Health Literacy Media Display
แบบสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของ EU ด้วยคำถาม 47 ข้อ (HLS-EU-Q47)
นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล (2026-05-20)

สรุปเครื่องมือวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพ HLS-EU-Q47

  1. ความเป็นมาและนิยามหลัก ก่อนปี 2012 เครื่องมือวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy หรือ HL) ในแต่ละประเทศมีมาตรฐานที่แตกต่างกันตามนิยามและแบบจำลองของตนเอง จนกระทั่ง Sørensen ได้ทำการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบในปี 2012 นำไปสู่การสร้างแบบจำลองที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง โดยนิยามว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพคือ ความรู้ แรงจูงใจ และศักยภาพของบุคคลในการเข้าถึง (Access), เข้าใจ (Understand), ประเมิน (Appraise) และประยุกต์ใช้ (Apply) ข้อมูลสุขภาพเพื่อการตัดสินใจและดูแลคุณภาพชีวิตของตนเอง
  2. โครงสร้างเมทริกซ์และข้อคำถาม เครื่องมือ HLS-EU-Q47 ถูกพัฒนาโดยความร่วมมือของ 8 ประเทศในยุโรป มีโครงสร้างเป็นเมทริกซ์ 12 มิติ (3 คูณ 4) ซึ่งประกอบด้วยสองมิติหลัก: มิติการดูแล (Continuum of Care): แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การบริการสุขภาพ (Health care) 16 ข้อ, การป้องกันโรค (Disease Prevention) 15 ข้อ และการส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion) 16 ข้อ มิติกะบวนการ (Process Dimension): แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเข้าถึง, การเข้าใจ, การประเมิน และการปฏิบัติตามข้อมูลสุขภาพ
  3. วิธีการให้คะแนนและเกณฑ์การวัด ผู้ตอบแบบสอบถามจะประเมินความยากง่ายของแต่ละหัวข้อใน 4 ระดับ คือ 1 เท่ากับยากมาก, 2 เท่ากับยาก, 3 เท่ากับง่าย และ 4 เท่ากับง่ายมาก จากนั้นจะนำค่าเฉลี่ยมาคำนวณตามสูตร คะแนนเท่ากับ (ค่าเฉลี่ยลบ 1) คูณ 50 หาร 3 เพื่อให้ได้คะแนนเต็ม 50 คะแนน โดยแบ่งระดับความรอบรู้ออกเป็น 4 กลุ่ม : ระดับไม่เพียงพอ (Inadequate): คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 25 ระดับที่น่าจะมีปัญหา (Likely Problematic): คะแนนมากกว่า 25 ถึง 42 ระดับที่น่าจะเพียงพอ (Likely Sufficient): คะแนนมากกว่า 42 ถึง 50 ระดับจำกัด (Limited): คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 33 (เป็นการรวมกลุ่มไม่เพียงพอและน่าจะมีปัญหาเข้าด้วยกัน)
  4. การปรับใช้ในระดับสากลและในประเทศไทย เนื่องจากเครื่องมือฉบับเต็ม 47 ข้อใช้เวลาทำนาน จึงมีการพัฒนาแบบสั้น เช่น HLS-EU-Q16 และ HLS-EU-Q6 เพื่อให้ทำเสร็จได้รวดเร็วขึ้น สำหรับประเทศไทย ได้นำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็น HLS-TH-Q87 ซึ่งประกอบด้วย 87 ข้อคำถาม ครอบคลุม 20 มิติ โดยมีการเพิ่มมิติด้าน ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health Product) และบูรณาการข้อมูลจาก "66 ข้อความสำคัญ" ของสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยโดยเฉพาะ