Health Literacy Media Display
ปืนพระราม 6
เพื่อนรักนักอ่าน Lek Reader (2026-06-23)
รายงานสรุปข้อมูล: ปืนพระราม ๖ อาวุธประจำการกองเสือป่า บทสรุปผู้บริหาร "ปืนพระราม ๖" เป็นอาวุธปืนเล็กยาวที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ทรงจัดซื้อจากประเทศอังกฤษเพื่อใช้เป็นอาวุธประจำการในกองเสือป่า โดยเลือกใช้แบบปืน Lee Enfield Number 1 Mark 3 (SMLE) จำนวน ๑๐,๐๐๐ กระบอก ความสำคัญของปืนรุ่นนี้มิใช่เพียงแค่ประสิทธิภาพทางการทหาร แต่ยังสะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในการดำเนินวิเทศสัมพันธ์และการบริหารจัดการงบประมาณนอกระบบราชการปกติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในยุคล่าอาณานิคม ปืนพระราม ๖ มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นด้วยการประทับตราหน้าเสือและอักษรไทย ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของกิจการเสือป่าและลูกเสือไทย ๑. ที่มาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ พระอัจฉริยภาพด้านการทหารของรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนเล็กยาวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ (Sandhurst) ประเทศอังกฤษ และทรงได้รับประกาศนียบัตรพร้อมเหรียญแม่นปืนในหลักสูตรปืนเล็กยาว ทำให้ทรงตระหนักถึงความสำคัญของอาวุธที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศ การสถาปนากองเสือป่า ทรงสถาปนากองเสือป่า (Wild Tiger Corps) ขึ้นเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ในฐานะกองกำลังกึ่งทหาร (Paramilitary) เพื่อฝึกหัดพลเรือนให้มีความพร้อมในการป้องกันประเทศภายใต้คำขวัญ "แม้นหวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรร" อย่างไรก็ตาม กองเสือป่าเป็นหน่วยอาสาสมัครที่ไม่มีงบประมาณราชการสนับสนุนโดยตรง ทำให้การจัดหาอาวุธเป็นไปอย่างยากลำบาก ๒. กระบวนการจัดซื้อและการผลิต การจัดซื้อปืนพระราม ๖ เผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ๒ ประการ คือ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ และความไม่เต็มใจของรัฐบาลอังกฤษที่จะขายอาวุธประสิทธิภาพสูงให้แก่สยามในขณะนั้น * กลยุทธ์การจัดซื้อ: ทรงใช้ความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับพระสหายในกองทัพและรัฐบาลอังกฤษ โดยชี้แจงว่าเป็นการสั่งซื้อส่วนพระองค์ ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณราชการ และไม่ใช่การจัดซื้อโดยกระทรวงกลาโหม * แหล่งเงินทุน: ทรงระดมทุนผ่านหลายช่องทาง อาทิ การออกลอตเตอรี่เสือป่า การจัดแข่งรถยนต์เพื่อหาทุน การรับบริจาคจากประชาชน และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ * รายละเอียดการผลิต: * ผู้ผลิต: บริษัท Birmingham Small Arms (BSA) ประเทศอังกฤษ * วันสั่งซื้อ: ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๓ (ค.