กายวิภาคของสมอง และสมองทำงานอย่างไร
แปลโดย นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล (6 ตุลาคม 2565 )
กายวิภาคของสมอง และสมองทำงานอย่างไร
(แปลจาก Brain Anatomy and How the brain work web site hopkinsmedicine.org)
สมองคืออวัยวะที่มีความซับซ้อนที่ควบคุมความคิด ความจำ อารมณ์ การสัมผัส ทักษะด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น การหายใจ การควบคุมอุณหภูมิ ความหิว และกระบวนการอื่นๆในการควบคุมร่างกาย และสมองร่วมกับไขสันหลังที่รวมเรียกว่าระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System)
ส่วนประกอบของสมอง
สมองในผู้ใหญ่จะมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 3 ปอนด์ โดยร้อยละ 60 ของสมองคือไขมัน ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 40 เป็นส่วนประกอบของ น้ำ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเกลือ สมองไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อ ประกอบด้วยเส้นเลือดและเส้นประสาท รวมถึงเซลล์สมอง (Neurons) และ Glial cell
เนื้อสมองสีเทา (Gray Matter) และเนื้อสมองสีขาว (White Matter)
เนื้อสมองสีเทาและสีขาวจะเป็นส่วนประกอบ 2 ส่วนของระบบประสาทส่วนกลาง เนื้อสมองสีเทาคือส่วนสมองที่มีเข้มกว่า และเป็นส่วนที่อยู่ด้านนอก ในขณะที่เนื้อสมองสีขาวคือส่วนที่สีอ่อนกว่า และอยู่ที่ส่วนด้านใน ในไขสันหลังจะตรงกันข้ามคือ เนื้อประสาทสีขาวอยู่ด้านนอก ส่วนเนื้อประสาทมีเทาจะอยู่ด้านใน

เนื้อสมองสีเทาจะประกอบด้วยเซลล์สมองที่อยู่ตรงกลางของเซลล์ (Soma) ส่วนเนื้อสมองสีขาวส่วนใหญ่จะประกอบด้วย Axon (ส่วนที่ยื่นออกมาคล้ายราก เพื่อยึดระหว่างเซลล์ประสาทให้เข้าหากัน โดยถูกห่อด้วย Myelin ซึ่งเป็นชั้นปกป้องเซลล์ประสาทที่อยู่ด้านใน

แต่ละส่วนของสมองทำหน้าที่แตกต่างกันไป โดยเนื้อสมองสีเทา จะทำหน้าที่ในการประมวลและแปลผลข้อมูล สส่วนเนื้อสมองสีขาวมีหน้าที่ส่งข้อมูลข่าวสารจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่งภายในระบบประสาท
สมองทำงานอย่างไร
สมองส่งและรับสารเคมีและสัญญาณไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย โดยสัญญานประสาทที่แตกต่างกันจะควบคุมกระบวนการที่แตกต่างกันไป เช่นบางสัญญาณรับรู้ความรู้สึกปวด บางสัญญาณทำให้รู้สึกหิวหรืออิ่ม บางสัญญาณจะเก็บไว้ภายในสมอง บางสัญญาณประสาทจะส่งผ่านไปยังไขสันหลังเพื่อควบคุมส่วนต่างๆของร่างกาย โดยสมองซีกซ้ายจะควบคุมแขนและขาซึกขวา ส่วนสมองซีกขวาจะตวบคุมแขนขาซีกซ้าย โดยระบบประสาทสมองส่วนกลางจะประกอบด้วยเซลล์สมองนับล้านๆเซลล์
ส่วนประกอบหลักของสมอง และการทำงานแต่ละส่วนของสมอง
- Cerebrum(ซีรีบรัม) ประกอบด้วย เนื้อสมองสีเทาที่อยู่ด้านนอก ส่วนเนื้อสมองสีขาวจะอยู่ตรงกลาง Cerebrum คือส่วนที่ใหญ่ที่สุดของสมอง ทำหน้าที่ในการประสานการเคลื่อนไหว บุคลิกภาพ ทักษะทางสังคม การควบคุมอุณหภูมิ ส่วนพื้นที่อื่นๆของซีรีบรัม ควบคุมในการการพูด การตัดสินใจ ความคิด การใช้เหตุผล การแก้ปัญหา การควบคุมอารมณ์และการเรียนรู้ ส่วนหน้าที่อื่นๆได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน ประสาทสัมผัส
