โรคมะเร็งเต้านมเป็นปัญหาสุขภาพทีสำคัญของสตรีทั่วโลก (Globocan 2012) ประมาณการอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมปรับมาตรฐานอายุ (Age Standardized Rate หรือ ASR) ทั่วโลกเท่ากับ 43.1 ต่อแสนประชากร อัตราการตาย 12.9 ต่อแสนประชากร

   ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งในสตรีไทย พบมากในอายุ 30-70 ปี ข้อมูลทางสถิติโรคมะเร็งในประเทศไทย 2553-2555 (Cancer in Thailan Vol.VII 2020-2012) จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเป็นอันดับหนึ่งในเพศหญิง มีอุบัติการณ์ 28.5 ต่อประชากรแสนคน และในปี 2554 พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 12,613 ราย หรือมีสตรไทยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ วันละ 35 คน และข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงานในปี 2559 พบสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมจำนวน 4,099 คน หรือจะพบการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมวันละ 10 คน

   โรคมะเร็งเต้านมระยะแรกจะไม่แสดงอาการหรือความผิดปกติให้สังเกตุได้ ส่วนอาการของมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยที่สุด คือการคลำพบก้อนที่เต้านม การป้องกันการตายจากมะเร็งเต้านมที่สุดคือการค้นหาความผิดปกติของเต้านมให้เร็วที่สุด เพิ่มเพิ่มโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิต และผลการรักษามะเร็งเต้านมระยะแรก อัตรการรอดชีวิตที่ 5 ปี สูงกว่าร้อยละ 95

   ประเทศไทยรณรงค์การตรวจเต้านมด้วยตนเองตั้งแต่ปี 2542 มีรายงานการศึกษาประสิทธิผลของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ภายใต้โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้ายภัยมะเร็งเต้านม พบว่ากลุ่มที่ตรวจเต้านมสม่ำเสมอ พบก้อนมะเร็งเต้านมขนาดเล็ก (ขนาดไม่เกิน 2 ซม.) และอัตรการรอดชีวิตสูงกว่ากลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองไม่สม่ำเสมออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ทางโครงการได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างจังหวัดที่มีโครงการระดับจังหวัดเพื่อสร้างความตระหนักในสุขภาพเต้านม (Breast Health Awareness) ต่อการตรวจพบมะเร็งในระยะแรก พบว่าจังหวัดที่มีรณรงค์ พบมะเร็งระยะแรกและอัตรการรอดชีวิตที่สูงกว่า จังหวัดที่ไม่มีการรณรงค์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

   การพบก้อนที่เต้านมอาจเกิดขึ้นจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination หรือ BSE) หรือการตรวจด้วยบุคลากรทางการแพทย์ (Clincal Breast Examination หรือ CBE) อย่างไรก็ตามก้อนที่คลำได้ส่วนใหญ่ไม่ใช้มะเร็งเต้านม ถ้าเราสามารถดูเบิ้องต้นที่ รพช.หรือ รพสต.ว่าก้อนที่เต้านมนั้นเป็นอะไร ก็สามารถใช้ลดการส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพศ/รพท ได้ ซึ่งนอกจากจะลด Load ของ รพศ/รพท.แล้ว ยังส่วนลดระยะเวลารอคอยของผู้ที่มีกลุ่มเสี่ยงสูง (Solid mass) ให้ได้รับการตรวจได้เร็วลง ซึ่งการวินิจฉัยเร็วจะทำให้ช่วยให้ค้นพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกได้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการลดอัตราการตาย ลดผลแพรกซ้อน ลดต้นทุนการรักษา และเพิ่มคุณภาพชีวิต

เต้านมเป็นอวัยวะทรงครึ่งวงกลมวางอยู่บนหน้าอก คลุมกล้ามเนื้อ Pectoralis ขอบเขตด้านบนอยู่ที่ระดับซี่โครงที่ 2 ขอบเขตด้านล่างอยู่ที่ซี่โครงที่ 6 เต้านมผู้ใหญ่ประกอบไปด้วย

  1. ผิวหนัง (skin)
  2. ไขมันชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneus fat) และไขมันหลังเนื้อเต้านม (Retromammary fat)
  3. เนื้อเต้านม (fibroglandular tissue)
  4. หัวนม (Nipple)
  5. Cooper's Ligament เป็น fascia หุ่มเพื่อพยุงต้านม
เนื้อเต้านมแบ่งเป็น Lobe ประมาณ 15-20 lobes ในแต่ละ Lobe จะแตกแขนงออกเป็น Lobules ประมาณ 20-40 Lobules ต่อหนึ้ง Lobe ส่วนปลายของแต่ละ Lobule เรียก Terminal ductal lobule unit (TDLU) ซึ้งเป็นบริเวณที่เกิดพยาธิสภาพของเต้านมมากที่สุด โดยแต่ละ Lobe จะมีท่อน้ำนมใหญ่ (Lactiferous duct) มาเปิดที่บริเวณหัวนม

วัตถุประสงค์ของการตรวจอุลตราซาวด์เฉพาะจุด (Targeted Ultrasound) ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดกรองมะเร็งเต้านมของประเทศไทย คือต้องการตรวจว่า ก้อนที่คลำได้จากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) หรือ จากการตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์ (CBE) นั้นเป็นถุงน้ำธรรมดา (Simple Cyst) หรือเป็นถุงน้ำชนิดอื่น (Clusted Microcyst หรือ Complicated Cyst) หรือเป็นก้อนเนื้อ (Solid Mass) เพื่อที่จะพิจารณาว่า จำเป็นต้องส่งต่อเพื่อพบแพทย์เฉพาะทางหรือไม่

