ภาพวาด ปราสาทอาซูจิ ของ โอดะ
รัฐบาลโชกุน (บากูฟุ)
โชกุน คือขุนศึก ก่อนหน้าอยู่ใต้อำนาจของจักพรรดิ ตั้งแต่ปี 1735 ที่ราชสำนักเสื่อมถอย โชกุนมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะก็ทำการยึดอำนาจจากจักรพรรดิ ทำให้อำนาจการปกครองอยู่ที่รัฐบาลโชกุนตระกูลต่างๆ ต่อเนื่องมายาวนานถึง 676 ปี โดยในปี 2411 โชกุนองค์สุดท้ายคือโชกุน โทกูงาวะ โยชิโนบุ ได้คืนอำนาจการปกครองให้กับจักรพรรดิเมจิ เข้าสู่การปฏิรูปเมจิ ทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีความเจริญทั้งด้าน การศึกษา อุตสาหกรรมและการทหาร รัฐบาลโชกุน (บากูฟุ) แบ่งได้เป็น 4 ยุด ดังนี้
- ยุครัฐบาลโชกุนคามากุระ (พศ.1735-1876 รวม 141 ปี ศูนย์การการปกครองอยู่ที่เมืองคาวากุระ ภูมิภาคคันโต ห่างจากโตเกียว 60 กิโลเมตร) ช่วงปี 1735 ตระกูลไทระกับมินาโมโตะช่วงชิงอำนาจจากราชสำนักที่กำลังเสื่อมถอยจาก นั้นโชกุน หรือขุนศึกนักรบ มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ได้ยึดอำนาจในการปกครองจากจักรพรรดิ ตั้งรัฐบาลโชกุนคามากุระ (ตั้งฐานที่มั่นที่คามากุระ) โดยจักรพรรดิเป็นใหญ่ทางนิตินัย แต่ทางด้านพฤตินัยแล้ว อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่โชกุน ตระกูลไทระกุมอำนาจก่อน หลังจากโชกุนโยริโตโมะแล้ว โชกุนคนต่อมาเป็นหุ่นเชิดให้กับตระกูลมินาโมโตะ(ฝั่งภรรยาของมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ) ต่อมาในปี 1786 ในสมัยจักรพรรดิโกะ ไดโงะ ถูกโชกุนเนรเทศ อาชิกางะ ทากาอุจิอยู่ข้างจักรพรรดิเพื่อช่วงชิงอำนาจจากรัฐบาลโชกุนคามากูระ ที่เรียกว่าการฟื้นฟุเคมมุ โดยจักรพรรดิโกะ ไดโงะได้ตั้งเจ้าชายโมริยาชิพระราชโอรส เป็นโชกุน แต่เจ้าชายก็ถูกน้องชายของทากาอุจิสังหาร และ ทากาอุจิก็รวบอำนาจตั้งรัฐบาลโชกุนใหม่ขึ้นมาแทนรัฐบาลโชกุนคามากูระ
- ยุครัฐบาลโชกุนอาชิกางะหรือยุคมูโรมาจิ (พ.ศ.1879-2116 รวม 237 ปี ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองเกียวโต) อาชิกางะ ทากาอุจิ เป็นโชกุนองค์แรกในรัฐบาลโชกุนอาชิกางะ โชกุนคนที่ 2 คือ โยชิอากีระ และคนที่ 3 คือ โยชิมิตสึ ที่เป็นผู้เจรจาให้ราชสำนักเหนือและใต้ผลัดกันเป็นจักรพรรดิของญี่ปุ่นโดยประทับที่เกียวโต อันเป็นการยอมรับว่าราชสำนักมีหนึ่งเดียวที่เกียวโต และเป็นโชกุนที่สร้าง Kinkaku-ji หรือปราสาททองในภาพยนตร์เรื่องอิคคิวซัง ซึ่งได้สละตำแหน่งโชกุนเพื่อออกบวช และได้ถวายปราสาททองให้เป็นวัด ช่วงสมัยโชกุน อาชิกางะ โยชิมาซะ (พ.ศ.1992-2023) เกิดความขัดแย้งในการเลือกโชกุนคนต่อไปของขุนศึก 2 ขั้วทำให้เกิดสงครามปีโอนินในเกียวโตเป็นเวลา 10 ปี (พศ.2010-2020) ส่งผลให้เมืองเกียวโตที่เป็นสมรภูมิของการสู้รบถูกทำลาย และเมื่อส่วนกลางมีความขัดแย้งกัน ทำให้อำนาจของโชกุนส่วนกลางอ่อนแอลง ส่งผลให้การปกครองท้องถิ่น (ชูโงะ) จากส่วนกลางไปท้องถิ่นอ่อนแอตามลงไปด้วย และชูโงะไดบางแห่งตั้งตัวเป็นอิสระ เรียกยุคนี้ว่า ยุคเซ็งโงกุที่กินเวลาเกือบ 150 ปี ที่เริ่มในปี พ.ศ.2010-2158 หรือกินเวลาตั้งแต่ตอนกลางของยุคโรมาจิ จนถึงยุคอาซูจิ โมโมยามะ (โอดะ โนบูนางะ ฮิเดโยชิ และ โทกูกาวะอิเอยาชุ คือ 3ขุนพลที่มีส่วนร่วมในการรวมภูมิภาคต่างๆได้แก่ ชิโกกุ ชุโกกุ คันโต ซุบุ คิวชู เข้ามารวมกับคันไซ เป็นหนึ่งเดียวได้) ในช่วงปลายรัฐบาลโชกุนอาชิกางะ ตระกูลมิโยชิได้ลอบสังหารโชกุน น้องของโชกุนที่ถูกสังหารคือ อาชิกางะ โยชิอากิ ได้ร้องขอให้ โอดะ โนบูนางะเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อช่วยเหลือสำเร็จจึงตั้ง อาชิกางะ อาชิอากิ เป็นโชกุนหุ่นเชิดในปี 2111 และถอดออกจากการโชกุนเพื่อตั้งตนเองเป็นโชกุนในเวลาต่อมา
- ยุคอาซูจิ โมโมยามะ (พ.ศ.2111-2143 รวม 32 ปี ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ภูมิภาคคันไซ) ยุคเซ็งโงกุ คือยุคที่อำนาจส่วนกลางของโชกุนอ่อนแอ ไม่สามารถคุมไดเมียวของแคว้นต่างๆ ซึ่งตั้งตัวเป็นอิสระได้ โอดะ โนบูนางะ ได้ครอบครองพื้นที่ในภูมิภาคคันไซ แล้วขยายไปยังภาคตะวันออกและเขาได้พิชิตเกาะฮอนชูเอาไว้เกือบทั้งหมดในปี คศ.1580 (พ.ศ.2123) เมื่อโอดะ โนบูนางะ ถูกลูกน้องตนเอง(อาเกจิ มิตสึฮิเดะ) ลอบสังหารที่วัดฮนโนจิในปี คส.1582 (พ.ศ.2125)แล้ว อำนาจจึงตกเป็นของ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (ลูกน้องของโอดะ โนบูนางะ) โทโยโตมิ ฮิเดโยชิได้รวมภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ ชิโกกุ คิวชู คันโต ฮอนชู เข้ามารวมกับ คันไซ จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นขุนพลคนที่ 2 ที่รวมภูมิภาคต่างๆที่แยกตัวออกไปในยุค เซ็งโงกุให้เป็นหนึ่งเดียว โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ คือคนที่สร้างปราสาทโอซากา ในปี คศ.1583 (พ.ศ.2126) และเมื่อฮิเดโยชิ เสียชีวิตในปี 1598 (พ.ศ.2141) ปราสาทโอซากา จึงตกเป็นของลูกชายชื่อ โทโยโตมิ ฮิเดโยริ ซึ่งต่อมาในปี 1605 (พ.ศ.2148) โทกูกาวะ อิเอยาสุได้ยกทัพมาโจมตี และเข้ายึดปราสาทและทำการเผาปราสาทโอซากา ทำให้ฮิเดโยริและมารดาโยโด โดโน ได้ฆ่าตัวตายที่ปราสาทแห่งนี้ จึงถือเป็นการสิ้นสุดของอำนาจของตระกูลโทโยโตมิ
- ยุคโทกูงาวะ (พศ.2143-2411 รวม 268 ปี ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองเอโดะ) โทกูงาวะ อิเอยาสุ รบชนะใน ยุทธการเซกิงาฮาระ ทำให้เขา มีอำนาจเหนือญี่ปุ่นอย่างเบ็ดเสร็จ ปราศจากไดเมียวผู้ใดที่สามารถต่อต้านอำนาจได้ ทำให้รวมภูมิภาคต่างๆในญี่ปุ่นที่มีการแยกตัวเป็นอิสระในสมัยเซ็งโงกุ เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ โทกูกาวะ อิเอยาสุ จึงได้รับการยอมรับเป็นคนที่ 3 ที่รวมภูมิภาคต่างให้เป็นหนึ่งเดียว ในปลายรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ ตอนปลายของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ ในยุคของโชกุนโทกูงาวะ อิเอซาดะ สหรัฐอเมริกาได้ส่ง Mathew Perri ส่งกองทัพเรือมาปิดอ่าวโตเกียวบังคับญี่ปุ่นให้เปิดประเทศเพื่อค้าขายกับตะวันตก ในปี พ.ศ. 2396 ชาติตะวันตกคุกคามอำนาจโชกุน และคนญี่ปุ่นเริ่มเห็นว่าอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ประเทศต้องการการปฏิรูปและมีกลุ่มคณาธิปไตยและปัญญาชนญี่ปุ่นที่มีแนวคิดตะวันตกเป็นชนชั้นนำในการคิดจะเปลี่ยนแปลงประเทศจากรัฐโชกุน โดยจะให้จักรพรรดิเป็นผู้นำใหม่ ซึ่งจักรพรรดิโคเมเห็นด้วยที่จะย้ายจากโตเกียวมาประทับที่เอโดะเพื่อมาปฏิรูปประเทศ แต่สวรรคตเสียก่อน จักรพรรดิโคเมจึงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายที่ประทับที่เกียวโต เกียวโตจึงเป็นที่ประทับของจักรพรรดินานถึง 1073 ปี (พศ.1337-2410) และโชกุน โทกูงาวะ โยชิโนบุ ถูกท้าทายจากภายนอกโดยประเทศตะวันตก และภายในประเทศก็ไม่เอาด้วยกับระบบอบเดิม จึงได้ถวายอำนาจคืนให้กับจักรพรรดิเมจิ จึงถือเป็นซึ่งเป็นโชกุนองค์สุดท้ายและเป็นการสิ้นสุดของการปกครองโดยรัฐบาลโชกุน(บากุฟุ) ซึ่งยาวนานถึง676 ปี (พ.ศ.1735-2411) และเข้าสู่ยุคเมจิ