เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ Imaginary Entertaiment Complex
บันทึกภาพเมื่อ : 17 เมย. 68
เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ เป็นโครงการ Flagship ที่รัฐบาลจีนและ Disney ร่วมกันออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนผู่ตงให้เป็นเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลกตั้งแต่ 2011 จนถึงปัจจุบัน โดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การลงทุนในภาคบริการและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเขตผู่ตง
  1. เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ เปิดดำเนินการปี 2016 ใช้งบประมาณ 12.7 พันล้าน USD เป็นการร่วมทุนระหว่าง Walt Disney Company (USA) ถือหุ้น 43% และ Shanghai Shendi (กลุ่มบริษัทของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้) Group ถือหุ้น 57%
  2. ผู้เข้าชมปี 2024 จำนวน 13.5 ล้านคน สูงเป็นที่ 3 รองจากที่ Disneyland ที่ ฟลอลิดา และ โตเกียว โดยมากว่าร้อยละ 95 ของผู้เข้าชมเป็นคนจีน (ลดความเสี่ยงด้านการท่องเที่ยวต่างชาติ)
  3. รายได้ปี 2023 ประมาณ 2,000 ล้าน USD เป็นค่าเข้าชม 45% ค่าที่พัก 20% ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 15% ค่าสินค้า 15% และอื่นๆ 5% ของรายได้ทั้งหมด
  4. ประมาณกำไร 200-400 ล้าน USD , Tokyo Disneyland 500-700 ล้าน USD ,Paris Disneyland 150-300 ล้าน USD
  5. พื้นที่ 3.9 ตารางกิโลเมตร (390 เฮกตาร์) ใหญ่เป็นที่ 2 รองจาก USA ใหญ่กว่า Hongkong Disneyland 3 เท่า ส่วนปราสาท Disneyland ใหญ่ที่สุดในโลก
  6. เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนกับความมหัศจรรย์แบบ Disney อย่างลงตัว
จากรูป เป็นทางขึ้นที่จะเป็นทางเดินที่จะเข้าสู่ Disneyland โดยที่จอดรถต้องจอดที่ด้านล่างเพื่อขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปสู่ทางเดิน
ทางเดินที่จะเข้าสู่ Disneyland ไกลพอสมควรใช้เวลาเดินประมาณ 5-10 นาที โดยเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์มีโรงแรมอยู่ใกล้สวนสนุก 2 แห่งคือ Shanghai Disneyland Hotel และ Toy Story Hotel โดยรายได้จากโรงแรม ประมาณร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมด ประมาณ 400 ล้าน USD ต่อปี
น้ำพุก่อนที่จะเข้าสู่สวนสนุก
จุดตรวจสัมภาระก่อนเข้าสวนสนุก
ประตูทางเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ โดยในปี 2023 ดิสนีย์แลนด์ที่เซี่ยงไฮ้มีรายได้ประมาณ 2000 ล้าน USD โดย 45% ของรายได้ ได้จากบัตรผ่านประตู หรือปีละ 900 ล้าน USD
แผนที่ Zone ต่างๆของสวนสนุก ประกอบด้วย 8 zones ได้แก่
  1. Mickey Avenue(ถนนมิกกี้)
  2. Garden of Imagination(สวนแห่งจินตนาการ)
  3. Fantasy Land (โลกแห่งเทพนิยาย)
  4. Toy Story
  5. Tomorrow Land (โลกแห่งอนาคต)