- Cerebral cortex มีน้ำหนักเป็นครึ่งหนึ่งของสมองทั้งหมด และมีพื้นที่ผิวมากเนื่องจากประกอบด้วยรอยหยักต่างๆมากมาย โดยประกอบด้วย 2 ซีก (Hemisphere) โดยทั้ง 2 ซีกของสมองถูกเชื่อมด้วยอวัยวะรูปตัว C ที่เป็นเนื้อสมองสีขาวเรียกว่า คอร์ปัสแคลลอซึม (corpus callosum) ซึ่งอยู่ตรงกลางของสมอง
- ก้านสมอง (Brain stem). คือส่วนที่เชื่อมต่อสมองกับไขสันหลัง ซึ่งประกอบด้วยสมองส่วนกลาง (Mid brain) ,พอนส์ (Pons) และ เมดูลลาร์ (Medulla)
- Mid Brain หรือสมองส่วนกลาง คือส่วนที่มีความซับซ้อนมาก เส้นทางเดินของระบบประสาทที่ประกอบด้วยกลุ่มของเซลล์ประสาทที่ต่างขนิดกัน และโครงสร้างอื่นๆของสมอง โดยจะประสานการทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การได้ยิน และการเคลื่อนไหวที่สามารถตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ยังประกอบด้วยซับสะแตนเทีย ไนกร้า (substantia nigra) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเซลล์ประสาทที่มีโดปามีน (dopamine) จำนวนมาก และเป็นส่วนหนึ่งของเบซอล แกนเกลี่ยน (basal ganglion) ถ้าสมองส่วนนี้มีปัญหาก็จะเกิดโรคพาร์กินสัน (Parkinson) ทำให้ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวและการประสานการเคลื่อนไหวได้
- พอนส์ (Pons) จะเป็นต้นกำเนิดของเส้นประสาทสมอง 4 คู่ จากทั้งหมด 12 คู่ ทำหน้าที่ต่างๆ เช่น การสร้างน้ำตา การเคี้ยว กระพริบตา การปรับ focus ของตา การทรงตัว การได้ยิน และการแสดงออกทางใบหน้า Pons มาจากภาษาลาตินแปลว่าสะพาน เนื่องจากเชื่อมต่อระหว่างสมองส่วนกลาง(mid brain) กับ เมดูลลา (Medulla)
- เมดูลา (Medulla) อยู่ที่ส่วนล่างสุดของก้านสมอง เป็นส่วนที่สมองที่ไปติดต่อกับไขสันหลัง เมดูลลา(medulla) เป็นส่วนที่สำคัญต่อการมีชีวิต เนื่องจากควบคุมการเต้นของหัวใจ การหายใจ ระบบไหวเวียนโลหิต และระดับของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ และควบคุมปฏิกิริยาที่อยู่นอกการควบคุมของจิตใจ(reflex) ได้แก่ การจาม ไอ อาเจียน และการกลืน
- ไขสันหลัง (Spinal cord) คือส่วนที่ต่อจากเมดูลลา(Medulla) ผ่านช่องที่อยู่ด้านใต้ของกะโหลกศีรษะ โดยถูกพยุงด้วยกระดูกสันหลัง โดยไขสันหลังจะรับและส่งสัญญาณประสาทจากสมองผ่านไขสันหลังเพื่อไปยังส่วนต่างๆทั่วร่างกาย
- ซีรีเบลลัม (Cerebellum) หรือ สมองน้อย คือส่วนของสมองที่อยู่บริเวณด้านหลังของศีรษะ ใต้กลีบสมองส่วนที่อยู่ด้านข้างหรือเทมโพรอล (Temporal Lobe) และกลีบสมองส่วนหลังหรือออกซิพิทัล (Occipital Lobe) และอยู่เหนือก้านสมอง (Brain stem) ซีรีเบลลัมประกอบด้วย 2 ซีก (Hemisphere) โดยส่วนนอกของซีรีเบลลัมประกอบด้วยเซลล์สมอง ส่วนด้านในจะเป็นส่วนที่ใช้ในการส่งกระแสประสาทเพื่อติดต่อสื่อสารกับ Cerebral Cortex ซีรีเบลลัมทำหน้าที่ประสานการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และการทรงตัว การศึกษาใหม่เกี่ยวกับหน้าที่ซีรีเบลลัมพบว่าทำหน้าที่เกี่ยวกับ ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมสังคม และมีความเป็นไปได้ที่ซีรีเบลลัมจะเกี่ยวข้องกับการเสพติด ออทิสติก (autism) และโรคจิตเภท (schizophrenia) ด้วย
