Health Literacy Media Display
เครื่องมือวัด Health Literacy
นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล (2020-08-28)

Contents: เครื่องมือวัด Health Literacy ของประเทศใน EU,Taiwan ,Thailand

  1. บทนำเกี่ยวกับเครื่องมือวัด Health Literacy
  2. เครื่องมือวัด Health Literacy
    1. HLS-EU-Q47
    2. HLS-EU-Q16 (Short Form)
    3. HLS-EU-Q6 (Short - Short -form)
    4. HLS-Taiwan-Q12
    5. แปล HLS-EU-Q47 เป็นภาษาไทย
  3. Health literacy in Europe: comparative results of the European health literacy survey (HLS-EU)
  4. Measuring health literacy in Asia: Validation of the HLS-EU-Q47 survey tool in six Asian countries
  5. เครื่องมือวัด Health Literacy ในประเทศไทย (HLS-TH-Q87)

บทนำเกี่ยวกับเครื่องมือวัด Health Literacy

  1. ก่อนปี 2012 แต่ละประเทศได้กำหนดเครื่องมือในการวัด Health Literacy ขึ้นเอง ซึ่งขึ้นกับนิยามและ model ของ Health Literacy ของแต่ละประเทศ
  2. Sørensen ได้ทำ Systematic Review นิยามและ model ของ Health Literacy ในปี 2012 ทำให้ นิยามและ Model ของ Health Liteacy ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง การใช้นิยามและ Model เดียวกัน ส่งผลให้เการพัฒนาครื่องมือวัดสอดคล้องกับนิยามและ Model ดังกล่าว โดยเป็นการวัดใน 3x4 =12 dimension คือ Continuum of care dimesion (Heath care ,Disease Prevention,Health Promotion) x Process Dimension (Access ,Understand ,Appraise , Apply)
  3. ประเทศในยุโรป 8 ประเทศได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องมือวัด เรียกว่า HLS-EU-Q47 และใช้เครื่องมือนั้น เป็นเครื่องมือในการวัด Health Literacy ของทั้ง 8 ประเทศ
  4. เนื่องจาก HLS-EU-Q47 นั้น ใช้เวลานานในการทำ จึงพัฒนาเครื่องมือวัดเพื่อให้สามารถทำให้เสร็จภายใน 10 นาที จึงมีการเลือก บาง Items ใน HLS-EU-Q47 มา เป็น Short form ที่เรียกว่า HLS-EU-Q16 และ Short - Short - Form : HLS-EU-Q6
  5. ไต้หวัน ก็นำ HLS-EU-Q47 มาเลือกบาง items มาใช้ให้สอดคล้องกับบริบท กำหนดเป็น HLS-Taiwan-Q12
  6. ประเทศใน Asia 6 ประเทศ ก็ได้นำ HLS-EU-Q47 มาแปลเป็นภาษาท้องถิ่น จากนั้นมาทดสอบ Validity & Reliability สรุปผลได้ว่า แบบทดสอบ HLS-EQ-Q47 สามารถนำมาใช้ในประเทศ Asia ได้
  7. ประเทศไทย เห็นประเทศจีนพัฒนา 66 Key message จึงได้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย เป็นแกนกลางในการกำหนด 66 Key message จากนั้นก็พัฒนาเครื่องมือวัด Health Literacy ให้เหมาะสมกับสังคมไทย โดยใช้แนวคิด HLS-EU-47 มาเป็นกรอบ พัฒนาเครื่องมือวัดมีทั้งหมด 87 items เรียกว่า HLS-TH-Q87 โดยประกอบด้วย 4x5 = 20 dimesion โดย Contiuum of care dimension ประกอบด้วย Health care ,Disease Prevention ,Health Promotion และ Health Product ส่วน Process dimesion ประกอบด้วย Access ,Understand, Inquiry ,Judge & decion , Apply โดยในส่วนของ apply นั้นได้เลือกหัวข้อใน 66 Key message เพื่อดู การ apply 66 Key message

เครื่องมือวัด Health Literacy

  1. เครื่องมือวัดระดับบุคคล ได้แก่
    1. USA --HARVARD, UNC วัดความสามารถ หรือศักยภาพในการอ่าน การทำความเข้าใจ และทักษะ Recognition แบบสำรวจที่ใช้ในการวัดระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ได้แก่ Rapid Estimate of Adult Literacy in Medicine (REALM)
    2. The Wide Range of Achievement Test Revised (WRAT) ใ ช้ วั ด Functional Health literacy Test of Functional Health Literacy in Adults (TOFHLA)
    3. Newest Vital Sign แบบสำรวจในการคัดกรองหรือจำแนกผู้ที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ต่ำ Questions to Identify Patients with Inadequate Health Literacy พัฒนาโดย Chew, Katharine Bradley and Edward Boyko Family Medicine, 2004 (Brief)
    4. แบบคัดกรองผู้มีข้อจำกัดในการเรียนรู้หรือมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับต่ำ ในกลุ่มผู้ป่วย เบาหวานและความดันโลหิตสูง พัฒนาโดยชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ และนรีมาลย์ นีละไพจิตร (2558)
  2. วิธีการวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับสังคม หรือเป็นพหุระดับของความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น เช่น ตามแนวคิดของ EU – HLS-EU นักวิชาการกลุ่มยุโรปเชื่อว่าการรอบรู้ ด้านสุขภาพกับความรู้ แรงจูงใจ และศักยภาพของคนมีส่วนช่วยให้บุคคลเข้าถึง ทำความเข้าใจ คิดและประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วยข้อคำถาม 47 ข้อ และแจกแจงเป็นระดับง่ายมาก ง่าย ยาก และยากมาก ตามแนวคิดของออสเตรเลียและสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ซึ่งวัดในประชาชนทั่วไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และคนพิการ โดยองค์กรอนามัยโลกได้แปลแบบสำรวจที่พัฒนา ขึ้น โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขร่วมกับมหาวิทยาลัย Deakin ประเทศออสเตรเลีย เป็นภาษาอังกฤษและแนะนำให้ประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ให้กับประชาชน และได้เปลี่ยนชื่อเป็น The Information and Support for Health Actions Questionnaire (ISHA-Q)
  3. เครื่องมือวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพอื่นๆ และที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่
    1. The Demographic Assessment for Health literacy (DAHL) Self report questionnaire: Measuring functional communicative and Critical health literacy among diabetic patients. พัฒนาโดย Ishikawa, 2008,
    2. Health Literacy Questionnaire (HLQ) : The grounded psychometric development and initial validation of the health literacy questionnaire พัฒนาโดย Osborne และ คณะ (2013),
    3. The All Aspects of Health Literacy Scale (AAHLS): a tool to measure functional, communicative and critical health literacy in primary health care setting พัฒนาโดย Chinn และ คณะ (2012),
    4. Health Literacy EU Questionnaire (HLS-EU-Q): Measuring Health Literacy in population พัฒนาโดย Sorensen และคณะ (2013),
    5. Health Literacy young adult Short Survey tool for public health and health promotion พัฒนาโดย Abel และคณะ (2014),
    6. The eHealth Literacy Scale (eHEALS) : พัฒนาโดย Cameron Norman และคณะ (2006),
    7. แบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรม สุขภาพ 3อ 2ส ของคนไทย ที่มีอายุ15 ปีขึ้นไปพัฒนาโดยกองสุขศึกษาและอังศินันท์ อินทรก าแหง , แบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง พัฒนาโดย กองสุขศึกษาและชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ฯลฯ

HLS-EU-Q47

Fig 1 Matrix of Health Literacy survey Questionare (HLS-EU-Q47)

  1. ประเทศในยุโรป 8 ประเทศ ได้แก่ Austria,Balgaria,Germany,Greece,Spain,Ireland,Netherland,Poland ได้ร่วมกันจัดทำเตรื่องมือวัด Health Literacy เครื่องมือที่ใช้เรียกว่า HLS-EU-Q47 Sørensen et al :Measuring health literacy in populations: illuminating the design and development process of the European Health Literacy Survey Questionnaire (HLS-EU-Q). BMC Public Health 2013, 13:948 โดยข้อมูลพื้นฐานเป็นดังนี้
  2. เครื่องมือวัดเป็นแบบสอบถามมีทั้งหมด 47 ข้อ โดยเป็น Matrix 4 x3 (แนวตั้ง x แนวนอน) โดย
    1. มิติของ Process อยู่บนแนวตั้ง ประกอบด้วย 4 มิติ คือ การเข้าถึง (Access) เข้าใจ (understand) ประเมิน(Appraise) และปฏิบัติ(apply)
    2. มิติของ Intervention อยู่บนแนวนอน ประกอยด้วย 3 มิติ คือ การบริการ (Health care :HC) , การป้องกันโรค (Disease Prevention; DP) และ การส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion ; HP)
  3. ในมิติของ Intervention ด้านการให้บริการ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ จะมีจำนวนหัวข้อ (items) เท่ากับ 16 , 15 และ 16 items ตามลำดับ
  4. ผู้ตอบแบบสอบถามจะต้องตอบว่า การดำเนินการในแต่ละหัวข้อนั้น มีความยากง่าย เพียงไร โดยมี 4 ระดับคือ 1= ยากมาก, 2=ยาก, 3=ง่าย ,4=ง่ายมาก
  5. การคิดคะแนนนั้น จะให้คะแนนสูงสุดคือ 50 คะแนน ฉะนั้นสูตรที่ใช้ในการหา
    คะแนน = (mean-1) * 50/3
  6. สามารถหา Health Literacy โดยแบ่ง Index ออกเป็น 3 กลุ่ม
    1. Health Literacy รวม (Comprehensive Health Litercy Index) โดยหาค่าเฉลี่ย (mean) ของทั้ง 47 ข้อ แล้วคำนวณโดยใช้สูตร HLรวม=(Mean-1)*50/3
    2. Health Literacy หมวดย่อย มี 7 หมวดย่อย (sub-indeces ดู Fig 2) ประกอบด้วยแนวราบ 3 indeces (Health Service,Disease prevention,Health Promotion) และ 4 แนวดิ่ง (Access หรือ Obtain,Understand,Appraise หรือ Process , Apply)
    3. Health Literacy หมวดย่อยลงไปอีก มี 12 หมวดย่อย (sub-sub-indeces ดู Fig 2) ประกอบด้วยแนวราบ 3 indeces (Health Service,Disease prevention,Health Promotion) x 4 แนวดิ่ง (Access หรือ Obtain,Understand,Appraise หรือ Process , Apply) = 12
    Fig 2. Comprehensive Health Literacy Index and 7 Sub index and 12 Sub subindex