  6. Zootopia (นครสัตว์มหาสนุก)
  7. Treasure Cove(อ่าวโจรสลัด )
  8. .Adventure Isle (เกาะผจญภัย)
Zone ที่ 1 ถนนมิกกี้ (Mickey Avenue)
เป็นโซนต้อนรับนักท่องเที่ยว มีร้านค้าขายของที่ระลึก รายได้จากการขายสินค้าของที่ระลึกเท่ากับ 15% ของรายได้ ประมาณปีละ 300 ล้าน USD ซึ่งใกล้เคียงกับรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มภายในสวนสนุก ซึ่งทำรายได้ปีละ 300 ล้าน USD
ของที่ระลึกที่เป็นที่นิยมคือที่สวมศีรษะ (เครื่องหัว) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตัวการ์ตูนในภาพยนตร์ของ Disney
กิจกรรมแนะนำ: ขบวนพาเหรดมิกกี้ (Mickey’s Storybook Express): ขบวนพาเหรดสีสันสดใสกับตัวละคร Disneyพบปะกับมิกกี้เมาส์: ถ่ายรูปกับมิกกี้และผองเพื่อน
Zone ที่ 2 Fantasyland (โลกแห่งเทพนิยาย )
จุดเด่นที่สุดของ Zone นี้ คือ ปราสาทเทพนิยายของ Disney (Enchanted Storybook Castle): ปราสาท Disney ที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ซึ่งสามารถเห็นได้แต่ไกล
ภาพถ่ายที่อยู่ภายในปราสาทดิสนีย์ ที่เป็นจุดถ่ายรูป
Fantasy Land เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัวเครื่องเล่นแนะนำ: รถไฟเหมืองคนแคระ 7 คน (Seven Dwarfs Mine Train): รถไฟเหมืองสไตล์ผจญภัย (เหมาะสำหรับเด็กโต) ระยะเวลารอคอย 60-90 นาทีแสดงถึงการเป็นเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยม เครื่องเล่นอื่นๆ ได้แก่ การผจญภัยของวินนี่เดอะพูห์ (The Many Adventures of Winnie the Pooh): นั่งรถผจญภัยไปกับพูห์และผองเพื่อน

ในภาพเป็นรูปของ Seven Dwarfs Mine train
The Evergreen Playhouse ในโซน Fantasyland ของเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์. โชว์นี้มีชื่อว่า Frozen: A Sing-Along Celebration. . การแสดงเป็นรอบๆ เป็นการแสดงดนตรีที่สร้างจากภาพยนตร์เพลงแอนิเมชันคอมพิวเตอร์แอนิเมชั่นเรื่อง Frozen ปี 2013 ของดิสนีย์แอนิเมชัน และเพลงจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่สตูดิโอฮอลลีวูดของดิสนีย์และสวนสนุกเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ ก่อนหน้านี้เคยจัดที่ Disney California Adventure,
เป็นโรงละครใหญ่ จุผู้ชมได้ประมาณ 450-500 คน ต่อรอบ มีระบบ แสง สี เสียง (Audio-Visual & Lighting Systems) แบบระดับพรีเมียม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจพร้อมที่นั่งสบาย เหมาะสำหรับมานั่งพักเมื่อยหลังจากเดินเที่ยว Zone ต่างๆ
รูปแบบการแสดง: เป็นการแสดงแบบมีส่วนร่วม (interactive show) ที่เน้นการร้องเพลงไปด้วยกัน โดยมีตัวละครจาก Frozen (เช่น Anna, Elsa, Kristoff) มาแสดงพร้อมฉากและเอฟเฟกต์สวยงาม