การตรวจอัลตราซาว์เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (มากกว่า 20 กิโลเฮริตซ์ ) ในปัจจุบันเป็นที่นิยมตรวจในหลายอวัยวะ เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่างเข่น

  1. เป็นการตรวจที่ไม่มีการใช้รังสี
  2. เป็นการตรวจที่ปลอดภัย
  3. เครื่องอัลตราซาวด์ มีขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายง่าย
  4. ราคาและค่าใช้จ่ายถูกกว่าการครวจทางรังสีอื่นๆ
  5. สามารถเห็นภาพในขณะตรวจ (real time) และสร้างภาพได้ตามระนายที่ผู้ตรวจเคลื่อนหัวตรวจ (Transducer หรือ Probe) ไป

การเตรียมตัวผู้ตรวจ

  1. ทำความคุ้นเคยกับเครื่องอัลตราซาวด์
  2. ศึกษาลักษณะปกติของเต้านม ลักษณะของถุงน้ำ (cyst) และลักษณะของพยาธิสภาพอื่นๆที่พบได้จากอัลตราซาวด์
  3. ศึกษาประวัติ อาการของผู้รับการตรวจ เช่นประวัติประจำเดือน การตั้งครรภ์ ประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัง ประวัติเกี่ยวกับก้อนว่าคลำพบมานานหรือยัง

การเตรียมผู้มารับการตรวจ

  1. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจและวัตถุประสงคฺ์ของการตรวจแก่ผู้มารับการตรวจ
  2. ทำความเข้าใจกับผู้รับการตรวจว่าเป็นการทำอัลตราซาวด์เฉพาะจุดที่คลำพบก้อน (Targeted Ultrasound) ไม่ใช่การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยอัลตราวซาวด์ (Screening whole breast ultrasound)
  3. ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร

การเตรียมสถานที่

  1. สถานที่ควรมิดชิด และมีบุคคลที่สามร่วมอยู่ด้วยขณะตรวจกรณีที่ผู้ตรวจเป็นผู้ชาย
  2. เป็นห้องที่สามารถหรี่ความสว่างของไฟได้ เพื่อให้สามารถมองหน้าจอของอัลตราซาวด์ได้ชัดขึ้น

ขั้นตอนการตรวจอัลตราซาวด์เต้านมเฉพาะจุด

  1. ทักทายผู้มารับการตรวจ พร้อมกับแนะนำตนเอง
  2. อธิบายวัตถุประสงค์ และขั้นตอนการตรวจ
  3. จัดท่าผู้มารับการตรวจ โดยให้ผู้ป่วยนอนหงาย ตะแคงตัวข้างที่จะตรวจขึ้น แล้วหมุนหมอนไว้ที่หลัง ให้ยกแขนเหนือศีรษะ เพื่อให้เนื้อเต้านมด้านข้างบางลง
  4. เปิดเผยเต้านมเฉพาะข้างที่จะตรวจเท่านั้น
  5. ในกรณีที่ผู้มารับการตรวจคลำก้อนได้เอง ควรจะให้ผู้มารับการตรวจชี้ตำแหน่งบริเวณที่คลำได้ หรือในกรณีที่แพทย์หรือบุคลากรทางกานแพทย์คลำได้ (CBE) ควรจะยืนยันตำแหน่งก่อนที่จะตรวจอัลตราซาวด์เต้านมเฉพาะจุด
  6. ใส่ Gel บริเวณเต้านมที่จะตรวจ
  7. ผู้ตรวจวางนิ้วมือตรงตำแหน่งที่คลำได้ก้อน จากนั้นให้นำหัวอัลตราซาวด์ (Transducer / Probe) ไปวางในตำแหน่งที่ได้ก้อน จากนั้นยกนิ้วมือออก อีกวิธีหนึ่งคือให้ก้อนระหว่างนิ้วมือสองนิ้ว เพื่อไม่ให้ก้อนเคลื่อนที่ระหว่างทำอัลตราซาวด์ก็ได้
  8. เคลื่อนหัวตรวจ Ultrasound ในระนาบต่างๆ กล่าวคือ แนวขวาง (Transverse) แนวตั้ง (Longitudinal) แนวรัศมี (Radial) และที่ตั้งฉากกับแนวรัศมี (Anti radial)
  9. ขณะตรวจให้ปรับภาพให้ชัดเจน (ดูในหัวข้อหลักการปรับภาพอัลตราซาวด์เต้านม)
  10. เมื่อตรวจพบรอยโรค (Lesion) ที่เราสนใจ ให้กดปุ่มหยุดภาพ (Freeze) ทำการวัดขนาดของรอยโรค (Measure) ระบุตำแหน่งการวางหัวตรวจอัลตราซาวด์ (Body Mark) แล้วทำการบันทึกภาพโดยกดปุ่มบันทึกภาพ (Save)

