Health Literacy Media Display
ถ้าเป็นโรคไตเรื้องรัง ไตเสื่อม จะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร
นพ.ธนีย์ ธนียวรรณ (2024-07-18)
  1. การวินิจฉัย CKD
    1. เป็นมามากกว่า 3 เดือน
    2. มีการรั่วของ albumin โดยดู urine albumin creatinine ratio โดยปกติจะไม่เกิน ถ้าเกิน 30 แสดงว่ามีความผิดปกติ
    3. ทำ ultrasound ว่ามีการฝ่อหรือมี polycystic kidney หรือมีการ obstruction ของ ureter หรือไม่
    4. ตรวจ UA ดูว่ามี cell ที่บ่งบอกว่าเป็น CKD
    5. Kidney Tissue biopsy
  2. ค่า Cystatin C มีความแม่นยำมากกว่า Creatinine โดยใช้ CKD Epi ในการคำนวณ
  3. เมื่อเจอ CKD สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ
    1. หาสาเหตุ เช่น เป็น Uncontrol severe HT , DM ,Obesity ,smoking หรือ Virus เช่น Hepatitis A หรือ B หรือ HIV, MM , renal Amyloid disease , โรคตับหรือโรคหัวใจเรื้อรัง แล้วจัดการที่ตนเหตุ
    2. สิ่งที่จะพอรักษาได้ด้วยยา เพื่อชลอการเสื่อมของไตมากขึ้น
      1. ACE-I หรือ ARB ,SGLPT2 inhibitor (นำมาใช้เบาหวาน) เพื่อลด albuminuria
      2. ปรับขนาดยาบางตัวที่ขับออกทางไต
    3. ข้อควรระวังคือ
      1. Salt and water retention Heart failure จึงต้องทานเกลือให้น้อยกว่า 2 gm/day ซึ่งจำเป็นต้องทำอาหารเองเนื่องจากร้านค้าต่างๆมักจะมีเกลือเกิน ชั่งน้ำหนักถ้ามากกว่า 1 กก/วัน แสดงว่า น้ำเกิน ถ้าเกินต้องลดเกลือและให้ยาขับปัสสาวะ
      2. K retention เนื่องจากขับออกได้น้อย ทำให้ต้องลดอาหารที่มี K สูงเช่น กล้วย ส้ม สารทดแทนเกลือคือ K จึงไม่ควรกิน
      3. Calcium and Phosphate เนื่องจากไตต้องสร้าง Vit D ที่ออกฤทธิ์ ทำให้ Ca ต่ำ และ Phosphate สูงเนื่องจากไม่สามารถขับออกได้ ทำให้ parathyroid อยู่ที่ปีกทั้ง 4 ของปีกผีเสื้อของ thyroid ทำให้การหลั่ง parathyroid โดยการสลาย Ca ที่กระดูก และขับ phosphate ทำให้กระดูกพรุน เพราะฉะนั้นต้องลดอาหารที่ phosphate สูงได้แก่ ไส้กรอก ถั่วบางอย่าง เครื่องใน ฯลฯ ไม่แนะนำให้กิน Ca เสริม แม้จะ Ca ต่ำ และอีกอย่าง Ca จะไปรวมกับ Phosphate เพราะจำให้ตกตะกอน โดยเฉพาะในเส้นเลือด Ca * Phosphate > 55 แสดงว่าเสี่ยงต่อการเกิดตะกอน มียาที่เป็น phosphate binder
      4. ตรวจ parathyroid hormone (PTH)ถ้าเกิน 150 ต้องทำการรักษา โดย
        1. ต้องมั่นใจว่า vit D เพียงพอ ตรวจ 25-OH vit D (ได้จากการกินเข้าไปหรือสร้างจากผิวหนัง) กับ 1-25-OH Vitamin D (ไตสร้าง) ถ้าขาดต้องกินเสริม ถ้าไม่ขาด vit D ไปกิน จะทำให้ phosphate ยิ่งสูงขึ้น อันตราย
        2. ถ้าไม่ขาด Vit D Ca ไม่ต่ำ Phosphate ไม่สูง จะให้ Calcithiol หรือ 1-25-OH vit D เพื่อหยุดยั้งการทำงานของ parathyroid เพื่อป้องกันกระดูกพรุน
      5. Acid base balance เสีย ทำให้มีความเป็นกรด ต้องกิน NaHCO3 เพื่อให้เป็นด่าง แต่ต้องระวัง Na ที่ทำให้ water retention
      6. Anemia เนื่องจากไตไม่สามารถสร้าง Erythropoietin ได้ จะทำให้เกิดโลหิตจาง ต้องให้ hormone erythropoietin แบบฉีด
      7. คนโรคไตมีโอกาสขาด malnutrition เนื่องจาก CKD จะเบื่ออาหาร ถ้าไปลดโปรตีน ยิ่งขาดอาหาร เพราะฉะนั้นในรายที่ยังไม่ได้ล้างไต สามารถกินโปรตีนได้ที่ 0.8-1 g/kg/day ได้ ถ้าเจาะ albumin โดยที่ไม่ได้รั่วจากไต แสดงว่ามีปัญหา malnutrition
      8. Uremia ถ้ากินโปรตีนมากๆ จะเกิด uremia ทำให้เกิด เพ้อ สับสน ชักได้ หรือมีอาการเหมือนมีอะไรมาไต่ตามแขนหรือขา (Restless leg syndrome) หรือมีขากระตุกตอนนอน และมีผลทำให้เกิด pericarditis ได้ และทำให้เลือดออกง่าย (uremic bleeding) ถ้ามี uremia ต้องล้างไต หรือต้องใช้ vasopressin แบบฉีดในกรณีที่ต้องผ่าตัดด่วนที่มี uremia ร่วมด้วย
      9. Infection ได้แก่ ปอดอักเสบ และติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แนะนำให้ฉีด vaccine Pneumococus
      10. ไขมันสูง ต้องลด LDL ลงโดยต้องลดขนาดยา
      11. เลี่ยง สมุนไพร อาหารเสริม ยาพวก NSAID หรือ Aminoglycoside