ระบบเสียง (Audio System) คุณภาพเสียงระดับสูง (High-Fidelity Surround Sound) ใช้ระบบลำโพง 3D Surround Sound เพื่อให้เสียงดนตรีและบทพูดชัดเจนทั่วทั้งโรงละคร ปรับแต่งพิเศษสำหรับเพลงจาก Frozen (เช่น "Let It Go", "Do You Want to Build a Snowman?") ให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต Sound Effects (SFX) มีเอฟเฟกต์เสียงเช่น พายุหิมะ, เสียงน้ำแข็งแตก, เสียงลมพัด เพื่อเพิ่มอรรถรส ระบบไมโครโฟน ตัวละครและพิธีกรใช้ ไมค์ไร้สายคุณภาพสูง เพื่อสื่อสารกับผู้ชม
ระบบแสง (Lighting System) LED Stage Lighting ใช้ไฟ LED แบบโปรแกรมได้ (Programmable LED Lights) เพื่อเปลี่ยนสีและบรรยากาศตามเนื้อเรื่อง (เช่น โทนสีฟ้าในฉากน้ำแข็ง, สีอุ่นในฉากพระราชวัง) เอฟเฟกต์แสง ดาวระยิบระยับ (Twinkling Lights) ในฉากเพลง "Let It Go" Moving Head Lights & Spotlights ไฟติดตามตัวละคร (Follow Spotlights) เพื่อโฟกัสไปที่ Elsa, Anna, Olaf ไฟเคลื่อนไหว (Moving Heads) สำหรับสร้างมิติบนเวที Special Effects Lighting เอฟเฟกต์ แสงเหนือ (Aurora Effects) ในฉากเวทมนตร์ ไฟกระพริบ (Strobe Effects) สำหรับฉากหิมะถล่ม
ระบบภาพ (Visual Effects) LED Background Screens ใช้ จอภาพขนาดใหญ่ แสดงฉากหลังแบบไดนามิก เช่น ปราสาท Arendelle, ทะเลน้ำแข็ง Projection Mapping เทคโนโลยี โปรเจ็กเตอร์ความละเอียดสูง สร้างภาพ 3D บนเวที (เช่น เอฟเฟกต์น้ำแข็งก่อตัว Haze & Fog Machines ใช้ เครื่องสร้างหมอก เพื่อเสริมบรรยากาศในฉากเวทมนตร์
ระบบควบคุม (Control System) ระบบอัตโนมัติ (Automated Show Control) ควบคุมผ่าน Timecode เพื่อให้แสง, เสียง และเอฟเฟกต์ทำงานพร้อมกันอย่างแม่นยำ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรอบการแสดง Operator Booth มีห้องควบคุมด้านหลังหรือด้านข้างโรงละครสำหรับทีมงาน
Zone ที่ 3 Gardens of Imagination (สวนแห่งจินตนาการ )
จุดเด่น: โซนสวยงามเหมาะสำหรับครอบครัว เครื่องเล่นแนะนำ: การบินของดัมโบ้ (Dumbo the Flying Elephant): บินวนไปมาบนช้างน้อยดัมโบ้ ม้าหมุนแฟนตาเซีย (Fantasia Carousel): ม้าหมุนสไตล์ Disney สุดคลาสสิก จุดชมขบวนพาเหรด: มุมดีๆ สำหรับดูพาเหรด

ในภาพเป็นรูป Dumbo The Flying Elephant)
Zone ที่ 4 Toy Story Land
จุดเด่น: โซนสีสันสดใสจากเรื่อง Toy Story เครื่องเล่นแนะนำ: รถแข่งเร็กซ์เหาะทะยาน (Rex’s Racer): แรงเหมือนรถไฟเหาะรูปตัว U สปริงด็อกสปิน (Slinky Dog Spin): รถไฟเหาะวนๆ สำหรับเด็ก
Zone ที่ 5 Tomorrowland (โลกแห่งอนาคต)
จุดเด่น: โซนฟิวเจอร์ริสติก แรงและทันสมัย

ในภาพ คือ เครื่องเล่น เจ็ตแพ็คฟลายเออร์ (Jet Packs): บินวนเหมือนนักบินอวกาศ
Tron(ทรอน) เครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมสูงและระยะเวลารอคอยสูงที่สุดคือ 120-180 นาที คือ TRON Lightcycle Power Run) เครื่องเล่นอื่นๆใน Zone นี้ได้แก่ รถไฟเหาะเร็วที่สุดใน Disney! ปฏิบัติการกู้ภัยบัซ ไลท์เยียร์ (Buzz Lightyear Planet Rescue): ยิงปืนเลเซอร์ช่วยบัซ
Tron ที่ถ่ายตอนกลางคืน
