โรคมะเร็งเต้านมเป็นปัญหาสุขภาพทีสำคัญของสตรีทั่วโลก (Globocan 2012) ประมาณการอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมปรับมาตรฐานอายุ (Age Standardized Rate หรือ ASR) ทั่วโลกเท่ากับ 43.1 ต่อแสนประชากร อัตราการตาย 12.9 ต่อแสนประชากร
  
ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งในสตรีไทย พบมากในอายุ 30-70 ปี ข้อมูลทางสถิติโรคมะเร็งในประเทศไทย 2553-2555 (Cancer in Thailan Vol.VII 2020-2012) จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเป็นอันดับหนึ่งในเพศหญิง มีอุบัติการณ์ 28.5 ต่อประชากรแสนคน และในปี 2554 พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 12,613 ราย หรือมีสตรไทยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ วันละ 35 คน และข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงานในปี 2559 พบสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมจำนวน 4,099 คน หรือจะพบการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมวันละ 10 คน
  
โรคมะเร็งเต้านมระยะแรกจะไม่แสดงอาการหรือความผิดปกติให้สังเกตุได้ ส่วนอาการของมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยที่สุด คือการคลำพบก้อนที่เต้านม การป้องกันการตายจากมะเร็งเต้านมที่สุดคือการค้นหาความผิดปกติของเต้านมให้เร็วที่สุด เพิ่มเพิ่มโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิต และผลการรักษามะเร็งเต้านมระยะแรก อัตรการรอดชีวิตที่ 5 ปี สูงกว่าร้อยละ 95
  
ประเทศไทยรณรงค์การตรวจเต้านมด้วยตนเองตั้งแต่ปี 2542 มีรายงานการศึกษาประสิทธิผลของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ภายใต้โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้ายภัยมะเร็งเต้านม พบว่ากลุ่มที่ตรวจเต้านมสม่ำเสมอ พบก้อนมะเร็งเต้านมขนาดเล็ก (ขนาดไม่เกิน 2 ซม.) และอัตรการรอดชีวิตสูงกว่ากลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองไม่สม่ำเสมออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ทางโครงการได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างจังหวัดที่มีโครงการระดับจังหวัดเพื่อสร้างความตระหนักในสุขภาพเต้านม (Breast Health Awareness) ต่อการตรวจพบมะเร็งในระยะแรก พบว่าจังหวัดที่มีรณรงค์ พบมะเร็งระยะแรกและอัตรการรอดชีวิตที่สูงกว่า จังหวัดที่ไม่มีการรณรงค์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  
การพบก้อนที่เต้านมอาจเกิดขึ้นจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination หรือ BSE) หรือการตรวจด้วยบุคลากรทางการแพทย์ (Clincal Breast Examination หรือ CBE) อย่างไรก็ตามก้อนที่คลำได้ส่วนใหญ่ไม่ใช้มะเร็งเต้านม ถ้าเราสามารถดูเบิ้องต้นที่ รพช.หรือ รพสต.ว่าก้อนที่เต้านมนั้นเป็นอะไร ก็สามารถใช้ลดการส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพศ/รพท ได้ ซึ่งนอกจากจะลด Load ของ รพศ/รพท.แล้ว ยังส่วนลดระยะเวลารอคอยของผู้ที่มีกลุ่มเสี่ยงสูง (Solid mass) ให้ได้รับการตรวจได้เร็วลง ซึ่งการวินิจฉัยเร็วจะทำให้ช่วยให้ค้นพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกได้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการลดอัตราการตาย ลดผลแพรกซ้อน ลดต้นทุนการรักษา และเพิ่มคุณภาพชีวิต
เต้านมเป็นอวัยวะทรงครึ่งวงกลมวางอยู่บนหน้าอก คลุมกล้ามเนื้อ Pectoralis ขอบเขตด้านบนอยู่ที่ระดับซี่โครงที่ 2 ขอบเขตด้านล่างอยู่ที่ซี่โครงที่ 6 เต้านมผู้ใหญ่ประกอบไปด้วย
เนื้อเต้านมแบ่งเป็น Lobe ประมาณ 15-20 lobes ในแต่ละ Lobe จะแตกแขนงออกเป็น Lobules ประมาณ 20-40 Lobules ต่อหนึ้ง Lobe ส่วนปลายของแต่ละ Lobule เรียก Terminal ductal lobule unit (TDLU) ซึ้งเป็นบริเวณที่เกิดพยาธิสภาพของเต้านมมากที่สุด โดยแต่ละ Lobe จะมีท่อน้ำนมใหญ่ (Lactiferous duct) มาเปิดที่บริเวณหัวนม
วัตถุประสงค์ของการตรวจอุลตราซาวด์เฉพาะจุด (Targeted Ultrasound) ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดกรองมะเร็งเต้านมของประเทศไทย คือต้องการตรวจว่า ก้อนที่คลำได้จากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) หรือ จากการตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์ (CBE) นั้นเป็นถุงน้ำธรรมดา (Simple Cyst) หรือเป็นถุงน้ำชนิดอื่น (Clusted Microcyst หรือ Complicated Cyst) หรือเป็นก้อนเนื้อ (Solid Mass) เพื่อที่จะพิจารณาว่า จำเป็นต้องส่งต่อเพื่อพบแพทย์เฉพาะทางหรือไม่
