คามาคุระ ไหว้พระใหญ่ไดบัตสุ
บันทึกภาพเมื่อ : 27 มีค. 69
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
คามาคุระ (Kamakura) เป็นเมืองชายทะเลเชิงประวัติศาสตร์ในจังหวัดคานางาวะ อยู่ทางใต้ของกรุงโตเกียว ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง ในประวัติศาสตร์ คามากูระเคยเป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัยของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1185 ถึง 1333 (1728-1876 สมัยสุโขทัย)โดยเป็นที่ตั้งของรัฐบาลโชกุนคามากูระ มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโชกุนคนแรกจัดตั้งรัฐบาลทหารมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองคามากูระ ส่วนจักรพรรดิประทับที่เมืองเฮอัง และได้กลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1200 ถึง 1300 ในยุคคามากูระ ปัจจุบันมีฐานะเป็นเทศบาลนคร ประชากร 1.7 แสนคน
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ไฮไลท์และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในคามาคุระ ที่สำคัญที่สุดได้แก่ พระใหญ่ไดบุตซึ (Kamakura Daibutsu)
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้แก่ ศาลเจ้าสึรูงาโอกะฮาจิมัง (Tsurugaoka Hachimangu) , ถนนคนเดินโคมะจิโดริ (Komachi-dori), สถานีคามาคุระโคโคมาเอะ (Kamakurakokomae Station),วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple),เกาะเอโนชิมะ (Enoshima Island)
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
สถานี คามาคุระ
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
เสาโทโรอิ สัญญลักษณ์ของทางเข้าศาลเจ้า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ 70% นับถือ ศาสนาชินโต (มักทำพิธีทางศาสนาที่บ้านหรือที่ศาลเจ้า) 67% นับถือศาสนาพุทธ์ (ส่วนใหญ่ในพิธีศพและเทศกาล) นับถือคริสต์ 1% และอื่นๆ อีก 6 % (รวมกันมากกว่า 100% เนื่องจากนับถือทั้งชินโตและพุทธ ) และประมาณ60% ที่ไม่ได้นับถือศาสนาใดอย่างเคร่งครัด
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
เสาโทริอิ (Torii) มีที่มาจากลัทธิชินโตของญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์ประตูกั้นระหว่างโลกมนุษย์กับโลกเทพเจ้า คำว่า โทริอิ แปลว่า ที่อยู่ของนก เนื่องจากเชื่อว่านกเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงกับวิญญาณหรือโลกหลังความตาย บันทึกเก่าแก่ที่สุดพบในปี ค.ศ. 922 และตัวอย่างโบราณสุดสร้างในศตวรรษที่ 12 ที่ศาลเจ้าฮะชิมัง. ความหมายของเสาโทริอิ เสาโทริอิประกอบด้วยเสาคู่ (hashira) และคานบน (kasagi) ทำหน้าที่บอกเขตศักดิ์สิทธิ์ ผู้ผ่านใต้เสาต้องแสดงกิริยาเคารพ เช่น โค้งคำนับ เพื่อแสดงถึงการเข้าสู่พื้นที่เทพเจ้า มักพบหน้าศาลเจ้า สุสานจักรพรรดิ หรือสถานที่ชินโต. ความแตกต่างของสี เสาโทเรอิ สีแดง (หรือส้มแดง Vermilion): พบบ่อยที่สุด สื่อถึงไฟ พระอาทิตย์ และชีวิต มีพลังขับไล่สิ่งชั่วร้าย ป้องกันอันตราย ใช้ทาเพื่อให้คงทนและโดดเด่นบอกตำแหน่งศาลเจ้า. สีอื่นๆ: เช่น สีธรรมชาติ (ไม้ไม่ทาสี), สีดำ (หินหรือไม้เรียบ), สีขาว (หิมะหรือพิธีกรรม) – ใช้ในบริบทเฉพาะ เช่น ศาลเจ้าที่เน้นความเรียบง่าย หรือทำจากวัสดุหิน/คอนกรีต ไม่มีพลังขับไล่ชั่วร้ายเท่าสีแดง แต่ยังคงสื่อความศักดิ์สิทธิ์.