จุด Start เจ้าหน้าที่กำกลังตรวจความพร้อมเพื่อความปลอดภัยก่อนปล่อย Lightcycle ที่เหมือนกับภาพยนตร์ในเรื่อ Tron
Light cycle วิ่งตามราง ด้วยควาทเร็วสูงสุดถึง 100 กม./ชม. โดยระบบแสง สี เสียง จะเป็นตัวเพิ่มบรรยากาศ
Zone ที่ 6 Zootopia(นครสัตว์มหาสนุก )
เป็น Zone ที่เปิดใหม่โดยสร้างตามภาพยนตร์เรื่อง Zootopia โดยนำตัวเอกในเรื่องได้แก่ Judy (กระต่าย) , Hopps (สุนัยจิ้งจอก) ซึ่งเป็นตำรวจ Chief Bogo(กระทิง) Gazelle(นักร้อง pop star) ,Clawhauser เครื่องเล่นหลัก "Zootopia: Hot Pursuit" โซนเมือง Zootopia สุดสมจริง ตกแต่งเหมือนในหนังทุกจุด เช่น Savanna Central, Little Rodentia ร้านอาหารธีม "Jumbeaux’s Café" (ของโปรดของ Nick) ร้านขายของที่ระลึกเฉพาะ Zootopia Meet & Greet ตัวละคร ถ่ายรูปกับ Judy, Nick, Chief Bogo, Clawhauser
เครื่องเล่นหลัก "Zootopia: Hot Pursuit" เป็นที่นิยมอย่างสูง ทำให้ระยะเวลารอคอยนาน 90-120 นาที: (รองจาก Tron Lightcycle) ที่เห็นคือการเข้าแถว ที่วกไปวกมาเหมือนเขาวงกด ที่อยู่ด้านนอกอาคาร
การเข้าคิวในตัวอาคาร
Clawhauser(เสือซีตาร์) ที่เป็นเจ้าหน้าที่รับเรื่อง
Chief Bogo
ห้องทำงานของจ้าหน้าที่ตำรวจใน Zootopia
ห้องทำงานของตำรวจ
ห้องขังใน Zootopia
เข้าคิวก่อนที่จะขึ้นไปนั่งบนรถ ที่มีที่นั่งแถวละ 3 คน
ประสบการณ์แบบ 4Dนั่งรถพาตามจับอาชญากรไปกับ Judy Hopps และ Nick Wilde กราฟิกและเอฟเฟกต์ระดับ Premium
Gazelle นักร้อง
Judy & Nick ตัวเอกของเรื่อง Zootopia
Clawhauser
Nick & Judy
ตุ๊กตาที่ระลึกที่ขายใน ร้านขายของที่ระลึก
Zone ที่ 7 Treasure Cove (อ่าวโจรสลัด)
จุดเด่น: โซนเดียวในโลกที่เน้นเรื่อง Pirates of the Caribbean เครื่องเล่นแนะนำ: โจรสลัดแคริบเบียน – สงครามล่าสมบัติ (Pirates of the Caribbean: Battle for the Sunken Treasure): ผจญภัยใต้ทะเลกับแจ็คสแปร์โรว์ (สเปเชียลเอฟเฟกต์สุดอลังการ!) ระยะเวลารอคอยสูงที่สุดคือ 60-120 นาที: เรือแคนูนักสำรวจ (Explorer Canoes): พายเรือสำรวจเกาะ
Zone ที่ 8 เกาะผจญภัย (Adventure Isle)
จุดเด่น: โซนผจญภัย แรงๆ และท้าทาย เครื่องเล่นแนะนำ: เหินฟ้าผ่านโลก (Soaring Over the Horizon): บินเสมือนจริงรอบโลก (ต้องลอง!):เรือล่องแก่งสายฟ้า (Roaring Rapids): ล่องแก่งสุดมันส์ (เตรียมตัวเปียก!) เส้นทางสำรวจโบราณ (Challenge Trails): ปีนป่ายและสำรวจ
ต่อคิวที่ด้านนอกเพื่อเล่นเครื่องเล่น Soaring Over the horizon เครื่องเล่นที่ได้รับความนิยม ระยะเวลารอคอยนาน 90-150 นาที:
บริเวณด้านใน ก็ต้องต่อคิวอีกยาวก่อนทีจะถึงเครื่องเล่น
เข้านั่งประจำที่ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยและปลอดภัยก่อนที่จะเริ่มเล่น โดยเครื่องเล่นจะถูกยกขึ้น และทำการบินเสมือนจริงไปยังสถานที่ต่างๆในโลก
กำแพงเมืองจีน
ทัชมาฮาล จากรูปด้านบนจะเห็นขาและรองเท้าของคนที่นั่งอยู่แถวหน้า