กลีบของสมองและการทำงานของแต่ละกลีบของสมอง (Lobes of the Brain and What They Control)

ในแต่ละซีกของสมอง (Cerebral Hemisphere) จะประกอบด้วย 4 ส่วนเรียกว่ากลีบหรือ Lobes ได้แก่ กลีบสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) กลีบสมองส่วนที่อยู่ด้านข้างหรือเทมโพรอล (temporal lobe) กลีบสมองส่วนกลางหรือพาไรเอทัล (parietal Lobe) และกลีบสมองส่วนหลังหรือออกซิปิทอล (occipital lobe) โดยแต่ละกลีบจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันดังนี้
- กลีบสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) เป็นกลีบที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ส่วนหน้าของศีรษะ ส่วนนี้เกี่ยวข้องกับ การเคลื่อนไหว บุคลิกภาพ การตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ การจัดการ (Executive Function) การได้กลิ่น และที่กลีบสมองส่วนหน้าที่จะมีพื้นที่เรียกว่า Broca’s area ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการพูด
- กลีบสมองส่วนกลางหรือพาไรเอทัล (Parietal Lobe) อยู่ที่ส่วนกลางของสมอง ทำหน้าที่ในการ รับการนำเข้าประสาทสัมผัสต่างๆ บ่งชี้วัตถุต่างๆ การเข้าใจตนเองและสามารถแยกหรือเปรียบเทียบตนเองกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้าง การแปลผลการความรู้สึกปวด และการสัมผัส Parietal Lobe จะเป็นที่ตั้งของ Wernicke’s area ทำให้สมองเข้าใจภาษาที่พูด การอ่าน การเขียน และการคำนวณ
- กลีบสมองส่วนหลังหรือ ออกซิปิทัล (Occipital lobe) อยู่ที่ส่วนหลังของสมอง ทำหน้าที่กับการมองเห็น
- กลีบสมองส่วนที่อยู่ด้านข้าง หรือเทมโพรอล (Temporal Lobe) ทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ การเชื่อมโยงการรับรู้เกี่ยวกับความจำ การรับรู้วัตถุ การเข้าใจภาษา การพูด การฟัง ศิลปะและดนตรี (musical rhythm) และการรับรู้เรื่องกลิ่น
เยื่อหุ้มสมอง (Meninges)

เยื่อหุ้มสมองคือส่วนที่ห่อหุ้มเนื้อสมองและไขสันหลังงประกอบด้วย 3 ชั้นคือ
- ชั้นนอกสุดเรียกว่าชั้นดูรา มาเตอร์ (Dura mater) เป็นชั้นที่หนาและเหนียว ชั้นนี้ยังแบ่งเป็น 2 ชั้นย่อยคือชั้นที่อยู่ติดเยื่อหุ้มกระดูก (Periosteal) ซึ่งวางตัวอยู่ใต้กะโหลกศีรษะ และส่วนที่อยู่ชั้นล่างจากชั้นนี้อีกชั้นหนึ่ง ระหว่างชั้นทั้ง 2 จะเป็นที่อยู่ของเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมอง
- ชั้นกลางเรียกว่าชั้นอะแรคนอยด์ (Arachnoid mater) เป็นชั้นบาง เป็นที่อยู่ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue) โดยไม่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่ในชั้นนี้ ด้านใต้ของชั้นนี้จะเป็นที่อยู่ของน้ำสมองและไขสันหลัง (Cerebrospinal fluid หรือ CSF) น้ำสมองและไขสันหลังที่หมุนเวียนอยู่ในชั้นนี้นอกจากจะทำหน้าที่เป็นเบาะกันกระแทกให้กับสมองและไขสันหลังแล้วยังเป็นตัวนำของเสียและส่งสารอาหารไปเลี้ยงสมองและไขสันหลังอีกด้วย
- ชั้นในสุดหรือชั้นเพีย มาเตอร์ (Pia mater) เป็นชั้นบางๆที่โอบล้อมเนื้อสมอง เป็นชั้นที่มีเส้นเลือดดำและเส้นแดงอยู่ในชั้นนี้อย่างมาก