ขอบเขตการมองเห็น Field of View (FOV) หมายถึงบริเวณและความครอบคลุมของเนื้อเยื่อที่จะปรากฏในภาพ โดยการตรวจ ultrasound เต้านมนั้น FOV ควรจะครอบคลุม skin ,subcutaneuse fat ,เนื้อเยื่อเต้านม ,Pectoralis Muscle แต่ไม่รวมส่วนของปอดและเยื่อหุ้มปอด หรือถ้ามีก็ขอให้น้อยที่สุด
การกำหนด FOV นั้นสามารถทำได้โดยปรับปุ่มความลึก (Depth) โดยถ้าผู้มารับการตรวจมีหน้าอกใหญ่ (หนา) ก็ต้องเพิ่ม depth ให้มากขึ้น

ภาพนี้ความลึกลึกเกินไป ทำให้เห็นเนื้อปอด
ภาพนี้ความลึกลึกเกินไป ทำให้เห็นเนื้อปอด

การปรับ Focus

ปรับได้โดยใช้ปุ่ม Focus ควรปรับ Focus ให้อยู่กึ่งกลางภาพ หรือปรับ focus ไปยังรอยโรค (Lesion) ที่เราสนใจ เครื่อง ultrasound ส่วนใหญ่สามารถตั้ง focus ได้หลายระดับ (focal zone) แต่ข้อเสียของการตั้ง focal zone หลายระดับคือจะทำให้การประมวลภาพ (frame rate) ช้่าลง

Gray Scale Gain

โดยหลักการเนื้อเยื่อยิ่งอยู่ลึก การดูดซับสัญญาฯก็จะยิ่งมาก ทำให้สัญญาณที่สะท้อนกลับมาที่หัวตรวจน้อยลง แก้ไขด้วยการปรับปุ่ม gain ที่ดีคือได้ภาพสีเทาๆ ไม่ขาวหรือดำเกินไป
การปรับ Gain ขาวเกินไป
การปรับ Gain พอดี
การปรับ Gain ขาวเกินไป

ลักษณะของเต้านมที่เห็นจากภาพ Ultrasound

  1. ผิวหนัง (skin) เห็นเป็นสีขาว (Echogenic skin line) มีความหนาประมาณ 2-3 มิลลิเมตร
  2. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneus fat) จะมีลักษณะสีดำ (Hypoechoic or dark)
  3. เนื้อเต้านม (Fibrograndular tissue) จะมีลักษณะสีขาว (echogenic or whit)

ท่อน้ำนม (duct) และหัวนม (Nipple)

  1. ท่อน้ำนม (duct) จะมีลักษณะเป็นเส้นสีดำ หากถ่ายภาพขนานไปกับท่อ (Hypoechoic tubular structure) ทิศทางพุ่งเข้าสู่หัวนม (Nipple) หรืออาจเห็นเป็นทรงกลมหรือวงรี (round or oval) ในภาพตัดขวางกับท่อ (Cross section) ปกตความกว้างของท่อน้ำนมจะไม่เกิน 2 มิลลิเมตร
  2. หัวนม (Nipple) มีลักษณะเป็นสีดำอ่อน (Hypoechoic) อาจจะมีเงาดำหลังหัวนม (posterior shadow) ได้ เพราะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอยู่กันอย่างหนาแน่น

ท่อน้ำนม (duct) และหัวนม (Nipple)

  1. ท่อน้ำนม (duct) จะมีลักษณะเป็นเส้นสีดำ หากถ่ายภาพขนานไปกับท่อ (Hypoechoic tubular structure) ทิศทางพุ่งเข้าสู่หัวนม (Nipple) หรืออาจเห็นเป็นทรงกลมหรือวงรี (round or oval) ในภาพตัดขวางกับท่อ (Cross section) ปกตความกว้างของท่อน้ำนมจะไม่เกิน 2 มิลลิเมตร
  2. หัวนม (Nipple) มีลักษณะเป็นสีดำอ่อน (Hypoechoic) อาจจะมีเงาดำหลังหัวนม (posterior shadow) ได้ เพราะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอยู่กันอย่างหนาแน่น
Cooper's ligament มีลักษณะเป็นเส้นคมชัดสีขาว (sharp defined echogenic) มีหน้าที่พยุงไขมันและเนื้อเต้านมข้างเคียง ภาพวาดแสดงเนื้อเยื่อต่างๆบริเวณเต้านมที่เห็นได้จากภาพถ่าย ultrasound กระดูกซี่โครง (ribs) และกระดูกอ่อนซี่โครง (costal cartilages) จะอยู่ใต้ต่อกล้ามเนื้อ pectoralis จะมีลักษณะเป็นวงรีในภาพตัดขวาง แต่ถ้าหมุนหัวตรวจให้ขนานไปกับแนวของซึ่โครง จะพบว่าเป็นแนวยาว ด้านหลังจะมีลักษณะเป็นเงาดำ (posterior shadow) กระดูกซี่โครงจะค่อนไปทางด้านข้างของหน้าอก (lateral) ในภาพ ultrasound ขอบด้านหน้าของกระดูกซี่โครงจะเห็นเป็นเส้นโค้งสีขาว (hyperechoic anterior convex structure) ในขณะที่กระดูกอ่นซี่โครง (costal cartilage) จะอยู่ค่อนไปทางแนวกลางของหน้าอก (medial) และมีลักษณะคล้ายก้อนเงาดำ (Hypoechoic) กระดูกซี่โครง (costal cartilage) จะมีลักษณะเป็นวงรีในภาพตัดขวาง แต่เป็นแนวยาวเมื่อหมุนหัวตรวจให้ขนานกับซี่โครง กระดูกอ่อนซี่โครงอาจจะดูคล้ายก้อนเนื้อ สามารถแยกออกจากก้อนเนื้อ โดยดูว่าเป็นอวัยวะที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ Pectoralis และเมื่อหมุนหัวตรวจให้ขนานไปกับแนวของกระดูกอ่อนซี่โครง ก็จะพบว่าเป็นแนวยาว บางครั้งรอยต่อระหว่างกระดูกซี่โครงและกระดูกอ่อนซี่โครง (costpchondral Junction) อาจจะนูนทำให้เวลาตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) หรือ ตรวจโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (CBE) อาจจะเข้าใจว่าเป็นก้อนที่เต้านมได้