ขบวนพาเหรด Mickey’s Storybook Express" จะแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 15.30 น. ระยะเวลา 30 นาที ( ในวันเสาร์ อาทิตย์ อาจจะมีการแสดง 2 รอบ) โดยนำตัวเอกของภาพยนตร์ของดิสนีย์เดินพาเหรดออกมา ตัวละครดิสนีย์นั่งบนรถไฟสีสันสดใส พร้อมเพลงสนุกๆ มีการแสดงเต้นจากนักแสดงในชุดคอสตูม เส้นทางมักเริ่มจาก Toy Story Land ไปจนถึง Gardens of Imagination

ในภาพ คือ มินนี่ เมาส์ (Minie Mouse) ที่ปรากฎตัวครั้งแรกปี 1940 (Micky Mouse ปรากฏตัวครั้งแรกปี 1928) และเพื่อนสนิท คือ เดซี่ ดั๊ก (Daisy Duck) ซึ่งเป็นแฟนสาวของ Donald Duck
Donald Duck เป็นตัวการ์ตูนที่สร้างขึ้นโดยบริษัท Walt Disney Donald ปรากฏตัวตั้งแต่ปี 1934 เป็นเป็ดสีขาวที่มีปาก ขา และเท้าสีเหลืองส้ม เขามักจะสวมเสื้อกะลาสีและหมวกที่มีโบว์ไท Donald เป็นที่รู้จักจากการพูดที่เข้าใจได้เล็กน้อยและบุคลิกที่ซุกซน เจ้าอารมณ์ และโอหัง ร่วมกับเพื่อนของเขาMickey Mouse Donald ได้รับการรวมอยู่ในรายชื่อ 50 ตัวการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของTV Guide ในปี 2002 และได้รับดาวบนHollywood Walk of Fameเขาปรากฏตัวในภาพยนตร์มากกว่าตัวละครดิสนีย์ตัวอื่น ๆ
Woody (วู้ดดี้) และ Buzz Lightyear (บัซ ไลท์เยียร์) จาก Toy Story
คนแคระทั้ง 7 จากเรื่อง snow white
Rapunzel (ราพันเซล)จาก Tangled
Elsa (เอลซา) & Anna(แอนนา) จาก Frozen)
มู่หลาน
วินนี่ เป็นหมีพูห์ หรือ วินนี-เดอะ-พูห์ (Winnie-the-Pooh) เป็นตัวละครหมีที่สร้างขึ้นโดย เอ. เอ. มิลน์ และตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 14 ตุลาคม ค.ศ. 1926 ในหนังสือเรื่อง วินนี-เดอะ-พูห์ และ เดอะเฮาส์แอตพูห์คอร์เนอร์ (1928) เนื้อเรื่องในหนังสือมีลักษณะคล้ายกับ ป่าแอชดาวน์ ในเมืองอีสต์ซัซเซก ในประเทศอังกฤษ โดยชื่อ วินนี มาจากชื่อตุ๊กตาหมีของทหารชาวแคนาดานายหนึ่ง ซึ่งตั้งตามชื่อเมือง วินนีเพก ในประเทศแคนาดา นอกจากหมีพูห์แล้วเพื่อนในป่าที่ได้รับความนิยมได้แก่ พิกเลต (หมู) ทิกเกอร์ (เสือ) แร็บบิท และ อียอร์ (ลา) ต่อมา วอลต์ดิสนีย์ ได้นำวินนี-เดอะ-พูห์ มาจัดทำและได้เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Winnie the Pooh (โดยไม่มีเครื่องหมายขีด) และหมีพูห์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของดิสนีย์

จากรูป จากซ้ายไปขวามือ คือ อียอร์ พูห์ และ ทิกเกอร์
Nick และ Judy ตัวเอกใน Zootopia
Duffy and Friends ตัวริมซ้ายสุด คือ LinaBell (ลีนาเบลล์) เป็นสุนัขจิ้งจอกสีชมพู ที่มีความน่ารัก