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ต้นซากุระที่ปลูกไว้ 2 ข้างของเกาะกลางถนน ต้นซากุระ มีถิ่นกำเนิดจากจีนตอนใต้และไต้หวัน แต่เริ่มผูกพันกับคนญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งตั้งแต่สมัยนาระ (ค.ศ. 710-794) โดยบันทึกเก่าแก่ใน Manyoushuu บทกวีโบราณกล่าวถึงการชื่นชมดอกซากุระครั้งแรก. ซากุระเข้ามาญี่ปุ่นราวพันปีก่อน ในสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) เปลี่ยนจากดอกพลัม ( Ume ) เป็นซากุระเป็นดอกไม้หลักของเทศกาลฮานามิ (ohanami) ชาวญี่ปุ่นปลูกตามหลุมศพและศาลเจ้า
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ซากุระ จะงามเพียง 1-2 อาทิตย์จากนั้นก็จะร่วงโรย สื่อถึงชีวิตสั้นงอกและความงามชั่วขณะ สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) โชกุนโตกุกาวะโยชิมุเนะส่งเสริมปลูกซากุระทั่วประเทศ สายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ (ผสมโอชิมะซากุระและเอโดะฮิกัน) กลายเป็นที่นิยม ครอง 80% ของต้นซากุระในญี่ปุ่น. ความผูกพันทางวัฒนธรรม ซากุระสื่อความไม่เที่ยงของชีวิต ฤดูใบไม้ผลิใหม่เริ่มต้น (ปีการศึกษา งบประมาณ) ชาวญี่ปุ่นรวมญาติชมดอกใต้ต้น ร่วมดื่มชาและอาหาร สะท้อนจิตวิญญาณซามูไรที่งดงามแต่ร่วงโรยรวดเร็ว. สายพันธ์ Kawazu-zakura: บานเร็วสุด (กุมภาพันธ์) สายพันธ์ Somei Yoshino: บานหลัก (มีนาคม-ต้นเมษายน) 80% ของซากุระทั้งหมด เป็นซากระที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติต้องใช้วิธีการทาบกิ่ง บานช้าที่สุดคือ Kikuzakura: ช้าสุด (เมษายน-พฤษภา)
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
พระใหญ่ไดบุตซึ (Kamakura Daibutsu): พระพุทธรูปสำริดกลางแจ้งอายุกว่า 700 ปี ณ วัดโคโตกูอิง ที่เมืองคามากูระ เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายแดนบริสุทธิ์ รูปหล่อพระพุทธรูปใหญ่ไดบูตสึเป็นรูปของพระอมิตาภพุทธะ เกิดจากการเรี่ยไรเงินของนางอินาดะ (Inada-no-tsubone) หล่อจนแล้วเสร็จใน ค.ศ. 1252 ในยุคคามากูระ จากรูปเป็นบัตรเข้าชมวัด
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ประตูทางเข้า
ภาพที่ 29978
ภาพที่ 29979
ภาพที่ 29980
ภาพที่ 29981
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ถนนคนเดินโคมะจิโดริ (Komachi-dori): ถนนสายอาหารและช้อปปิ้งของฝากใกล้สถานี Kamakura ใกล้ Kamakura station ซึ่งมีถนน Komachi dori shopping street ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่มีร้านขายของมากมาย และมีถนนอีกเส้นที่ขนานกัน เป็นถนนขนาดใหญ่กว่า ซึ่งระหว่างกลางเป็นทางเดินที่ปลูฏต้นซากุระไว้ 2 ข้างทาง
ภาพที่ 29983
ภาพที่ 29984
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ศาลเจ้าสึรูงาโอกะฮาจิมัง (Tsurugaoka Hachimangu): ศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดของเมือง อยู่ทางทิศตะวันออกของวัด Kotoku-in เป็นศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น. ศาลเจ้านี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1063 โดยมินาโมโตะ โยริโยชิ เพื่ออุทิศให้เทพฮาจิมัน(เทพแห่งสงคราม ส่วน Inari เป็นเทพแห่งเกษตรกรรม โดยมีสุนัขจิ้งจอกเป็นผู้สื่อสารกับเทพ Inari) ผู้พิทักษ์ตระกูลมินาโมโตะและเหล่าซามูไร สร้างโดยมินาโมโตะ โยริโตโมะ ในปี ค.ศ. 1180 เพื่อย้ายตำแหน่งศาลเจ้ามาที่ตั้งปัจจุบัน และต่อมาได้รับการบูรณะห้องโถงใหญ่ในปี 1828.ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลโชกุนคามาคุระ และประดิษฐานวิญญาณจักรพรรดิโอจินกับจักรพรรดินีจิงกู.ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าฮาจิมังใหญ่ของญี่ปุ่น อายุกว่า 800 ปี.