Tissue composition (ส่วนประกอบของเนื้อเต้านม)

มี 3 ลักษณะขึ้นกับแต่ละคนและแต่ละเชื้อชาติ ดังนี้
  1. Homogenous Back ground echotexture - fat คือเต้านมที่ประกอบด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นเป็นไขมันสีดำ แทรกด้วย cooper's ligment (ดังภาพนี้)
  2. Homogenous Back ground echotexture - fibrograndular คือเต้านมที่ประกอบด้วยเนื้อเต้านมเป็นส่วนใหญ่ (firbrograndular tissue) ใน ultrasound จะเห็นเนื้อเต้านมเป็นสีขาวเป็นส่วนใหญา ที่เป็นไขมันสีดำ แทรกอยู่เพียงเล็กน้อย
  3. Heterogenous Back ground echotexture คือเต้านมที่ประกอบด้วยเนื้อเต้านมและไขมันปนๆกัน จะเห็นเป็นบริเวณสีดำและขาวสลับกัน (Small area of increase and decrease echogenicity)

Tissue composition (ส่วนประกอบของเนื้อเต้านม)

มี 3 ลักษณะขึ้นกับแต่ละคนและแต่ละเชื้อชาติ ดังนี้
  1. Homogenous Back ground echotexture - fat คือเต้านมที่ประกอบด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นเป็นไขมันสีดำ แทรกด้วย cooper's ligment
  2. Homogenous Back ground echotexture - fibrograndular คือเต้านมที่ประกอบด้วยเนื้อเต้านมเป็นส่วนใหญ่ (firbrograndular tissue) ใน ultrasound จะเห็นเนื้อเต้านมเป็นสีขาวเป็นส่วนใหญา ที่เป็นไขมันสีดำ แทรกอยู่เพียงเล็กน้อย (ดังภาพนี้)
  3. Heterogenous Back ground echotexture คือเต้านมที่ประกอบด้วยเนื้อเต้านมและไขมันปนๆกัน จะเห็นเป็นบริเวณสีดำและขาวสลับกัน (Small area of increase and decrease echogenicity)

Tissue composition (ส่วนประกอบของเนื้อเต้านม)

มี 3 ลักษณะขึ้นกับแต่ละคนและแต่ละเชื้อชาติ ดังนี้
  1. Homogenous Back ground echotexture - fat คือเต้านมที่ประกอบด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นเป็นไขมันสีดำ แทรกด้วย cooper's ligment
  2. Homogenous Back ground echotexture - fibrograndular คือเต้านมที่ประกอบด้วยเนื้อเต้านมเป็นส่วนใหญ่ (firbrograndular tissue) ใน ultrasound จะเห็นเนื้อเต้านมเป็นสีขาวเป็นส่วนใหญา ที่เป็นไขมันสีดำ แทรกอยู่เพียงเล็กน้อย
  3. Heterogenous Back ground echotexture คือเต้านมที่ประกอบด้วยเนื้อเต้านมและไขมันปนๆกัน จะเห็นเป็นบริเวณสีดำและขาวสลับกัน (Small area of increase and decrease echogenicity) (ดังภาพนี้)

  1. Cyst แบ่งได้เป็น
    1. Simple Cyst คือ Cyst ที่ทางโครงการต้องการให้ identified ให้ได้เพื่อแยกจาก cyst และ solid mass อื่นๆ
    2. Clustered Microcyst
    3. Complicated Cyst
  2. Solid Mass
    1. ที่ไม่ใช้มะเร็ง ได้แก่ Fibroadenoma Fat island ที่แทรกอยู่ใน Fibrograndular tissue หรือที่พบอยู่ในชั้น Subcutaneus tissue หรือ Dermal ได่แก่ Epidermal inclusion cyst ,Lipoma ,Neurofibromatosis
    2. Solid mass ที่เป็นมะเร็ง ได้แก่ Invasive Ductal Carcinoma ที่เป็น Solid mass ล้วนๆ หรือ เป็น Complex cystic and solid mass)

Simple Cyst

ถุงน้ำ (cyst) ในเต้านม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก อาจพบได้ถึง 20-50% ของช่วงอายุ 30-50 ปี และเป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดของสตรีที่มาด้วยอาการคลำก้อนได้ที่เต้านม สำหรับกลไกของการเกิดถุงน้ำ (cyst) นั้นเกิดจากกลไกการอุดตันของท่อน้ำนม ร่วมกับการมีสารคัดหลั่งที่ไม่สมดุลกัน ลักษณะทาง Ultrasound ของ simple cyst ดังนี้
  1. รูปร่างกลมหรือรี (Round or Oval)
  2. ภายในดำสนิท (Anechoic)
  3. ขอบเรียบ (Circumscribed ,smooth margin)
  4. มีเงาแถบขาวที่ผนังด้านหลังของตัวถุงน้ำ (Posterior enhancement)