  7. คะแนน Health Literacy หมวดย่อยนั้นๆ ก็ใช้ค่า Mean ของหมวดย่อยนั้น ๆ
  8. การกระจายของคะแนน เป็น bell shape ใกล้เคียงกับ Normal distribution
    Fig 3. การกระจายของคะแนนใกล้เคียงกับ Normal distribution

  9. Cutoff Point ในการแบ่งระดับของ Health Literacy ของ HLS-EU-Q47 เป็นดังนี้
    1. Inadequate HL คะแนน 0-25
    2. Likely Problematic HL คะแนน >25-42
    3. Likely Sufficient HL คะแนน >42-50
    4. Limited HL คะแนน 0-33
  10. แบบสัมภาษณ์ทั้ง 47 items มีดังนี้
    รหัส Category มี 2 หลัก xy โดย ค่า x : 1=Health Care 2=Disease Prevention 3=Health Promotion ค่า y : 1= Access or Obtain 2=Understand 3=Appraise or process 4=Apply)

HLS-EU-16Q Short Form

Fig 4. HLS-EU- Q16
  1. HLS-EU-47Q มีข้อดี คือมีความละเอียด และสามารถวิเคราะห์ภาพรวม Comprehensive HL index และแบ่งย่อยได้เป็น 19 กลุ่มย่อย ได้แก่ Sub-indeces (7 กลุ่มย่อย) และ sub-sub-indices (12 กลุุ่มย่อย) แต่มีช้อเสียคือใช้เวลานานในการตอบแบบสอบถามในแต่ละคน และต้นทุนสูง
  2. จึงได้มีการคิดค้นโดยเลือกหัวข้อที่สำคัญมาเท่านั้น โดยให้คงความสัมพันธ์กับ HLS-EU-47Q ให้มากที่สุด ทำให้เหลือหัวข้อเพียง 16 หัวข้อจากทั้งหมด 47 หัวข้อ (ดู Fig 4)
  3. ระดับคะแนน นั้นจะใช้แบบ dichotomous คือ 1= ง่าย/ง่ายมาก และ 0 = ยาก/ยากมาก และถ้าตอบ Unknown = missing value
  4. คะแนนรวมใช้การบวกคะแนนแต่ละ item เข้าด้วยกัน ต่ำสุด เท่ากับ 0 คะแนน สูงสุดเท่ากับ 16 คะแนน
  5. Cutoff Point ในการแบ่งระดับของ Health Literacy ของ HLS-EU-Q16 เป็นดังนี้
    1. Likely Inadequate HL = 0-8
    2. Likely Problematic HL = 9-12
    3. Likely Sufficient HL = 13-19
  6. การกระจายไม่เป็น Normal distribution
    Fig 4. การกระจายของคะแนน ของ HLS-EU-Q16

