ราชวงศ์ของญี่ปุ่น มีการสืบทอดสันตติวงศ์มาอย่างยาวนาน รวม 126 รัชกาล เรียกราชวงศ์ยามาโตะ หรือราชวงศ์เบญจมาศ โดยพระองค์แรกคือจักรพรรดิจิมมุ ส่วนจักรพรรดิองค์สุดท้ายคือจักรพรรดนารูฮิโตะ ญี่ปุ่นเรียกจักรพรรดิว่าเท็นโน แปลว่าพระเจ้าแห่งสวรรค์ ได้รับการเคารพในฐานะเป็นเทพที่อวตาลลงมา ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นบันทึกตั้งแต่จักรพรรดิองค์ที่ 15 เป็นต้นไป จักรพรรดิองค์ที่ 1 – 14 จึงถือเป็นจักรพรรดิแห่งตำนาน แบ่งยุคของจักรพรรดิได้ 9 ยุคดังภาพที่ 1 คือ
- ยุคที่จักรพรรดิมีอำนาจสูงสุดในการปกครองได้แก่ ยุคในตำนาน ยุคโคฟุง ยุคอาซูกะ ยุคนาระ ยุคเฮอัง จักรพรรดิคัมมุเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของยุคนาระที่ย้ายมาประทับจากนาระมาที่เฮอังเกียว (เกียวโต) เพื่อปลอดจากอิทธิพลของกลุ่มที่นับถือพุทธศาสนา
- ยุครัฐบาลโชกุน ช่วงปี 1735 ตระกูลไทระกับมินาโมโตะช่วงชิงอำนาจจากราชสำนักที่กำลังเสื่อมถอยจาก นั้นโชกุน หรือขุนศึกนักรบ มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ได้ยึดอำนาจในการปกครองจากจักรพรรดิ ตั้งรัฐบาลโชกุนคามากุระ (ตั้งฐานที่มั่นที่คามากุระ) โดยจักรพรรดิเป็นใหญ่ทางนิตินัย แต่ทางด้านพฤตินัยแล้ว อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่โชกุน ตระกูลไทระกุมอำนาจก่อน ต่อมาสูญเสียให้กับตระกูลมินาโมโตะ (ฝั่งภรรยาของมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ) ยุคสมัยของจักรพรรดิจึงตั้งชื่อตามตระกูลของโชกุนได้แก่ ยุคคามากูระ ยุคมูโนมาจิ-อาซูจิ-โมโมยามะ ยุคเอโดะ (ตระกูลโทกูงาวะ) ในยุคของโชกุนโทกูงาวะ อิเอซาดะ สหรัฐอเมริกาได้ส่ง Mathew Perri ส่งกองทัพเรือมาปิดอ่าวโตเกียวบังคับญี่ปุ่นให้เปิดประเทศเพื่อค้าขายกับตะวันตก ในปี พ.ศ. 2396 ชาติตะวันตกคุกคามอำนาจโชกุน และคนญี่ปุ่นเริ่มเห็นว่าอยู่อย่างนี้ไม่ได้ และมีกลุ่มคณาธิปไตยและปัญญาชนญี่ปุ่นที่มีแนวคิดตะวันตกเป็นชนชั้นนำในการคิดจะเปลี่ยนแปลงประเทศจากรัฐโชกุน โดยจะให้จักรพรรดิเป็นผู้นำใหม่ ซึ่งจักรพรรดิโคเมเห็นด้วยที่จะย้ายจากโตเกียวมาประทับที่เอโดะเพื่อมาปฏิรูปประเทศ แต่สวรรคตเสียก่อน จักรพรรดิโคเมจึงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายที่ประทับที่เกียวโต เกียวโตจึงเป็นที่ประทับของจักรพรรดินานถึง 1073 ปี (พศ.1337-2410) และโชกุน โทกูงาวะ โยชิโนบุ ถูกท้าทายจากภายนอกโดยประเทศตะวันตก และภายในประเทศก็ไม่เอาด้วยกับระบบอบเดิม จึงได้ถวายอำนาจคืนให้กับจักรพรรดิเมจิ จึงถือเป็นโชกุนองค์สุดท้ายและเป็นการสิ้นสุดของการปกครองโดยรัฐบาลโชกุน(บากุฟุ) ซึ่งยาวนานถึง676 ปี (พ.ศ.1735-2411) และเข้าสู่ยุคเมจิ