"Ignite the Dream: A Nighttime Spectacular of Magic and Light" ที่ปราสาทดิสนีย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Disneyland) เป็นหนึ่งในโชว์ระดับตำนานที่ผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำกับความสร้างสรรค์แบบดิสนีย์ โดยใช้เทคนิคที่น่าทึ่งหลายอย่าง ดังนี้: โปรเจกชันแมปปิ้ง (3D Projection Mapping) เทคนิค: ใช้ปราสาทดิสนีย์เป็นจอภาพขนาดใหญ่ โดยโปรเจกเตอร์ความละเอียดสูงฉายภาพเคลื่อนไหว 3 มิติลงบนผนังปราสาท พร้อมเอฟเฟกต์ที่สมจริง เช่น ภาพปราสาทเปลี่ยนรูปร่าง ระเบิดเป็นดอกไม้ไฟ หรือกลายเป็นโลกแฟนตาซี จุดเด่น: ระบบคำนวณมุมและระยะทางอย่างแม่นยำ เพื่อให้ภาพไม่บิดเบี้ยวแม้ปราสาทมีรูปทรงซับซ้อน
โดรนแสดงแสง (Drone Light Show) เทคนิค: ใช้โดรนจำนวนมาก (บางครั้งเกิน 300 ลำ) บินเป็นฟอร์เมชันกลางอากาศ สร้างภาพเหมือนดาวกระจาย ตัวละครดิสนีย์ (เช่น ทิงเกอร์เบลล์) หรือโลโก้พิเศษ จุดเด่น: โดรนแต่ละลำควบคุมด้วยระบบ GPS และ AI ให้เคลื่อนไหวพร้อมกันโดยไม่ชนกัน แม้มีลมแรง
ดอกไม้ไฟและแสงเลเซอร์ (Pyrotechnics & Lasers) เทคนิค: ผสมผสานดอกไม้ไฟยิงตามจังหวะเพลง กับแสงเลเซอร์สีสดใสที่วาดPatternลงบนท้องฟ้าจุดเด่น: ใช้ระบบควบคุมคอมพิวเตอร์เพื่อจับเวลาพอดิบพอดีกับดนตรี และคำนึงถึงความปลอดภัยในพื้นที่สวนสนุก
ระบบเสียงรอบทิศทาง (Immersive Audio) เทคนิค: ติดตั้งลำโพงรอบพื้นที่แสดง สร้างเอฟเฟกต์เสียงเคลื่อนที่ตามเหตุการณ์บนปราสาท (เช่น เสียงปีกนกบินจากซ้ายไปขวา) จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยี Dolby Atmos หรือระบบดิจิตอลขั้นสูง เพื่อให้ผู้ชมทุกจุดได้ยินเสียงชัดเจน อฟเฟกต์พิเศษทางกายภาพ (Special Effects) เทคนิค: ใช้ไฟ LED จำนวนมากที่เปลี่ยนสีได้ตามจังหวะ ควบคู่กับเครื่องพ่นไฟ (Flamethrowers) เครื่องพ่นน้ำ (สำหรับเอฟเฟกต์หมอก) และเครื่องสร้างลม จุดเด่น: เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ชม เช่น รู้สึกถึงความร้อนเมื่อมีการระเบิดบนปราสาทการออกแบบเนื้อเรื่องและดนตรี (Storytelling & Score) เทคนิค: เล่าเรื่องผ่านเพลงธีมดิสนีย์คลาสสิก (เช่น "Let It Go", "Circle of Life") ที่เรียบเรียงใหม่ให้ยิ่งใหญ่ โดยออร์เคสตรา จุดเด่น: แต่ละท่วงทำนองถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงกับภาพบนปราสาทและดอกไม้ไฟอย่างลงตัว
จบการแสดง เดินทางกลับจาก Disneyland การที่นำการแสดงแสงสีเสียงที่ปราสาทดิสนีย์ เป็น high light ท้ายสุด ทำให้ดึงคนดูอยู่ที่ Disneyland ได้ถึง 3 ทุ่ม การที่ใช้เวลานานตั้งแต่เช้าถึงกลางคืนได้ ทำให้มีการใช้จ่ายทั้งเรื่อง อาหารและน้ำ (15% ของรายได้) และการซื้อของที่ระลึกใน Disneyland (15% ของรายได้) ได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช้เก็บเฉพาะค่าผ่านประตู (45% ของรายได้)
สรุปประสบการณ์ที่มาที่ Disneyland ต้องยอมรับว่า Disney ได้ทำตามปรัชญาการทำงานของดิสนีย์ (Disney) ในการสร้าง ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) คือ "สร้างโลกแห่งความฝันผ่านความใส่ใจ ทุกเรื่องราว และนวัตกรรม" วอลต์ ดิสนีย์ เคยกล่าวว่า: "ดิสนีย์แลนด์ไม่เคยสร้างเสร็จ มันจะยังเติบโต ตราบใดที่จินตนาการของโลกยังมีอยู่" (Disneyland will never be completed. It will continue to grow as long as there is imagination left in the world.) สวนสนุกของดิสนีย์ ถือเป็นแบบอย่างของความคิดสร้างสรรค์ การบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:
