Health Literacy Media Display
The Declaration of Alma Ata 1978 สู่เป้าหมายสุขภาพดีถ้วนหน้าปี (HFA) 2000
Alma Ata Declaration (2026-05-01)

เอกสารสรุปสาระสำคัญ: ปฏิญญาอัลมา-อาตา (Declaration of Alma-Ata)

บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ปฏิญญาอัลมา-อาตา ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2521 ณ การประชุมนานาชาติว่าด้วยการสาธารณสุขมูลฐาน เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่เน้นย้ำว่า "สุขภาพเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน" และเป็นเป้าหมายทางสังคมที่สำคัญที่สุดทั่วโลก การบรรลุระดับสุขภาพสูงสุดนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยภาคส่วนสาธารณสุขเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ประเด็นวิกฤตที่เอกสารนำเสนอคือความไม่เท่าเทียมกันของสถานะสุขภาพระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ทั้งในเชิงการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายหลักร่วมกันคือการทำให้ประชากรโลกทุกคนมีระดับสุขภาพที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีผลิตภาพทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจภายในปี พ.ศ. 2543 (Health for All by the year 2000) โดยมี "การสาธารณสุขมูลฐาน" (Primary Health Care - PHC) เป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ภายใต้จิตวิญญาณแห่งความยุติธรรมทางสังคม
  1. นิยามและหลักเกณฑ์ของสุขภาพในฐานะสิทธิมนุษยชน เอกสารระบุหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพไว้ดังนี้:
    1. นิยามของสุขภาพ: สุขภาพไม่ใช่เพียงการปราศจากโรคหรือความพิการ แต่หมายถึงสภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม
    2. สิทธิมนุษยชน: การมีสุขภาพดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ
    3. ความรับผิดชอบของรัฐ: รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน โดยต้องจัดให้มีมาตรการทางสาธารณสุขและสังคมที่เพียงพอ
    4. การมีส่วนร่วม: ประชาชนมีทั้งสิทธิและหน้าที่ในการมีส่วนร่วมทั้งในระดับบุคคลและกลุ่มบุคคล เพื่อวางแผนและดำเนินการดูแลสุขภาพของตนเอง
  2. การสาธารณสุขมูลฐาน (Primary Health Care: PHC) การสาธารณสุขมูลฐานถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางและภารกิจหลักของระบบสาธารณสุขแห่งชาติ โดยมีคุณลักษณะและองค์ประกอบสำคัญดังนี้:
    1. คุณลักษณะสำคัญของ PHC
      1. ความสมเหตุสมผล: ตั้งอยู่บนวิธีการและเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริง มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และเป็นที่ยอมรับทางสังคม
      2. การเข้าถึงได้ทั่วไป: บุคคลและครอบครัวในชุมชนสามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุมผ่านการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
      3. ความยั่งยืนด้านงบประมาณ: มีค่าใช้จ่ายที่ชุมชนและประเทศสามารถรับภาระได้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาตามจิตวิญญาณของการพึ่งพาตนเอง
      4. การสัมผัสจุดแรก: เป็นด่านแรกของการติดต่อระหว่างบุคคล ครอบครัว และชุมชน กับระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยนำบริการสาธารณสุขไปให้ใกล้ชิดกับที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของประชาชนมากที่สุด
    2. องค์ประกอบขั้นต่ำของบริการ PHC PHC ต้องครอบคลุมบริการอย่างน้อย 8 ประการ ดังนี้:
      1. องค์ประกอบของบริการ
        1. การให้สุขศึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพและวิธีการป้องกันควบคุม
        2. การส่งเสริมการจัดหาอาหารและโภชนาการที่เหมาะสม
        3. การจัดหาน้ำสะอาดและสุขาภิบาลขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ
        4. .การอนามัยแม่และเด็ก รวมถึงการวางแผนครอบครัว
        5. การสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อที่สำคัญ
        6. การป้องกันและควบคุมโรคประจำถิ่น
        7. การรักษาโรคและการบาดเจ็บทั่วไปอย่างเหมาะสม
        8. การจัดหายาที่จำเป็น
    3. การบูรณาการและความร่วมมือระหว่างภาคส่วน การสาธารณสุขมูลฐานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคส่วนสาธารณสุขเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการประสานงานกับภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศและชุมชน ได้แก่: เกษตรกรรมและการปศุสัตว์ อุตสาหกรรมอาหาร การศึกษา ที่อยู่อาศัยและโยธาธิการ การคมนาคมขนส่ง
      นอกจากนี้ ระบบ PHC ต้องได้รับการสนับสนุนจากระบบการส่งต่อ (Referral systems) ที่มีประสิทธิภาพและเกื้อกูลกัน เพื่อปรับปรุงการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม โดยให้ความสำคัญลำดับแรกกับกลุ่มที่มีความต้องการสูงสุด
    4. ยุทธศาสตร์ระดับชาติและการจัดสรรทรัพยากรโลก เพื่อบรรลุเป้าหมาย "สุขภาพดีถ้วนหน้า" ปฏิญญาได้เรียกร้องให้ดำเนินการดังนี้:
      1. เจตจำนงทางการเมือง: รัฐบาลต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อเริ่มและรักษาการสาธารณสุขมูลฐานให้ยั่งยืน
      2. การจัดสรรงบประมาณใหม่: เอกสารระบุว่าทรัพยากรโลกจำนวนมากถูกใช้ไปกับงบประมาณทางทหารและความขัดแย้งติดอาวุธ ซึ่งควรจะนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสันติภาพ โดยเฉพาะการเร่งรัดการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งมีการสาธารณสุขมูลฐานเป็นส่วนประกอบสำคัญ
      3. ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ทุกประเทศควรมีความร่วมมือในลักษณะเป็นหุ้นส่วนเพื่อให้แน่ใจว่าการสาธารณสุขมูลฐานจะเกิดขึ้นกับคนทุกคน เนื่องจากความสำเร็จด้านสุขภาพในประเทศหนึ่งย่อมส่งผลดีต่อประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
    5. บทสรุปและคำเรียกร้อง ปฏิญญาอัลมา-อาตา เรียกร้องให้มีความร่วมมืออย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อนำการสาธารณสุขมูลฐานไปปฏิบัติในฐานะส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ (New International Economic Order) และกระตุ้นให้องค์กรต่างๆ เช่น WHO, UNICEF และหน่วยงานระดมทุน สนับสนุนด้านเทคนิคและการเงินเพื่อความก้าวหน้าของระบบสาธารณสุขทั่วโลกอย่างเท่าเทียมกัน