- ยุคเมจิ จักรพรรดิในยุคเมจิจนถึงปัจจุบันมี 5 องค์ จักรพรรดิเมจิเป็นจักรพรรดิองค์แรกและย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตมาที่โตเกียว องค์ต่อมาคือจักรพรรดิไทโช จักรพรรดิโชวะ จักรพรรดิอากิฮิโตะ (สละราชสมบัติ) และจักรพรรดิองค์ปัจจุบันคือจักรพรรดินารูฮิโตะ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จักรพรรดิเป็นผู้เลือกและแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาผู้แทนราษฎรที่เลือกจากประชาชนเป็นผู้หยั่งเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี
การรวมแคว้นต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียว
ในยุครัฐบาลโชกุนอาชิกางะ สมัยโชกุน อาชิกางะ โยชิมาซะ เกิดความขัดแย้งในการเลือกโชกุนคนต่อไปของขุนศึก 2 ขั้วทำให้เกิดสงครามปีโอนินในเกียวโตเป็นเวลา 10 ปี 2010-2020 ส่งผลให้เมืองเกียวโตถูกทำลาย และเมื่อส่วนกลางมีความขัดแย้งกัน ทำให้อำนาจของโชกุนส่วนกลางอ่อนแอลง ส่งผลให้การปกครองท้องถิ่น (ชูโงะ) จากส่วนกลางไปท้องถิ่นอ่อนแอตามลงไปด้วย และชูโงะไดบางแห่งตั้งตัวเป็นอิสระ เรียกยุคนี้ว่า ยุคเซ็งโงกุที่กินเวลาเกือบ 150 ปี ที่เริ่มในปี 2010-2158 หรือกินเวลาตั้งแต่ตอนกลางของยุคโรมาจิ จนถึงยุคอาซูจิ โมโมยามะ โดยโชกุนที่รวบรวมแคว้นต่างๆในญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวมี 3 โชกุน คือ โชกุนโอดะ โนบูนางะ โชกุน โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ และ โชกุน โทกูกาวะ อิเอยาชุ รวมภูมิภาคต่างๆได้แก่ ชิโกกุ ชุโกกุ คันโต ซุบุ คิวชู เข้ามารวมกับคันไซ เป็นหนึ่งเดียวได้
จักรพรรดิที่ทวงอำนาจคืนจากโชกุน
- จักรพรรดิโกะ-ไดโงะ จักรพรรดิองค์ที่ 96 ซึ่งได้ร่วมกับขุนศึกที่จงรักภักดี และขุนศึกแปรพักตร์จากรัฐบาลโชกุน (อาชิกางะ ทากาอุจิ) ยึดอำนาจจากโชกุนคามากุระได้สำเร็จ (ทำการไม่สำเร็จถึง 2 ครั้งแรกจนถูกเนรเทศ) เรียกการฟื้นฟูเค็มมุ โดยแต่งตั้งพระราชโอรสเป็นโชกุน แต่เจ้าชายโมริยาชิ ก็ถูกสังหาร และ อาชิกางะ ทากาอุจิ ก็ตั้งรัฐบาลโชกุน (บากูฟุ) อาชิกาวะ
- จักรพรรดิเมจิ เมื่อรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะอ่อนแอลง ไม่สามารถที่จะรักษาอำนาจโชกุนไว้ได้จึงถวายอำนาจให้จักรพรรดิเมจิ และจักรพรรดิได้ย้ายจากเกียวโตมาประทับที่เอโดะและเปลี่ยนชื่อเป็นโตเกียว เข้าสู่การปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆให้มีความเป็นตะวันตกมากขึ้น
การปฏิรูปในยุคเมจิ
ยุคเมจิ ซึ่งจักรพรรดิมีอำนาจในการปกครองประเทศ เนื่องจากกลุ่มปฏิรูปเป็นกลุ่มอำนาจใหม่ออกกฎหมายริดรอน กลุ่มอำนาจเดิม เช่นห้ามซามูไรพกดาบ และไม่มีอภิสิทธิที่ดิน ฯลฯ ทำให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มอำนาจเดิมเกิดสงครามโอชินขึ้น จักรพรรดิเมจิได้สร้างศาลเจ้ายาสุคุนิในปี 2413 เพื่อรำลึกถึงกลุ่มปฏิรูปที่เสียชีวิต หลังจากนั้นกลุ่มซามูไรก่อกบฏอีกเรียกกบฏซัตสึมะ ทำให้ทหารใหม่ที่เกณฑ์จากชาวนามาฝึกเป็นทหารรบกับซามูไรที่เป็นกบฏ และซามูไรถูกปราบจนหมดสิ้น ยุคเมจิเป็นยุคที่มีเปิดประเทศและปฏิรูปประเทศในหลายๆด้าน ได้แก่