  1. "ความสุขคือธุรกิจของเรา" (We Create Happiness) วอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) เชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของดิสนีย์แลนด์คือ การสร้างความสุขและความทรงจำที่ดี ให้กับผู้มาเยือน ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน (Magic Kingdom) ที่ไร้ความกังวล คำพูดของวอลต์: "ดิสนีย์แลนด์จะไม่มีวันสมบูรณ์ ตราบใดที่ยังมีความ imagination ในโลกนี้เหลืออยู่"
  2. ความสมบูรณ์แบบในรายละเอียด (Attention to Detail) ทุกองค์ประกอบในดิสนีย์แลนด์ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้าง ความเชื่อมั่นและความมหัศจรรย์ (Immersion) เช่น เสียงเพลงที่ปรับระดับตามพื้นที่ ทางเดินที่ออกแบบเพื่อควบคุมไปจนถึงสีของอาคารที่เลือกมาเพื่อให้เข้ากับธีม
  3. การเล่าเรื่อง (Storytelling) ทุกส่วนของดิสนีย์แลนด์มี เรื่องราว ที่เชื่อมโยงกัน เช่น การออกแบบ Pirates of the Caribbean ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง วอลต์ ดิสนีย์: "ทุกการเดินทางต้องมีจุดเริ่มต้น ระหว่างทาง และจุดจบ"
  4. การบริการระดับโลก (Disney's Customer Service) พนักงาน (หรือที่ดิสนีย์เรียกว่า "Cast Members") ถูกฝึกให้เป็นส่วนหนึ่งของ "การแสดง" เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี เช่น การทักทายผู้เข้าชมด้วยรอยยิ้ม การตอบคำถามอย่างเป็นมิตร ปรัชญา: "ผู้เข้าชมไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่เป็นแขกของเรา"
  5. นวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation & Technology) ดิสนีย์แลนด์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ระบบการจองบัตร ,Fast Pass , App Disney ที่แนะนำเส้นทาง และทราบระยะเวลารอคอยของเครื่องเล่นต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ
  6. ความปลอดภัยและความสะอาด (Safety & Cleanliness) ดิสนีย์ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย และ ความสะอาด อย่างสูงสุด เช่น การตรวจสอบเครื่องเล่นทุกวัน การทำความสะอาดพื้นที่อย่างรวดเร็ว และการออกแบบทางเดินเพื่อป้องกันการแออัด
  7. การปรับตัวและพัฒนาตลอดเวลา (Continuous Improvement) ดิสนีย์แลนด์ไม่เคยหยุดนิ่ง มีการอัปเดตเครื่องเล่น โซนใหม่ๆ และกิจกรรมพิเศษอยู่เสมอ เช่น การเปิดตัว Star Wars: Galaxy's Edge หรือ Avengers Campus
  8. ครอบครัวคือหัวใจ (Family-Centric) ทุกกิจกรรมออกแบบมาเพื่อให้ ทุกวัย ในครอบครัวสนุกไปด้วยกัน ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่