ส่วนที่อยู่ลึกลงไปในสมอง (Deeper Structures Within the Brain)
- ต่อมพิทูอิทารี (Pituitary Gland) บางทีเรียกว่าบางที่เรียกว่า Master gland มีขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ตั้งอยู่ที่ส่วนลึกของสมอง โดยต่อมพิทูอิทารี ควบคุมการทำงานของต่อมต่างๆในร่างกาย โดยควบคุมการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต รังไข่ อัณฑะ และได้รับสัญญาณทางเคมีจากไฮโปธาลามัสผ่านทางกระแสเลือด
- ไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) ไฮโบธาลามัส อยู่ด้านบนของต่อมพิทูอิทารี และส่งสัญญาณทางเคมีเพื่อไปควบคุมการทำงานของต่อมพิทูอิทารี โดยควบคุม อุณหภูมิของร่างกาย แบบแผนการนอน ควบคุมความหิวและความกระหายน้ำ และมีส่วนเกี่ยวข้องบางส่วนในเรื่องความจำและอารมณ์
- อะมิกดาลา Amygdala มีขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายเม็ดอัลมอนด์ ตั้งอยู่ด้านล่างของแต่ละซีกของสมอง ภายใน limbic system, โดยอะมิกดาลา ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ และความจำ และเกี่ยวข้องกับ ความเครียด การตอบโต้ของร่างกายที่จะสู้หรือถอย เมื่อเผชิญกับสิ่งคุกคาม
- ฮิบโปแคมปัส (Hippocampus) รูปร่างโค้งคล้ายม้าน้ำ อยู่ที่กลีบสมองด้านข้าง เป็นส่วนหนึ่งของ Hippocampal Formation ทำหน้าที่สนับสนุนการทำหน้าที่เกี่ยวกับ ความจำ การเรียนรู้ และการสำรวจและการรับรู้สถานที่ โดยรับข้อมูลจากสมอง (Cerebral Cortex) และอาจจะมีบทบาทเกี่ยวกับโรคความจำเสื่อมอัลไซเมอร์ (Alzheimer)
- ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ตั้งอยู่ที่ส่วนลึกของสมอง ติดกับโพรงสมองที่ 3 ด้านบน (third ventricle) โดยต่อมไพเนียลจะตอบสนองกับแสงสว่างและความมืด และหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งจะควบคุมจังหวะเซอคาเดียน (circadian) ซึ่งเป็นจังหวะที่ควบคุมการตื่นหรือหลับตลอด 24 ชั่วโมงของคน และควบคุมวงรอบของการนอนและการตื่นของคน
- โพรงสมอง (Ventricles) และน้ำสมองและไขสันหลัง (Ventricles and Cerebrospinal Fluid หรือ CSF) ในส่วนที่ลึกของสมองจะมีโพรงสมองที่ทำหน้าที่สร้างน้ำสมองและไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid หรือ CSF) โดยโพรงสมอง (Ventricle) จะมี 4 โพรง ได้แก่ โพรงสมองด้านข้าง (Lateral Ventricle) ซ้าย ข้างขวา โพรงสมองที่ 3 และ ที่ 4 โดยโพรงสมองสร้างน้ำสมองและไขสันหลัง (CSF) และ CSF จะไหลจากโพรงสมองด้านข้างทั้ง 2 ข้างไปยังโพรงสมองที่ 3 จากนั้นไปยังโพรงสมองที่ 4 จากนั้นไหลไปที่ช่องของเยื่อหุ้มสมองชั้น Arachnoid ที่เรียกว่า Subarachnoid space น้ำสมองและไขสันหลังจะหมุนเวียนในสมองและไขสันหลังเพื่อขจัดของเสียและส่งสารอาหารให้สมองและไขสันหลัง
เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง

มีเส้นเลือด 2 ชุดที่ส่งเลือดและออกซิเจจไปให้สมองได้แก่ เส้นเลือดแดงเวอร์เทบรอล (Vertebral Arteries) และเส้นเลือดแดงแครอติด(Carotid Arteries)
- เส้นเลือดแดงแครอติด จะแตกเขนงเป็น 2 เส้น คือ