- ด้านการปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industrialization) เริ่มด้วยการศึกษา ใช้การศึกษาแบบตะวันตก ฟุคุซาวะ ยูเคจิ (Fukuzawa Yukichi) เป็นปัญญาชนนักปรัชญาที่เผยแพร่แนวคิดตะวันตกให้คนญี่ปุ่น ประเทศจะยิ่งใหญ่ได้ต้องมีเศรษฐกิจรองรับ กลุ่มชนชั้นปกครองใหม่ในญี่ปุ่น (ฮัมบัตสึ) คนอื่นๆได้แก่ อิวากูระ โทโมมิ นำคณะชนชั้นนำญี่ปุ่นเดินทางไปประเทศตะวันตก เพื่อนำความทันสมัยและนำครูตะวันตกมาสอนคนญี่ปุ่นเพื่อปฏิรูปประเทศ โมริ อาริโนริ ทำเรื่องการศึกษาภาคบังคับ และการปฏิรูประเทศจะไม่มีเงินไม่ได้จึงเกิด เปลี่ยนแปลงชนชั้น โดยชนชั้นของญี่ปุ่นยุคโชกุน มี 4 ชนชั้นคือ ชนชั้นสูงสุด (จักรพรรดิ โชกุน ไดเมียว ซามูไร โรนิน) ชาวนา (เนื่องจากเป็นเกาะไม่มีความมั่นคงทางอาหาร) ช่างฝีมือ และพ่อค้าคือชนชั้นต่ำสุด พอยุคเมจิจึงต้องเลื่อนชนชั้นพ่อค้าขึ้นมา มีการตั้งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจและการเมืองในญี่ปุ่นหรือไซบัตสึ (Mitsui , Mitsubishi ,Sumitomo ,Yasuda) นอกจากจะ Finance ด้านเศรษฐกิจ ยัง Finance ด้านการทหาร
- Militarization การสร้างอุดมการณ์ให้กับประชาชนว่า “ ประเทศมั่นคง (Fukoku) แสนยานุภาพแข็งแกร่ง (Kyohei)” ในด้านการทหาร เปลี่ยนจากรัฐโชกุนที่ใช้อาวุธดั้งเดิมคือดาบ มาพัฒนากองกำลังของพระจักรพรรดิ เป็นจักรวรรดิญี่ปุ่นโดยใช้อาวุธสมัยใหม่ โดยในสมัยรัฐโชกุน ชาวนาไม่สามารถจับดาบหรืออาวุธได้ การพัฒนากองกำลังสมัยใหม่จึงว่าจ้างฝรั่งมาฝึกอาวุธสมัยใหม่เช่นใช้ปืนแทนดาบให้ชาวนาเพื่อเป็นทหารแทนซามูไร และให้ชายอายุ 22 ปีเกณฑ์ทหารทุกคน จึงมีทหารมากสุดถึง 6 ล้านคน และเกิดแนวคิดที่นอกจากจะใช้ป้องกันตนเองแล้ว ยังคิดที่จะขยายแนวรบออกนอกประเทศญี่ปุ่น
การเข้าสู่สงครามของญึ่ปุ่น
ญี่ปุ่นปฏิรูปทุกด้านในสมัยเมจิ เพื่อให้ทดเทียมประเทศทางตะวันตก นอกจากพัฒนาในด้านการศึกษา อุตสาหกรรม ยกพัฒนากองทัพให้เข้มแข็ง ความรักชาติ สามัคคี และรวมใจเป็นหนึ่งเดียวโดยมีจักรพรรดิเป็นศูนย์กลาง สร้างค่านิยมให้ผู้ชายต้องเป็นทหาร ส่วนผู้หญิงให้มีลูกมากๆโดยเฉพาะลูกผู้ชายเพื่อที่จะไปเป็นทหาร จึงสามารถพัฒนากองทัพให้แข็งแกร่ง เกิดแนวคิดที่จะล่าอาณานิคมเพื่อที่จะดึงทรัพยากรจากประเทศอื่นมาพัฒนาประเทศของตน จึงทำสงครามบุกประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ เกาหลี จีน และฟอร์โมซา (ไต้หวัน) และรบชนะรัสเซียที่ Port Arthur ในปี 2448 เข้าร่วมกับฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นฝ่ายชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ได้ดินแดนที่เยอรมันครอบครองในจีน แม้เกิด แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โตเกียวในปี พ.