การตรวจอัลตราซาว์เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (มากกว่า 20 กิโลเฮริตซ์ ) ในปัจจุบันเป็นที่นิยมตรวจในหลายอวัยวะ เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่างเข่น
การเตรียมตัวผู้ตรวจ
การเตรียมผู้มารับการตรวจ
การเตรียมสถานที่
ขั้นตอนการตรวจอัลตราซาวด์เต้านมเฉพาะจุด
ขอบเขตการมองเห็น Field of View (FOV) หมายถึงบริเวณและความครอบคลุมของเนื้อเยื่อที่จะปรากฏในภาพ โดยการตรวจ ultrasound เต้านมนั้น FOV ควรจะครอบคลุม skin ,subcutaneuse fat ,เนื้อเยื่อเต้านม ,Pectoralis Muscle แต่ไม่รวมส่วนของปอดและเยื่อหุ้มปอด หรือถ้ามีก็ขอให้น้อยที่สุด
การกำหนด FOV นั้นสามารถทำได้โดยปรับปุ่มความลึก (Depth) โดยถ้าผู้มารับการตรวจมีหน้าอกใหญ่ (หนา) ก็ต้องเพิ่ม depth ให้มากขึ้น
การปรับ Focus
ปรับได้โดยใช้ปุ่ม Focus ควรปรับ Focus ให้อยู่กึ่งกลางภาพ หรือปรับ focus ไปยังรอยโรค (Lesion) ที่เราสนใจ เครื่อง ultrasound ส่วนใหญ่สามารถตั้ง focus ได้หลายระดับ (focal zone) แต่ข้อเสียของการตั้ง focal zone หลายระดับคือจะทำให้การประมวลภาพ (frame rate) ช้่าลง
Gray Scale Gain
โดยหลักการเนื้อเยื่อยิ่งอยู่ลึก การดูดซับสัญญาฯก็จะยิ่งมาก ทำให้สัญญาณที่สะท้อนกลับมาที่หัวตรวจน้อยลง แก้ไขด้วยการปรับปุ่ม gain ที่ดีคือได้ภาพสีเทาๆ ไม่ขาวหรือดำเกินไป
ลักษณะของเต้านมที่เห็นจากภาพ Ultrasound
ท่อน้ำนม (duct) และหัวนม (Nipple)
ท่อน้ำนม (duct) และหัวนม (Nipple)
Cooper's ligament มีลักษณะเป็นเส้นคมชัดสีขาว (sharp defined echogenic) มีหน้าที่พยุงไขมันและเนื้อเต้านมข้างเคียง
ภาพวาดแสดงเนื้อเยื่อต่างๆบริเวณเต้านมที่เห็นได้จากภาพถ่าย ultrasound
กระดูกซี่โครง (ribs) และกระดูกอ่อนซี่โครง (costal cartilages) จะอยู่ใต้ต่อกล้ามเนื้อ pectoralis จะมีลักษณะเป็นวงรีในภาพตัดขวาง แต่ถ้าหมุนหัวตรวจให้ขนานไปกับแนวของซึ่โครง จะพบว่าเป็นแนวยาว ด้านหลังจะมีลักษณะเป็นเงาดำ (posterior shadow) กระดูกซี่โครงจะค่อนไปทางด้านข้างของหน้าอก (lateral) ในภาพ ultrasound ขอบด้านหน้าของกระดูกซี่โครงจะเห็นเป็นเส้นโค้งสีขาว (hyperechoic anterior convex structure) ในขณะที่กระดูกอ่นซี่โครง (costal cartilage) จะอยู่ค่อนไปทางแนวกลางของหน้าอก (medial) และมีลักษณะคล้ายก้อนเงาดำ (Hypoechoic)
กระดูกซี่โครง (costal cartilage) จะมีลักษณะเป็นวงรีในภาพตัดขวาง แต่เป็นแนวยาวเมื่อหมุนหัวตรวจให้ขนานกับซี่โครง
กระดูกอ่อนซี่โครงอาจจะดูคล้ายก้อนเนื้อ สามารถแยกออกจากก้อนเนื้อ โดยดูว่าเป็นอวัยวะที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ Pectoralis และเมื่อหมุนหัวตรวจให้ขนานไปกับแนวของกระดูกอ่อนซี่โครง ก็จะพบว่าเป็นแนวยาว
บางครั้งรอยต่อระหว่างกระดูกซี่โครงและกระดูกอ่อนซี่โครง (costpchondral Junction) อาจจะนูนทำให้เวลาตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) หรือ ตรวจโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (CBE) อาจจะเข้าใจว่าเป็นก้อนที่เต้านมได้
Tissue composition (ส่วนประกอบของเนื้อเต้านม)
มี 3 ลักษณะขึ้นกับแต่ละคนและแต่ละเชื้อชาติ ดังนี้
Tissue composition (ส่วนประกอบของเนื้อเต้านม)
มี 3 ลักษณะขึ้นกับแต่ละคนและแต่ละเชื้อชาติ ดังนี้
Tissue composition (ส่วนประกอบของเนื้อเต้านม)
มี 3 ลักษณะขึ้นกับแต่ละคนและแต่ละเชื้อชาติ ดังนี้
Simple Cyst
ถุงน้ำ (cyst) ในเต้านม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก อาจพบได้ถึง 20-50% ของช่วงอายุ 30-50 ปี และเป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดของสตรีที่มาด้วยอาการคลำก้อนได้ที่เต้านม สำหรับกลไกของการเกิดถุงน้ำ (cyst) นั้นเกิดจากกลไกการอุดตันของท่อน้ำนม ร่วมกับการมีสารคัดหลั่งที่ไม่สมดุลกัน ลักษณะทาง Ultrasound ของ simple cyst ดังนี้
Simple Cyst
ลักษณะทาง Ultrasound ของ simple cyst ดังนี้
Simple Cyst
ลักษณะทาง Ultrasound ของ simple cyst ดังนี้
ลักษณะเป็นวงรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed) ภายในสีดำสนิท (anechoic) มีแถบขาวหลังก้อน (Posteriro enhancement)
