Health Literacy Media Display
มะเร็งปากมดลูก เข้าใจใน 5 นาที ครบทุกเรื่องที่สำคัญ
Rama Chennel (2019-11-07)

มะเร็งปากมดลูก

  1. เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในสตรี เกิดจากเชื้อไวรัส HPV เกิดจากการสัมผัส โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์
  2. ร้อยละ 80 ของชายหรือหญิงที่มีเพศสัมพันธ์จะมีเชื้อประมาณร้อยละ 80 โดยไม่มีอาการ และส่วนใหญ่จะถูกกำจัดโดยร่างกาย ถ้าไม่สามารถกำกจัดได้ จะสามารถทำให้เกิดระยะก่อนมะเร็งได้
  3. การป้องกันในระยะแรก (Primary Prevention)
      /li> การให้การศึกษา โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ ไม่มีคู่นอนหลายคน ไม่มีเพศสัมพันธ์เมื่อมีอายุน้อย เนื่องจากเยื่อบุช่องคลอดยังไม่เจริญเต็มที่ในการป้องกันการติดเชื้อ
    1. ไม่สูบบุหรี่
    2. ฉีด Vaccine ป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี ถ้าสามารถฉีดวัคซีนก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก จะทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงสุด
  4. การป้องกันระดับที่ 2 (Secondary Prevention) มะเร้งปากมดลูกจะเป็นระยะก่อนมะเร็งหลายปีก่อนเป็นมะเร็ง จึงสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งก่อนมะเร็ง เพื่อวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาจะทำให้ผลการรักษาดี
    1. การตรวจ pap smear เพื่อหาการเปลี่ยนแปลงของเซลก่อน
    2. การตรวจหาหลักฐานของการติดเชื้อ HPV
    3. การตรวจด้วยน้ำส้มสายชู แล้วใช้ส่องด้วยกล้อง Culposcope
  5. การดูแลและป้องกันมะเร็งปากมดลูก
    1. รับประทานอาหารให้ครบหมู่ เพียงพอ โดยเฉพาะผักและผลไม่ ซึ่งมีสารต้านอนุมานอิสระ
    2. หลักเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่สารกันบูด
    3. ไม่รับประทานโฮโมน โดยที่แพทย์ไม่ได้สั่ง หรือไม่ได้รับประทานสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนประกอบที่ชัดเจน เนื่องจากอาจมีสารก่อมะเร็งเป็นส่วนประกอบ
    4. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป
    5. พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี
    6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายเข็งแรง
    7. ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด
    8. ตรวจสุขภาพประจำปี ทุกปี โดยเฉพาะการตรวจภายใน และตรวจคัดกรองมะเร็งต่างๆ รวมถึงมะเร็งปากมดลูก
    9. สังเกตอาการผิดปกติ ได้แก่ ตกขาว เลือดออก ท้องโต ปวดท้อง ท้องผูก และไม่ควรละเลยที่จะไปพบแพทย์
    10. มีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมและไม่เสี่ยง เช่นไม่มีคู่นอนหลายคน