ศ.2466 ทำให้โตเกียวเสียหายอย่างราบคาบ 3 ปีหลังแผ่นดินไหวจักรพรรดิไทโช สวรรคต จักรพรรดิโชวะขึ้นครองราชย์ สามารถกอบกู้ประเทศหลังจากแผ่นดินไหวได้สำเร็จภายใน 5 ปี ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สถาปนา ปูยีเป็นจักรพรรดิแห่งแมนจูกัว โดยเป็นจักรพรรดิหุ่นเชิดของญี่ปุ่น จากนั้นใช้แมนจูกัวเป็นฐานในการรุกรานจีน ตี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานกิง ได้ในปี 2480 และ ในปี 2484 ญี่ปุ่น เยอรมัน อิตาลี ลงนามเป็นพันธมิตรกันที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2484 ญี่ปุ่นบุก Pearl Harbor ของสหรัฐอเมริการ ทำให้อังกฤษ อเมริกา ประกาศสงครามกับญี่ปุ่น และนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นยอมแพ้ ในปี 2488 เนื่องจากถูกอเมริกาทิ้งระเบิดปรมณูที่เมืองฮิโรชิมาและนาวาซากิ แม้ญี่ปุ่นจะแพ้สงคราม แต่จักรพรรดิญี่ปุ่นไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นอาชญากรสงคราม เนื่องจากจักรพรรดิเป็นเพียงศูนย์รวมของคนในประเทศและกองทัพ แต่ไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้ทำการรบ จากประสบการณ์ของสงครามโลกครั้งที่ 1 ถ้าทำให้ผู้แพ้สงครามจนตรอกแล้วต่อมาจะก่อสงครามอีก เหมือนเช่นประเทศเยอรมัน สหรัฐอเมริการ จึงเข้ามาฟื้นฟูและช่วยเหลือญี่ปุ่นแทน และญี่ปุ่นสามารถฟื้นฟูประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ GDP เติบโตมากกว่า 10% เป็นเวลา 10 ปีติดต่อกัน จน GDP สูงเป็นที่ 2 รองจากอเมริกา ปัจจุบันญี่ปุ่นมีกองกำลงเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น ไม่ได้มีกองกำลังเพื่อไปรุกรานผู้อื่นเหมือนอดีต การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วมีการหยุดชะงักลงในปี 1991 (พ.ศ.2534) จากภาวะฟองสบู่ของสินทรัพย์ ที่เรียกว่า ทศวรรษที่สาบสูญ ส่วนภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เติบโตในช่วงปี 2000 เรียก 20 ปีที่สาบสูญ และเศรษฐกิจในปี 2010 เรียก 30 ปีที่สาบสูญ จนถึงปัจจุบันการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็เติบโตอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 30-40 ปี ส่วนหนึ่งเกิดจากมีคู่แข่งทางการค้าอย่างประเทศจีน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่น
การนำรูปบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ประเทศในธนบัตรญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นมักนำรูปบุคคลที่ทำประโยชน์ในด้านต่างๆมาใส่ไว้ในธนบัตรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในธนบัตร
- ธนบัตร 10,000 เยน เป็นรูปของ Fukuzawa Yukichi นักปรัชญาและนำแนวคิดการปฏิรูปประเทศแบบตะวันตกมาสู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยและตั้งมหาวิทยาลัยเคโอะ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของญี่ปุ่นก่อนหน้าการปฏิรูปเมจิ 1 ปี
- ธนบัตรใบละ 5000 เยนเป็นรูปของกวีชาวญี่ปุ่นสมัยเมจิ ชื่อ Higuchi Ichiyo
- ธนบัตรใบละ 1000 เยนเป็นรูปของนายแพทย์ที่ยากจนในชนบทที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องการควบคุมโรคติดต่อ คือ Dr.Noguchi Hideyo )
ที่มา : บันทึกส่วนตัว ยังไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้อง