Health Literacy Media Display
แนวทางการใช้ AI ในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ (2025-08-05)
"แนวทางการใช้ AI: ChatGPT ในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานทั่วไป" จัดทำโดย นพ. วชิระ เพ็งจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพไทย (THLA) โดยมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้

แนวคิดหลักและนิยาม เอกสารได้อธิบาย "ความรอบรู้ด้านสุขภาพ" (Health Literacy) โดยอ้างอิงและปรับปรุงจากนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2024 ซึ่งประกอบด้วยทักษะทางปัญญาและสังคมใน 4 ด้านหลัก ที่เรียกว่า 4As ได้แก่:

  1. Access (เข้าถึง): การเข้าถึงข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพ
  2. Acquire (เข้าใจ): การทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับ
  3. Appraise (ประเมิน): การประเมินและตัดสินใจเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพ
  4. Apply (ปรับใช้ บอกต่อ): การนำไปปรับใช้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและสื่อสารบอกต่อผู้อื่น

ChatGPT ในฐานะเครื่องมือส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

เอกสารนำเสนอ AI อย่าง ChatGPT ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพทั้ง 4 ด้าน เนื่องจากมีความสามารถในการค้นหา ประมวลผล และสังเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ใช้สามารถ:
  1. เข้าถึงและเข้าใจ ข้อมูลได้ง่ายขึ้นผ่านการซักถามเมื่อมีข้อสงสัย
  2. ประเมินและตัดสินใจ โดยใช้ AI ช่วยตั้งคำถามเพื่อสร้างทางเลือกต่างๆ
  3. ค้นหาแนวทางการปฏิบัติ ด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเอง

กลยุทธ์และเทคนิคการใช้งาน

หลักการและกลยุทธ์ในการใช้ ChatGPT อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้: ใช้เป็นกระจกสะท้อนความคิด: ไม่ควรเชื่อคำตอบทั้งหมดทันที แต่ให้ใช้เพื่อขยายมุมมองและท้าทายแนวคิดเดิมๆ
  1. การตั้งคำถาม: ควรใช้คำถามปลายเปิดที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นให้ AI ให้ข้อมูลในหลายแง่มุม และยกตัวอย่างคำถามที่ดีสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ
  2. การเขียน Prompt: อธิบายความหมายและองค์ประกอบพื้นฐานของ Prompt (คำสั่ง) ซึ่งได้แก่ Instruction (คำสั่ง), Context (บริบท), Input Data (ข้อมูลนำเข้า), และ Output (ผลลัพธ์ที่คาดหวัง)
  3. Power Prompt: แนะนำเทคนิคการเขียน Prompt ให้ครอบคลุม 5 หัวข้อหลักเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ได้แก่
    1. Persona (คุณคือใคร)
    2. Objective (ต้องการให้ AI ทำอะไร)
    3. Who (ใครเป็นผู้รับผลงาน)
    4. Expectation (คาดหวังผลลัพธ์ในรูปแบบใด)
    5. การให้ข้อมูลเฉพาะ
  4. การตรวจสอบข้อมูล: เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องมีการสอบทานข้อมูลที่ได้จาก AI กับแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออื่นๆ เช่น ผู้เชี่ยวชาญ หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานอย่างกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก

ประโยชน์ของการใช้ AI เพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ

  1. พัฒนาตนเอง: ช่วยให้เรียนรู้สิ่งใหม่ได้เสมอและมีความคิดที่กว้างไกลขึ้น
  2. มีความสุข: การเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้ชีวิตมีสีสันและเกิดความภาคภูมิใจ
  3. ช่วยเหลือผู้อื่น: สามารถค้นพบวิธีการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและชุมชน
  4. พัฒนาชุมชน: นำความรู้และเทคนิคใหม่ๆ ไปส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน
  5. ก้าวทันโลก: สามารถเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ
โดยสรุป เอกสารฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นคู่มือสำหรับบุคลากรทั่วไปและ อสม. ให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI อย่าง ChatGPT เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพของตนเองและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย (THLA)