเพื่อขอฝน เพื่อให้พืชผลอุดมสมบูรณ์และประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
ปากมังกรได้เจาะรูเพื่อทำเป็นทางระบายน้ำ
คำบรรยายถึง Heavenly center Stone หรือ แท่นหินศูนย์กลางสวรรค์ โดยศูนย์กลางมีแท่นหิน จากนั้นก็มีหินเรียงเป็นชั้นๆ ชั้นแรก 9 ก้อน ชั้นต่อมา 18 ก้อน ทั้งหมด 9 ชั้นโดยชั้นนอกมี 81 ก้อน เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงสวรรค์ชั้น 9 ซึ่งเป็นที่อยู่ของเง็กเซียงฮ่องเต้ เชื่อว่าถ้ายืนอธิฐานและพูดที่แท่นบวงสรวงที่อยู่ศูนย์กลาง เสียงจะสะท้อนกึกก้องไปถึงสวรรค์
แท่นบวงสรวง โดยมีนักท่องเที่ยวยืนแอ๊กท่าถ่ายรูป สมัยก่อนเป็นตำแหน่งที่ฮ่องเต้ยืนถือป้ายเง็กเซียงฮ่องเต้ บวงสรวงอธิฐานที่นี่ ให้สังเกตแผ่นหินรอบแท่นตรงกลางที่เป็นชั้นๆ จำนวน 9 ชั้น โดยชั้นแรกประกอบด้วยหิน 9 ก้อน ชั้นสุดท้าย 81 ก้อน
เดินลงจากแท่บนวงสรวงฟ้า เพื่อไปยัง อาคารที่เก็บป้ายของเง็กเซียงฮ่องเต้
เดินเข้าจุดที่เก็บบัตรเข้าชม
ผ่านเข้าประตู
ตำหนักหวงฉุงยูว์" หรือ"หอเทพสถิต เป็นอาคารทรงวงกลมคือที่เก็บป้ายของเทพสถิตทั้งหลาย รวมถึงป้ายของเง็กเซียงฮ่องเต้ อาคารสูง 19.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางที่ฐาน 15.6 เมตร สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง
ภายในอาคารวงกลมเก็บป้าย
น่าจะเป็นป้ายของเง็กเซียงฮ่องเต้ ป้ายนี้ฮ่องเต้จะถือเวลาบวงสรวงบนแท่น เสร็จพิธีก็นำมาเก็บ สถาปัตย์เป็นรูปวงกลมเหมือนกัน
ลวดลายด้านบน
อาคารบริวาลภายใน ไม่ทราบว่าทำหน้าที่อะไร
สำหรับกำแพงสะท้อนเสียงที่มีชื่อเสียงเรืองนามไปทั่วโลกนั้นก็เป็นกำแพงทรงกลมรอบนอกของหอเทพสถิต มีความยาว 193.2 เมตร สูง 3.7 เมตร และหนา 0.9 เมตร สามารถส่งผ่านเสียงผ่านไปถึงผู้ยืนอยู่ที่กำแพงฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน แม้เสียงนั้นจะเบาราวกับเสียงกระซิบระหว่างคู่รักกันก็ตาม
เดินออกด้านนอก จะผ่านต้นสนมากมาย ใน web บอกต้นไป๋ ไม่รู้ว่าต้นสนกับต้นไป๋ต้นเดียวกันหรือไม่
ที่ต้นสนจะติดป้าย ถ้าป้ายแดงแสดงว่าอายุ 300 ปีขึ้นไป
เดินออกมานอกรั้ว มองเห็นยอดหอเทพสถิตที่อยู่ด้านใน
ถ่ายรูปแบบจำลองหอเทียนถานที่ขายใน gift shop
ต้นสนต้นใหญ่มาก
เดินเข้าประตูเพื่อที่จะไปที่ ฉี่เหนียนเตี้ยน" หรือ "ตำหนักสักการะ ที่เป็น High Light ของที่นี่
ก่อนจะไปถึง ฉี่เหนียนเตี้ยน" หรือ "ตำหนักสักการะ ต้องเดินผ่าน สะพานตันปี้" ที่มีความยาว 360 เมตรและมีความกว้าง 30 เมตรนั้นเป็นทางเชื่อมระหว่างตำหนัก "ฉีเหนือนเตี้ยน" กับ "แท่นบวงสรวงฟ้า" โดยทางเดินที่เหยียดยาวจากด้านใต้ที่สูงเพียง 1 เมตรนั้น จะค่อยๆเพิ่มความสูงขึ้นจนไปสูงสุดที่จุดหมายปลายทางด้านเหนือที่มี ความสูงถึง3เมตรได้แฝงความหมายสำคัญเอาไว้ว่าในแต่ละก้าวที่องค์จักรพรรดิ์เสด็จย่ำพระบาทผ่านมาบนเส้นทางสายนี้ จะค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปสู่สรวงสวรรค์ ซึ่งถูกเรียกว่า"เสินเต้า"หรือ"ทางศักดิ์สิทธิ์"เป็นทางเดินของสวรรค์และเทพเทวดาองค์ต่าง ๆ โดยถนนฝั่งซ้ายสำหรับองค์จักรพรรดิเสด็จผ่าน ส่วนถนนฝั่งขวาสำหรับขุน นางชั้นผู้ใหญ่
Zoom ให้เห็นประตูด้านหน้าที่อยู่อีกไกล