Simple Cyst

ลักษณะทาง Ultrasound ของ simple cyst ดังนี้
  1. รูปร่างกลมหรือรี (Round or Oval)
  2. ภายในดำสนิท (Anechoic)
  3. ขอบเรียบ (Circumscribed ,smooth margin)
  4. มีเงาแถบขาวที่ผนังด้านหลังของตัวถุงน้ำ (Posterior enhancement)
หากตรวจ ultrasound ก้อนที่คลำได้เป็น simple cyst สามารถนัดติดตามได้ในระยะเวลา 3 เดือน

Simple Cyst

ลักษณะทาง Ultrasound ของ simple cyst ดังนี้
  1. รูปร่างกลมหรือรี (Round or Oval)
  2. ภายในดำสนิท (Anechoic)
  3. ขอบเรียบ (Circumscribed ,smooth margin)
  4. มีเงาแถบขาวที่ผนังด้านหลังของตัวถุงน้ำ (Posterior enhancement)
หากตรวจ ultrasound ก้อนที่คลำได้เป็น simple cyst สามารถนัดติดตามได้ในระยะเวลา 3 เดือน
ลักษณะเป็นวงรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed) ภายในสีดำสนิท (anechoic) มีแถบขาวหลังก้อน (Posteriro enhancement)
หมายเหตุ เส้นขาวๆที่เห็นอยู่ใน ด้าน anterior ของ cyst คือ posterior enhancement ของ tissue ที่อยู้ด้านหน้าของ cyst พบได้ที่ anterior เท่านั้น ไม่พบด้าน Posterior ใน cyst
ลักษณะเป็นวงรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed) ภายในสีดำสนิท (anechoic) มีแถบขาวหลังก้อน (Posteriro enhancement)
หากตรวจ ultrasound ก้อนที่คลำได้เป็น simple cyst สามารถนัดติดตามได้ในระยะเวลา 3 เดือน
ลักษณะเป็นวงรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed) ภายในสีดำสนิท (anechoic) มีแถบขาวหลังก้อน (Posteriro enhancement)
หากตรวจ ultrasound ก้อนที่คลำได้เป็น simple cyst สามารถนัดติดตามได้ในระยะเวลา 3 เดือน

Clustered microcyst

ลักษณะทาง Ultrasound ของ cluster microcyst ดังนี้
  1. เป็นกลุ่มของถุงน้ำเล็กๆมาอยู่รวมกัน (Cluster of anechoic mass)
  2. ขนาดไม่เกินอันละ 2-3 มม.
  3. มีผนังกั้นบางๆ (thin ,<0.5 mm) Intervening septations
  4. ไม่มีก้อนเนื้องอกอยู่ภายใน (no discreate solid component)
ผลการตรวจชิ้นเนื้อของ cluster microcyst นั้นมักจะเป็น fibrocytic change และ apocrine metaplasia

Clustered microcyst

ลักษณะทาง Ultrasound ของ cluster microcyst ดังนี้
  1. เป็นกลุ่มของถุงน้ำเล็กๆมาอยู่รวมกัน (Cluster of anechoic mass)
  2. ขนาดไม่เกินอันละ 2-3 มม.
  3. มีผนังกั้นบางๆ (thin ,<0.5 mm) Intervening septations
  4. ไม่มีก้อนเนื้องอกอยู่ภายใน (no discreate solid component)
ผลการตรวจชิ้นเนื้อของ cluster microcyst นั้นมักจะเป็น fibrocytic change และ apocrine metaplasia

Complicated cyst

ลักษณะทาง Ultrasound ของ Complicated Cyst ดังนี้
  1. เป็นถุงน้ำที่มีของเหลวที่ขุ่นเหนียวข้นอยู่ภายใน (Cysts that contain debris)
  2. สีมักจะสม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกันแต่ไม่ดำสนิท (often homogeneus,low level echoes)
  3. ไม่มีก้อนเนื้องอกอยู่ภายใน (no discreate solid component)
  4. ระหว่างทำ ultrasound อาจจะเห็นตะกอนในถุงน้ำ (debris) มีการเคลื่อนไหว
บางครั้งภาพทาง ultrasound อาจแยกยากจากก้อนเนื้องอก

Complicated cyst

ลักษณะทาง Ultrasound ของ Complicated Cyst ดังนี้
  1. เป็นถุงน้ำที่มีของเหลวที่ขุ่นเหนียวข้นอยู่ภายใน (Cysts that contain debris)
  2. สีมักจะสม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกันแต่ไม่ดำสนิท (often homogeneus,low level echoes)
  3. ไม่มีก้อนเนื้องอกอยู่ภายใน (no discreate solid component)
  4. ระหว่างทำ ultrasound อาจจะเห็นตะกอนในถุงน้ำ (debris) มีการเคลื่อนไหว
ลักษณะของก้อน
  1. รูปร่างของก้อน (Shape) มีได้ทั้ง 3 แบบคือ ลักษณะรี (oval) หรือ กลม (Round) หรือก้อนมีลักษณะผิดปกติ (Irregular)
  2. การวางแนวของก้อน (Orientation เป็นแนวยาวขนานไปกับผิวหนัง (Parallel) หรือไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ก็ได้
  3. ขอบของก้อน (Margin) เรียบ (Circumscribed) หรือไม่เรียบ (Not circumscribed) แบ่งได้เป็น ขอบไม่ชัด (Indistinct) ขอบมีมุมแหลม (Angular) ขอบเป็นลอนขนาดเล็ก (Microlobulated) หรือขอบแหลมเหมือนหนาม (Spiculate)
บางครั้งภาพทาง ultrasound อาจแยกยากจากก้อนเนื้องอก

ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำไม่สนิท ( hypoechoic)


หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)

มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
  1. รูปร่างของก้อน (Shape) มีได้ทั้ง 3 แบบคือ ลักษณะรี (oval) หรือ กลม (Round) หรือก้อนมีลักษณะผิดปกติ (Irregular)
  2. การวางแนวของก้อน (Orientation เป็นแนวยาวขนานไปกับผิวหนัง (Parallel) หรือไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ก็ได้
  3. ขอบของก้อน (Margin) เรียบ (Circumscribed) หรือไม่เรียบ (Not circumscribed) แบ่งได้เป็น ขอบไม่ชัด (Indistinct) ขอบมีมุมแหลม (Angular) ขอบเป็นลอนขนาดเล็ก (Microlobulated) หรือขอบแหลมเหมือนหนาม (Spiculate)
  4. ลักษณะความเข้มของก้อน (Echo pattern) มีหลายแบบได้แก่
    1. Aechoic สีดำสนิท
    2. Hyperechoic สีขาวกว่าไขมัน (fat) หรือสีเท่าเนื้อเต้านม (Fibroglandular tissue)
    3. Complex cystic and solid เป็นก้อนที่มีส่วนของของเหลว (fluid or cyst) และส่วนที่เป็นเนื้องอก (solid component) อยู่รวมกัน ภายในก้อน
    4. Hypoechoic สีดำกว่าไขมัน (fat) แต่ไม่ดำสนิท
    5. Isoechoic สีดำเท่าไขมัน (fat)
    6. Heterogeneus มีสัดส่วนของส่วนที่ดำและส่วนที่ขาวปนๆกัน
  5. ลักษณะที่เสียงผ่านก้อน (Posterior feature)
    1. No posterior feature ไม่มีเงาหลังก้อน
    2. Enhancemnet มีเงาแถบขาวหลังก้อน
    3. shadowing มีเงาแถบดำหลังก้อน
    4. Combine pattern มีเงาแถบขาวและดำปนๆกันหลังก้อน
โดยหลักทั่วไปก้อนที่เป็นมะเร็งมากกว่าคือก้อนที่ รูปร่างของก้อนผิดปกติ (Irregular) การวางแนวนอนของก้อนไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ขอบของก้อนไม่เรียบ (Not circumscribed)
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดกรองมะเร็งเต้านมของประเทศไทย เราเพียงต้องการแยกถุงน้ำธรรมดา (simple cyst) ออกจากรอยโรคอื่นๆ ไม่จำเป็นจะต้องสามารถแยกว่ารอยโรคที่เห็นเป็นก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งหรือไม่
ก้อนรูปร่างรีค่อนไปทางกลม (oval to round shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำและขาวปนๆกัน (heterogeneus echoic )

หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)

มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
  1. รูปร่างของก้อน (Shape) มีได้ทั้ง 3 แบบคือ ลักษณะรี (oval) หรือ กลม (Round) หรือก้อนมีลักษณะผิดปกติ (Irregular)
  2. การวางแนวของก้อน (Orientation เป็นแนวยาวขนานไปกับผิวหนัง (Parallel) หรือไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ก็ได้
  3. ขอบของก้อน (Margin) เรียบ (Circumscribed) หรือไม่เรียบ (Not circumscribed) แบ่งได้เป็น ขอบไม่ชัด (Indistinct) ขอบมีมุมแหลม (Angular) ขอบเป็นลอนขนาดเล็ก (Microlobulated) หรือขอบแหลมเหมือนหนาม (Spiculate)
  4. ลักษณะความเข้มของก้อน (Echo pattern) มีหลายแบบได้แก่
    1. Aechoic สีดำสนิท
    2. Hyperechoic สีขาวกว่าไขมัน (fat) หรือสีเท่าเนื้อเต้านม (Fibroglandular tissue)
    3. Complex cystic and solid เป็นก้อนที่มีส่วนของของเหลว (fluid or cyst) และส่วนที่เป็นเนื้องอก (solid component) อยู่รวมกัน ภายในก้อน
    4. Hypoechoic สีดำกว่าไขมัน (fat) แต่ไม่ดำสนิท
    5. Isoechoic สีดำเท่าไขมัน (fat)
    6. Heterogeneus มีสัดส่วนของส่วนที่ดำและส่วนที่ขาวปนๆกัน
  5. ลักษณะที่เสียงผ่านก้อน (Posterior feature)
    1. No posterior feature ไม่มีเงาหลังก้อน
    2. Enhancemnet มีเงาแถบขาวหลังก้อน
    3. shadowing มีเงาแถบดำหลังก้อน
    4. Combine pattern มีเงาแถบขาวและดำปนๆกันหลังก้อน
โดยหลักทั่วไปก้อนที่เป็นมะเร็งมากกว่าคือก้อนที่ รูปร่างของก้อนผิดปกติ (Irregular) การวางแนวนอนของก้อนไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ขอบของก้อนไม่เรียบ (Not circumscribed)
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดกรองมะเร็งเต้านมของประเทศไทย เราเพียงต้องการแยกถุงน้ำธรรมดา (simple cyst) ออกจากรอยโรคอื่นๆ ไม่จำเป็นจะต้องสามารถแยกว่ารอยโรคที่เห็นเป็นก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งหรือไม่
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำไม่สนิท (Hypoechoic) และมี coarse calcification อยู่ในก้อน

หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)

มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
  1. รูปร่างของก้อน (Shape) มีได้ทั้ง 3 แบบคือ ลักษณะรี (oval) หรือ กลม (Round) หรือก้อนมีลักษณะผิดปกติ (Irregular)
  2. การวางแนวของก้อน (Orientation เป็นแนวยาวขนานไปกับผิวหนัง (Parallel) หรือไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ก็ได้
  3. ขอบของก้อน (Margin) เรียบ (Circumscribed) หรือไม่เรียบ (Not circumscribed) แบ่งได้เป็น ขอบไม่ชัด (Indistinct) ขอบมีมุมแหลม (Angular) ขอบเป็นลอนขนาดเล็ก (Microlobulated) หรือขอบแหลมเหมือนหนาม (Spiculate)
  4. ลักษณะความเข้มของก้อน (Echo pattern) มีหลายแบบได้แก่
    1. Aechoic สีดำสนิท
    2. Hyperechoic สีขาวกว่าไขมัน (fat) หรือสีเท่าเนื้อเต้านม (Fibroglandular tissue)
    3. Complex cystic and solid เป็นก้อนที่มีส่วนของของเหลว (fluid or cyst) และส่วนที่เป็นเนื้องอก (solid component) อยู่รวมกัน ภายในก้อน
    4. Hypoechoic สีดำกว่าไขมัน (fat) แต่ไม่ดำสนิท
    5. Isoechoic สีดำเท่าไขมัน (fat)
    6. Heterogeneus มีสัดส่วนของส่วนที่ดำและส่วนที่ขาวปนๆกัน
  5. ลักษณะที่เสียงผ่านก้อน (Posterior feature)
    1. No posterior feature ไม่มีเงาหลังก้อน
    2. Enhancemnet มีเงาแถบขาวหลังก้อน
    3. shadowing มีเงาแถบดำหลังก้อน
    4. Combine pattern มีเงาแถบขาวและดำปนๆกันหลังก้อน
โดยหลักทั่วไปก้อนที่เป็นมะเร็งมากกว่าคือก้อนที่ รูปร่างของก้อนผิดปกติ (Irregular) การวางแนวนอนของก้อนไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ขอบของก้อนไม่เรียบ (Not circumscribed)
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดกรองมะเร็งเต้านมของประเทศไทย เราเพียงต้องการแยกถุงน้ำธรรมดา (simple cyst) ออกจากรอยโรคอื่นๆ ไม่จำเป็นจะต้องสามารถแยกว่ารอยโรคที่เห็นเป็นก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งหรือไม่
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ภายในก้อนสีดำไม่สนิท (Hypoechoic) และมี coarse calcification อยู่ในก้อน

หมายเหตุ เกี่ยวกับก้อนเนื้องอก (solid mass)

มีทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign) และก้อนเนื้องอกมะเร็ง (malignant) โดยลักษณะทาง ultrasound ของก้อนเนื้องอก พอจะทำนายได้ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยเพียงใด และแนวทางการส่งต่อควรเป็นอย่างไร สำหรับลักษณะทาง Ultrasound ของก้อนเนื้องอกที่เราพิจารณา มี ดังนี้ (ตาม ACR BIRAD 2013)
  1. รูปร่างของก้อน (Shape) มีได้ทั้ง 3 แบบคือ ลักษณะรี (oval) หรือ กลม (Round) หรือก้อนมีลักษณะผิดปกติ (Irregular)
  2. การวางแนวของก้อน (Orientation เป็นแนวยาวขนานไปกับผิวหนัง (Parallel) หรือไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ก็ได้
  3. ขอบของก้อน (Margin) เรียบ (Circumscribed) หรือไม่เรียบ (Not circumscribed) แบ่งได้เป็น ขอบไม่ชัด (Indistinct) ขอบมีมุมแหลม (Angular) ขอบเป็นลอนขนาดเล็ก (Microlobulated) หรือขอบแหลมเหมือนหนาม (Spiculate)
  4. ลักษณะความเข้มของก้อน (Echo pattern) มีหลายแบบได้แก่
    1. Aechoic สีดำสนิท
    2. Hyperechoic สีขาวกว่าไขมัน (fat) หรือสีเท่าเนื้อเต้านม (Fibroglandular tissue)
    3. Complex cystic and solid เป็นก้อนที่มีส่วนของของเหลว (fluid or cyst) และส่วนที่เป็นเนื้องอก (solid component) อยู่รวมกัน ภายในก้อน
    4. Hypoechoic สีดำกว่าไขมัน (fat) แต่ไม่ดำสนิท
    5. Isoechoic สีดำเท่าไขมัน (fat)
    6. Heterogeneus มีสัดส่วนของส่วนที่ดำและส่วนที่ขาวปนๆกัน
  5. ลักษณะที่เสียงผ่านก้อน (Posterior feature)
    1. No posterior feature ไม่มีเงาหลังก้อน
    2. Enhancemnet มีเงาแถบขาวหลังก้อน
    3. shadowing มีเงาแถบดำหลังก้อน
    4. Combine pattern มีเงาแถบขาวและดำปนๆกันหลังก้อน
โดยหลักทั่วไปก้อนที่เป็นมะเร็งมากกว่าคือก้อนที่ รูปร่างของก้อนผิดปกติ (Irregular) การวางแนวนอนของก้อนไม่ขนานไปกับผิวหนัง (Not parallel) ขอบของก้อนไม่เรียบ (Not circumscribed)
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดกรองมะเร็งเต้านมของประเทศไทย เราเพียงต้องการแยกถุงน้ำธรรมดา (simple cyst) ออกจากรอยโรคอื่นๆ ไม่จำเป็นจะต้องสามารถแยกว่ารอยโรคที่เห็นเป็นก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งหรือไม่

ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีขาวกว่าชั้นไขมัน (Hyperechoic) อยู่ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneus)


key word ก้อนอยู่ชั้น subcutaneus ไม่ได้อยู่ในชั้นเนื้อเต้านม (fibroglandular tissue)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำกว่าชั้นไขมัน (Hypoechoic) อยู่ชั้นผิวหนัง (intradermal )
key word ก้อนอยู่ชั้นผิวหนัง (intradermal) ไม่ได้อยู่ในชั้นเนื้อเต้านม (fibroglandular tissue)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีขาวกว่าชั้นไขมัน (Hyperechoic) อยู่ชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneus )
key word ก้อนอยู่ชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneus) ไม่ได้อยู่ในชั้นเนื้อเต้านม (fibroglandular tissue)
ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำเท่าชั้นไขมัน (isoechoic)

ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำเท่าชั้นไขมัน (isoechoic)

Fat Island or fat lobule

  1. เมื่อวางหัวตรวจในแนวขวาง (transverse) เห็น ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำไม่สนิท (hypoechoic)
  2. เมื่อวางหัวตรวจในแนวตั้ง (longitudinal) พบว่าก้อนที่เห็นในภาพ 1.มีลักษณะเป็นแนวยาว และค่อยๆเรียวลงตรงหัวและท้ายก้อน เข้าได้กับลักษณะของไขมันที่ถูกล้อมรอบด้วยเนื้อเยื่อเต้านม

Fat Island or fat lobule

a.)เมื่อวางหัวตรวจในแนวขวาง (transverse) เห็น ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (circumscribed ) ก้อนสีดำไม่สนิท (hypoechoic)
b.)เมื่อวางหัวตรวจในแนวตั้ง (longitudinal) พบว่าก้อนที่เห็นในภาพ a.) มีลักษณะเป็นแนวยาว และค่อยๆเรียวลงตรงหัวและท้ายก้อน เข้าได้กับลักษณะของไขมันที่ถูกล้อมรอบด้วยเนื้อเยื่อเต้านม
บางครั้งไขมันอาจแทรกอยู่ในเนื้อเยื่อเต้านม ทำให้ดูคล้ายก้อนได้ Fat island or fat lobule) วิธีที่จะแยกว่าก้อนที่เห็นเป็นไขมันหรือเนื้องอก สามารถทำได้โดยหมุนหัวตรวจตั้งฉากกับแนวเดิม (orthogonal) จะเห็นว่าถ้าเป็นไขมัน จะมีลักษณะเป็นแนวยาวและค่อยๆเรียงลงตรงหัวและท้ายก้อน และพบว่าไขมันจะถูกกดได้ง่ายกว่าก้อนเนื้องอก

รูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) ก้อนวางตัวขนานกับผิวหนัง (parallel) สีดำไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนรี (oval shape) ขอบเรียบ (Circumscribed) มีส่วนที่เป็นของเหลว และส่วนที่เป็นก้อนเนื้อ อยู่รวมกันภายในก้อน (complex cystic and solid mass) เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางแนวแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parallel) มีหินปูนผิดปกติอยู่ภายใน (suspicious microcalcification) เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางตัวแนวขนานกับผิวหนัง (parellel) a) เป็นก้อนที่มีส่วนของของเหลวและก้อนเนื้อรวมกันอยู่ในก้อนเดียวกัน (Complex cystic and solid mass)
b) ภาพ color doppler ของก้อนในภาพ a) เห็นเส้นเลือดมาเลี้ยงก้อนนี้เป็นจำนวนมาก (ไม่ได้กล่าวถึง color doppler ในคู่มือเล่มนี้) ก้อนรูปร่างรี (oval shape) ขอบเรียบ (Circumscribed) ก้อนมีสีขาวและสีดำปนๆกัน (Heterogeneous echoic) ก้อนวางตัวแนวขนานกับผิวหนัง (parellel) มีเงาแถบสีขาวหลังก้อน (posterior enhancement) ก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) ก้อนสีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนวางตัวแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parellel) มีหินปูนผิดปกติอยู่ภายใน (suspicious microcalcification) ก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) ก้อนสีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนวางตัวแนวขนานกับผิวหนัง parellel) เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parallel) ก้อนเนื้องอกรูปร่างรี (oval shape) ขอบลอนขนาดเล็ก (microlobulated) ก้อนสีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) ก้อนวางตัวแนวขนานกับผิวหนัง parellel) มีเงาแถบสีขาวหลังก้อน (Posterior enhancement) เป็นก้อนเนื้องอกรูปร่างผิดปกติ (Irregular) ขอบไม่เรียบ (indistinct) สีดำแต่ไม่สนิท (hypoechoic) วางแนวตั้งฉากกับผิวหนัง (not parallel)