ลักษณะเป็นวงรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed) ภายในสีดำสนิท (anechoic) มีแถบขาวหลังก้อน (Posteriro enhancement)
ลักษณะเป็นวงรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed) ภายในสีดำสนิท (anechoic) มีแถบขาวหลังก้อน (Posteriro enhancement)
Clustered microcyst
ลักษณะทาง Ultrasound ของ cluster microcyst ดังนี้
Clustered microcyst
ลักษณะทาง Ultrasound ของ cluster microcyst ดังนี้
Complicated cyst
ลักษณะทาง Ultrasound ของ Complicated Cyst ดังนี้
Complicated cyst
ลักษณะทาง Ultrasound ของ Complicated Cyst ดังนี้
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำไม่สนิท ( hypoechoic)
หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)
มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
ก้อนรูปร่างรีค่อนไปทางกลม (oval to round shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำและขาวปนๆกัน (heterogeneus echoic )
หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)
มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำไม่สนิท (Hypoechoic) และมี coarse calcification อยู่ในก้อน
หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)
มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำไม่สนิท (Hypoechoic) และมี coarse calcification อยู่ในก้อน
หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)
มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีขาวกว่าชั้นไขมัน (Hyperechoic) อยู่ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneus)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำกว่าชั้นไขมัน (Hypoechoic) อยู่ชั้นผิวหนัง (intradermal )
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีขาวกว่าชั้นไขมัน (Hyperechoic) อยู่ชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneus )
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำเท่าชั้นไขมัน (isoechoic)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำเท่าชั้นไขมัน (isoechoic)
Fat Island or fat lobule
Fat Island or fat lobule
a.)เมื่อวางหัวตรวจในแนวขวาง (transverse) เห็น ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำไม่สนิท (hypoechoic)
รูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) ก้อนวางตัวขนานกับผิวหนัง (parallel) สีดำไม่สนิท (hypoechoic)
ก้อนรี (oval shape) ขอบเรียบ (Circumscribed) มีส่วนที่เป็นของเหลว และส่วนที่เป็นก้อนเนื้อ อยู่รวมกันภายในก้อน (complex cystic and solid mass)
เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางแนวแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parallel) มีหินปูนผิดปกติอยู่ภายใน (suspicious microcalcification)
เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางตัวแนวขนานกับผิวหนัง (parellel)
a) เป็นก้อนที่มีส่วนของของเหลวและก้อนเนื้อรวมกันอยู่ในก้อนเดียวกัน (Complex cystic and solid mass)
b) ภาพ color doppler ของก้อนในภาพ a) เห็นเส้นเลือดมาเลี้ยงก้อนนี้เป็นจำนวนมาก (ไม่ได้กล่าวถึง color doppler ในคู่มือเล่มนี้)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (Circumscribed) ก้อนมีสีขาวและสีดำปนๆกัน (Heterogeneous echoic) ก้อนวางตัวแนวขนานกับผิวหนัง (parellel) มีเงาแถบสีขาวหลังก้อน (posterior enhancement)
ก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) ก้อนสีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนวางตัวแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parellel) มีหินปูนผิดปกติอยู่ภายใน (suspicious microcalcification)
ก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) ก้อนสีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนวางตัวแนวขนานกับผิวหนัง parellel)
เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parallel)
ก้อนเนื้องอกรูปร่างรี (oval shape) ขอบลอนขนาดเล็ก (microlobulated) ก้อนสีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนวางตัวแนวขนานกับผิวหนัง parellel) มีเงาแถบสีขาวหลังก้อน (Posterior enhancement)
เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parallel)