ภาพที่ 29986
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ล้างมือก่อนขึ้นศาลเจ้า
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
ศาลาด้านหน้าก่อนขึ้นศาลเจ้า
ภาพที่ 29989
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
สาเกมีความสัมพันธ์กับศาสนาชินโตมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยใช้ในพิธีกรรมเพื่อชำระล้างและถวายแด่เทพ เช่น Hachiman ผู้คุ้มครองซามูไรที่ศาลเจ้านี้ โรงกลั่นสาเกท้องถิ่น โดยเฉพาะจากแถบคานากาวะ นำถังสาเกมาถวายเป็นสปอนเซอร์ แสดงถึงความศรัทธาและการสนับสนุนศาลเจ้า ส่วนใหญ่เป็นสาเกคุณภาพดีที่หมักจากข้าว น้ำ และโคจิ เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสำคัญในศาลเจ้า ถังเหล่านี้ตั้งเรียงรายใกล้กำแพงหรือจุดคืนเครื่องราง ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและสัมผัสวัฒนธรรม ไม่ใช่สำหรับดื่ม แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อที่สาเกนำโชคลาภและความมั่งคั่ง พบเห็นได้ตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คึกคัก ศาลเจ้าสึรุงะโอกะฮาจิมังในคามาคุระมีถังสาเกเรียงรายเด่นชัด สะท้อนประเพณีชินโตที่ผสานกับชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
เข้าแถวเพื่อเข้าไปไหว้ในศาลเจ้า การโยนเหรียญก่อนไหว้ศาลเจ้าเป็นประเพณีชินโตที่สืบทอดมานาน เพื่อแสดงน้ำใจบริจาคและเรียกความสนใจของเทพเจ้า เหรียญที่นิยมคือ 5 เยน เพราะอ่านว่า โกะเอ็น พ้องเสียงกับ โชคชะตา หรือ คู่缘 เชื่อว่านำโชคลาภและความสัมพันธ์ดี ที่มาและความหมาย ประเพณีนี้เริ่มจากสมัยโบราณที่ชาวญี่ปุ่นถวายเครื่องบูชาให้เทพ โดยกล่องไม้ ไซเซ็นบาโกะ ใช้รับเงินบริจาคเพื่อบำรุงศาลเจ้า การโยนเหรียญเป็นสัญญาณเริ่มพิธี สะท้อนวัฒนธรรม โกะเอ็น หรือการเชื่อมโยงระหว่างคนกับเทพ ไม่จำกัด 5 เยน แต่เหรียญนี้ศักดิ์สิทธิ์เพราะรูตรงกลางคล้ายเครื่องราง โดยขั้นตอนการไหว้ โยนเหรียญลงกล่อง (5 เยนหรือ 100 เยน) สั่นกระดิ่งเรียกเทพ (2-3 ครั้ง ถ้ามี) โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง พนมอธิษฐาน โค้ง 1 ครั้ง ประเพณีนี้พบได้ทุกศาลเจ้า
ภาพที่ 29992
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
สถานีคามาคุระโคโคมาเอะ (Kamakurakokomae Station): ทางข้ามรถไฟเลียบทะเลฉากจำลองจากการ์ตูน Slam Dunk
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple): เป็นวัดพุทธโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นเรื่องพระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ไม้แกะสลักองค์ใหญ่และวิวทะเลที่มองเห็นได้จากภายในวัด วัดที่มีสวนสวยและวิวทะเลชมไฮเดรนเยียในช่วงฤดูฝน สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 736–740 นับเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในคามาคุระ มีตำนานเกี่ยวกับรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมไม้ 11 พักตร์ที่ลอยทะเลมาถึงชายฝั่งคามาคุระ จึงสร้างวัดเพื่อประดิษฐานองค์นี้ จุดเด่นของวัดพระประธานในวิหารหลักคือ เจ้าแม่กวนอิม 11 พักตร์ไม้แกะสลักสูงกว่า 9.18 เมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น วัดตั้งอยู่บนภูเขาเล็กๆ ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองคามาคุระและทะเลที่จุดชมวิวมิฮาระชิได (Miharashidai) ได้สวยมาก ภายในวัดมีสวนและดอกไม้สวยงามหลายประเภท เช่น ไฮเดรนเยียในฤดูฝน ดอกไม้ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และดอกคิกุ (ดอกบ๊วย) ซึ่งทำให้วัดนี้ได้ชื่อว่าเป็น วัดแห่งบุปผา”
Click เพื่ออ่านคำบรรยายภาพ
เกาะเอโนชิมะ (Enoshima Island): เป็นเกาะเล็กๆ ริมทะเลติดชายฝั่งโชนัน (Shonan Coast) ในจังหวัดคานากาวะ อยู่ภายใต้เมืองฟูจิซาวะ (Fujisawa) และเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานเดินเท้า ทำให้เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเหมือนติดเกาะ บนเกาะมีทั้ง ศาลเจ้าเอโนชิมะ (Enoshima Shrine) ที่มีประวัติยาวนานและถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับเทพเจ้าแห่งทรัพย์และคู่รัก มีหอชมวิวประภาคารเอโนชิมะซีแคนเดิล (Enoshima Sea Candle) สูงประมาณ 60 เมตร มองเห็นวิวทะเลรอบเกาะ ชายหาด และบางวันเห็นภูเขาไฟฟูจิก็ได้ ภายในเกาะมี สวนซามูเอลค็อกกิ้ง (Samuel Cocking Garden) ที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์และไฮไลต์คือหอชมวิว 360 องศาที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเล็กๆ กลางเกาะ ไฮไลต์อื่นๆ ที่น่าเที่ยว ชายหาดเอโนชิมะ – เหมาะสำหรับนั่งเล่นริมทะเล ถ่ายรูป และดูพระอาทิตย์ตก บรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับการเดทด้วย ถ้ำเอโนชิมะ อิวายะ (Enoshima Iwaya Cave) – ถ้ำธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นทะเล มีบรรยากาศคล้ายถ้ำศักดิ์สิทธิ์ในยุคโบราณ และมีเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพลังจากฟูจิ บริเวณรอบเกาะมี ถนนช็อปปิ้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกตามแนวสะพาน–ชายฝั่ง รวมถึงอาหารทะเลสด เช่น หอยเชลล์ แมงกะพรุน (ในฤดู) และอูนิ (หอยเม่นทะเล) ตามร้านต่างๆ