ศ. 1920) * ราคา: กระบอกละ ๗ ปอนด์เศษ (รวมดาบปลายปืนและสายสะพาย) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๗๖,๖๒๑ ปอนด์ * การส่งมอบ: ครบถ้วนเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ ๓. ลักษณะเฉพาะทางเทคนิคและสัญลักษณ์ ปืนพระราม ๖ มีลักษณะที่แตกต่างจากปืน Lee Enfield รุ่นอื่น ๆ ที่ผลิตออกมานับสิบล้านกระบอก ดังนี้: เครื่องหมายบนโครงปืน ที่บริเวณห่วงยึดพานท้ายปืน มีการสลักอักษรไทยและตราสัญลักษณ์ไว้ว่า: 1. แบบพระราม ๖ 2. ตราหน้าเสือ 3. พุทธศักราช ๒๔๖๒ (หมายเหตุ: แม้สั่งผลิตปี ๒๔๖๓ แต่การสลักปี ๒๔๖๒ แสดงถึงการวางแผนและเจรจาล่วงหน้า) หมายเลขประจำปืน มีการประทับหมายเลขไทยในส่วนประกอบสำคัญเพื่อให้ชิ้นส่วนมีความประณีตและเข้าชุดกัน (Matching Numbers) ใน ๔ ตำแหน่ง: 1. ใต้ก้านลูกเลื่อน (เป็นเลขไทยและมีเลขารบิกซ่อนอยู่สำหรับช่างฝรั่ง) 2. ด้านหลังก้านลูกเลื่อน 3. ด้านท้ายของรังเพลิงด้านขวา 4. โคนลำกล้องด้านขวา ดาบปลายปืน (Bayonet) ใช้แบบ Pattern 1907 โดยมีหมายเลขไทยที่ตรงกับตัวปืน และมีรูปหน้าเสือประทับไว้ที่โคนใบดาบ พานท้ายปืน สามารถเปลี่ยนความยาวได้ ๔ ขนาด เพื่อให้เหมาะสมกับช่วงแขนของผู้ใช้ ได้แก่: * แบบสั้นที่สุด (Short/Bantam): ๑๑ ๑/๔ นิ้ว * แบบสั้น (Short): ๑๑ ๓/๔ นิ้ว * แบบมาตรฐาน (Standard): ๑๒ ๓/๔ นิ้ว * แบบยาว (Long): ๑๓ ๑/๒ นิ้ว ๔. การกระจายปืนพระราม ๖ สู่หน่วยงานต่าง ๆ ปืนจำนวน ๑๐,๐๐๐ กระบอก ถูกจัดสรรไปยังกองเสนาเสือป่าทั่วประเทศ ดังนี้: หน่วยงานที่รับมอบ จำนวน (กระบอก) คลังเก็บอาวุธสวนจิตรลดา ๕,๙๔๕ กองเสนาปักษ์ใต้ ๗๐๐ กองเสนาปักษ์ตะวันตก ๕๐๐ กองเสนาอาคเนย์ ๕๐๐ กองเสนาพื้นกรุงเทพฯ ๕๐๐ กองเสนาตะวันออก ๔๖๐ กองเสนาภูเก็ต ๓๐๐ กองเสนาอุบล ๓๐๐ กองเสนามณฑลอยุธยา ๑๐๐ กองเสนาอิสลาม ๑๙๕ รวมทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ หมายเหตุ: ปืนพระราม ๖ หมายเลข ๑ เป็นพระแสงปืนประจำพระองค์ มีความพิเศษด้วยการแกะสลักลายเครือเถาบนส่วนที่เป็นโลหะและลายกันลื่นที่พานท้าย จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พระบรมมหาราชวัง ๕. ชะตากรรมของปืนพระราม ๖ หลังยุคกองเสือป่า ภายหลังการยุบเลิกกองเสือป่า ปืนพระราม ๖ ได้ถูกเปลี่ยนถ่ายไปใช้งานในหน่วยงานอื่น ๆ: * กรมตำรวจ: รับโอนไปใช้เพื่อภารกิจปราบปรามโจรผู้ร้าย มีหลักฐานภาพถ่ายการใช้งานที่ สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ * กรมราชทัณฑ์: นำไปใช้ในภารกิจของเรือนจำจังหวัดต่าง ๆ * การจำหน่าย: ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ (ค.ศ. 1960) กรมตำรวจได้ขายทอดตลาดปืนเหล่านี้ ทำให้ปืนพระราม ๖ กระจัดกระจายไปอยู่ในมือนักสะสมทั่วโลก และหาชมได้ยากยิ่งในประเทศไทยในปัจจุบัน ๖. บทสรุปและความสำคัญเชิงมรดก ปืนพระราม ๖ มิใช่เป็นเพียงอาวุธสงคราม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องเอกราชและอธิปไตยของไทยผ่านวิสัยทัศน์ของรัชกาลที่ ๖ แม้กองเสือป่าจะไม่มีอยู่แล้ว แต่มรดกในรูปแบบของกิจการลูกเสือและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างปืนพระราม ๖ ยังคงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความรักชาติและการเตรียมพร้อมเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองอย่างยั่งยืน