ระหว่างทางที่เดินบนสะพานตันปี้
ใกล้จะถึงประตูเพื่อจะไปถึง ตำหนักสักการะแล้ว
ใกล้จะถึงประตูทางเข้าแล้ว
มีอาคารอยู่ 2 ข้าง และ ตำหนักสักการะอยู่ตรงกลาง นี่เป็นอาคารข้างซ้าย เก็บภาพวาดพิธีบวงสรวง ส่วนด้านขวาทำเป็นพิพิธภัณฑ์
ฉี่เหนียนเตี้ยน" หรือ "ตำหนักสักการะ สร้างเป็นรูปวงกลมอีกแล้ว สถาปัตยกรรมที่นี่ไม่ว่าจะเป็น แท่นบวงสรวง หอเทพสถิต หรือ ตำหนักสักการะ ล้วนเป็นรูปวงกลม แสดงสัญญลักษณ์ของปรากฏการแห่งดวงดาว
"ฉีเหนียนเตี้ยน" หรือ "ตำหนักสักการะ" เป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกลักษณ์ของจีนและก็เป็นสิ่ง ปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่สวยงามและโดดเด่นที่สุดในเทียนถาน เป็นสถานที่สำหรับบวงสรวงฟ้า เพื่อขอให้พืชพันธ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ตำหนักนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง32เมตรและมีความสูงราว 40 เมตร เป็นตำหนักทรงกลมโครงไม้โดยมีหลังคาลักษณะพิเศษที่ไม่มีคานไม้เลย โดยรูปทรงเหมือนหมวกแมนจู
Zoom ให้เห็นป้ายชื่อ อ่านว่า ฉี่เหนียนเตี้ยน
ทางขึ้นตรงกลาง เป็นหินอ่อน รูป หงส์ ?
Zoom ให้เห็นรูปหงส์ ให้ชัด
บริเวณระเบียงด้ายนอก
หลังคาสีฟ้า เพื่อให้เข้ากับขอบฟ้า ปกติหลังคาที่ฮ่องเต้สร้างมักใช้สีเหลือง
ถ่ายรูปเข้าไปด้านใน เห็นรูปปั้น เป็นรูปวัว ถาม guide ได้คำตอบว่า ชาวแมนจู จะบูชาด้วยวัว
ส่วนเสาใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางห้องโถงทั้ง 4 เสานั้นต่างมี ความสูงราว 20 เมตร เป็นสัญลักษณ์แห่งความหมายของ 4 ฤดูกาลในรอบหนึ่งปีนั่นเอง อีก 12 เสาที่เล็กกว่าซึ่งก็ตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของฉีเหนียนเตี้ยนเช่นกันนั้น เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเดือนทั้ง 12 เดือนในรอบหนึ่งปีนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีอีก12เสาที่รวมเข้าอยู่กับกำแพงของ "ฉีเหนียนเตี้ยน" ด้วยกันซึ่งมีความหมายว่า วันหนึ่งมี 12 ช่วงและแต่ละ ช่วงในอดีตนั้นตรงกับเวลา 2 ชั่วโมงในสมัยปัจจุบัน
บริเวณด้านใน
ลวดลายด้านบน
ผอ.ศูนย์เขต 1 และ 6
ด้านขวาของ ฉี่เหนียนเตี้ยน เป็นอาคารที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีการทำรูปจำลองของอาคาร ฉี่เหนียนเตี้ยน
ภาพจำลอง เสาด้านใน 4 ต้นแทน 1 ปีมี 4 ฤดู ถัดไปมีอีก 12 ต้น คือ 1 ปีมี 12 เดือน และถัดออกไปมีอีก 12 ต้น คือ 1 วันมี 12 ช่วงยาม (1ช่วงยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง)
เดินออกจาก ฉี่เหนียนเตี้น ไปตามทางเดินเชื่อมที่ยาวมาก
ลวดลายบนทางเดินเชื่อม
มีผู้สูงอายุมาทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่เล่นไพ่
ถ้าไม่มีการวางเงิน ตำรวจจะไม่จับ ปล่อยให้เล่น เพื่อให้สูงอายุได้บริหารสมอง เป็นการป้องกันโรคสมองเสื่อม
หอเทียนถานนอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว และเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นสถานที่พักผ่อนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ
เล่นหมากรุก
ร้องเพลง
รำมวยจีน
สิ้นสุดทางเดินเชื่อม ก็เป็นทางออกจากหอเทียนถาน โดยอาคารที่เห็นคือห้องน้ำ