- เส้นเลือดแดงแครอติดด้านนอก (External Carotid) ทอดตัวที่ด้านข้างของคอ ถ้าใช้นิ้วคลำที่คอจะพบการเต้นของเส้นเลือดแดงเส้นนี้
- เส้นเลือดแดงแครอติดด้านใน (Internal Carotid) จะมีแขนงเข้าไปในกะโหลกศีรษะเพื่อไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า
- เส้นเลือดแดงเวอร์เทบรอล (Vertebral Arteries) ข้างซ้ายและขวา ทอดตัวไปตามกระดูกสันหลังขึ้นไปยังกะโหลกศีรษะ จากนั้นรวมกันเป็นเส้นเลือดแดงเบซิลาร์ (basilar artery) ที่ก้านสมอง เพื่อไปเลี้ยงสมองในส่วนที่อยู่ด้านหลัง
เซอร์เคิล ออฟ วิลลิส คือ เส้นเลือดแดงที่อยู่ด้านใต้ของสมองที่ต่อเชื่อมกับเป็นวง ทำให้เลือดจากด้านหน้าของสมองสามารถติดต่อไปยังด้านหลังของสมองได้ และช่วยระบบเส้นเลือดแดงของสมองสามารถติดต่อระหว่างกันได้
เส้นประสาทสมอง (Cranial Nerve)

เส้นประสาทสมองมีทั้งหมด 12 คู่ ได้แก่
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 1: ชื่อ Olfactory nerve ทำหน้าที่รับรู้กลิ่น
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 2: ชื่อ Optic nerve ทำหน้าที่ในการมองเห็น
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3: ชื่อ Oculomotor nerve ควบคุมม่านตาในการตอบสนองต่อแสง
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 4: ชื่อ Trochlear nerve ควบคุมกล้ามเนื้อตาในการกรอกตา
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5: ชื่อ Trigeminal nerve เป็นเส้นประสาทสมองที่ขนาดใหญ่ที่สุด และมีการทำงานที่ซับซ้อนที่สุด คือทำหน้าที่ทั้งรับความรู้สึก (Sensory) จากหนังศีรษะ ฟัน ขากรรไกร ไซนัส ปากและใบหน้าไปสู่สมอง และทำหน้าที่สั่งการ (Motor) โดยสั่งการกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6: ชื่อ Abducens nerve เป็นเส้นประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อตาเพื่อกรอกตา
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7: ชื่อ Facial nerve ทำหน้าที่สั่งการ (motor) การเคลื่อนไหวของใบหน้า การรับรส
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 8: ชื่อ Vestibulocochlear nerve ช่วยในเรื่องสมดุลของร่างกายและการได้ยิน
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 9: ชื่อ Glossopharyngeal nerve ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับรส การเคลื่อนไหวของหูและลำคอ
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 10: ชื่อ Vagus nerve รับความรู้สึกจากหู และระบบทางเดินอาหาร และส่งคำสั่งไปยังหัวใจและระบบย่อยอาหาร
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 11: ชื่อ Accessory nerve เส้นประสาททอดตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณ ศีรษะ คอ และหัวไหล่
- เส้นประสาทสมองคู่ที่ 12: ชื่อ Hypoglossal nerve ควบคุมการเคลื่อนไหวของลิ้น
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 และ 2 มีต้นกำเนิดจากสมองใหญ่ (Cerebrum) ส่วนที่เหลืออีก 10 คู่มีต้นกำเนิดจากก้านสมอง (Brain stem) ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนคือ สมองส่วนกลาง (Mid Brain) พอนส์ (Pons) และ เมดูลลา (Medula)