Health Literacy Media Display
ลดเงินเฟ้อทางการแพทย์ด้วยบริการปฐมภูมิและการส่งต่อแบบไร้รอยต่อ
นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล (2026-02-02)
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความยั่งยืนทางการเงินในระบบสุขภาพอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 15.2 ในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ที่ร้อยละ 0.4 ถึงเกือบ 40 เท่า และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 1.5 เท่า วิกฤตนี้ถูกขับเคลื่อนโดยการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด การแพร่ระบาดของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ราคาแพงจากต่างประเทศ หากยังคงยึดติดกับยุทธศาสตร์ "เน้นการรักษา" (Curative-Centric) แบบเดิม ระบบสุขภาพไทยจะเผชิญกับภาวะล้มละลายทางการคลัง โรงพยาบาลรัฐจะตกอยู่ในกับดักหนี้สิน และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการจะรุนแรงขึ้น ทางออกเชิงยุทธศาสตร์ที่จำเป็นคือการเปลี่ยนผ่านสู่ การสาธารณสุขมูลฐาน (Primary Health Care - PHC) และการส่งต่อแบบไร้รอบต่อ โดยใช้กรอบแนวคิด SAFE Path (Sustainability, Adequacy, Fairness, Efficiency) เพื่อมุ่งเน้นการสร้างสุขภาพมากกว่าการซ่อมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาวและรักษาเสถียรภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) ได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ในปี 2030