  7. จุดเด่นของ HLS-EU-Q16
    1. มีความสัมพันธ์กับ HLS-EU-Q47 (r=.82 Total ,r=0.73-0.88 in country Sample)
    2. มีความสัมพันธ์กับ Sub-indices ของ HLS-EU-47 ได้แก่ HC-HL,DC-HL ,HP-HL (r =0.74-77 Total ,r= .62-.84 in country sample
    3. แบบแผนความสัมพันธ์ระหว่าง HLS-EU-47Q กับ Determinants ที่สำคัญ ไม่แตกต่างกับ HLS-EU-Q16
    4. HLS-EU-16Q is Rasch Homogeneus นั่นหมายถึง สามารถนำมาเปรียบเทียบภายในประเทศได้เท่านั้น (Fair)
  8. จุดด้อยของ HLS-EU-Q16 (Short form)
    1. ไม่สามารถวิเคราะห์กลุ่มย่อยของ Short form ได้หมดทุกกลุ่มย่อย
    2. การกระจายไม่เป็น Normal Distribution. ทำให้มีข้อจำกัดในการวิเคราะห์ทางสถิติ
    3. หยายกว่า ในกรณีที่ borderline ในรายที่วิเครทะห์ด้วย HLS-EU-47Q แล้วกึ่งกึ่ง แล้วยิ่งไม่สามารถใช้ short form ได้
    4. loss of favorable property of Rasch homogeinity ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบระหว่างประเทศได้
  9. แบบสัมภาษณ์ทั้ง 16 items มีดังนี้
    รหัส Category มี 2 หลัก xy โดย ค่า x : 1=Health Care 2=Disease Prevention 3=Health Promotion ค่า y : 1= Access or Obtain 2=Understand 3=Appraise or process 4=Apply)

HLS-EU-Q6 Short- Short -Form

Fig 5. HLS-EU-Q6 (Short -Short-form)
  1. ทำการเลือก หัวข้อ จาก HLS-EU-16Q ของ HC-HL,DP-HL,HP-HL มาอย่างละ 2 หัวข้อ รวมเป็น 6 item
  2. ระดับคะแนนมี 4 ระดับคือ 1=ยากมาก 2=ยาก 3=ง่าย 4=ง่ายมาก (ไม่ทราบ/ไม่ตอบ) = missing)
  3. คะแนนรวมใช้ค่า Mean
  4. Cutoff Point ในการแบ่งระดับของ Health Literacy ของ HLS-EU-Q6 เป็นดังนี้
    1. Likely Inadequate HL <2.00
    2. Likely Problematic HL 2.00-2.99
    3. Likely Sufficient HL = 3.00-4.00
  5. แบบสัมภาษณ์ทั้ง 6 items มีดังนี้
    รหัส Category มี 2 หลัก xy โดย ค่า x : 1=Health Care 2=Disease Prevention 3=Health Promotion ค่า y : 1= Access or Obtain 2=Understand 3=Appraise or process 4=Apply)
  6. เปรียบเทียบ HLS-EU-47Q ,HLS-EU-16Q ,HLS-EU-6Q ได้ดังตาราง
  7. ข้อเสนอแนะในการเลือกใช้
    1. ใช้ 47Q ถ้า Health Literacy คือ วัตถุประสงค์หลักของการศึกษา และต้องการศึกษา sub dimension ของ Health Literacy
    2. ใช้ 16Q เพื่อความประหยัด และไม่มีความจำเป็นในการศึกษาลงลึกไปถึง sub dimension
    3. ใช้ 6Q เพื่อความประหยัด และ Health Literacy ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการศึกษา แต่เป็นตัวแปรตัวหนึ่งในการศึกษาในเรื่องหลักอื่นๆ

HLS-Taiwan-12 SF Short- Short -Form

ไต้หวันได้พัฒนาเครื่องมือวัด Health literacy แบบ 12 Q โดยไม่ได้ใช้ item เดียวกับ Europe โดย 12 Items ที่ไต้หวันเลือก มีดังนี้
รหัส Category มี 2 หลัก xy โดย ค่า x : 1=Health Care 2=Disease Prevention 3=Health Promotion ค่า y : 1= Access or Obtain 2=Understand 3=Appraise or process 4=Apply)

แปล HLS-EU-Q47 เป็นภาษาไทย

ได้ทำการแปล HLS-EU-Q47 เป็นภาษาไทย เพื่อให้สะดวกต่อผู้อ่านบางท่าน
รหัส Category มี 2 หลัก xy โดย ค่า x : 1=Health Care 2=Disease Prevention 3=Health Promotion ค่า y : 1= Access or Obtain 2=Understand 3=Appraise or process 4=Apply)

Health Literacy Surevey in Europe (HLS-EU)Kristine Sørensen, Ju¨rgen M. Pelikan, Florian Ro¨thlin and et al.Health literacy in Europe: comparative results of the European health literacy survey (HLS-EU).European Journal of Public Health, Vol. 25, No. 6, 1053–1058

Key points
  1. การสำรวจ Health Literacy ในยุโรป (HLS-EU) โดยทำการวัด Health Literacy ใน 8 ประเทศ ประเทศละ 1000 คน โดยใช้เครื่องมือใหม่ที่ได้พัฒนาขึ้น HLS-EU-Q47
  2. คะแนนเฉลี่ยมีความแตกต่างกัน ระหว่าง 30.50 (Bulgaria) -37.06 (Netherland)
  3. จากการสำรวจพบว่า ในภาพรวมแล้ว 1 ใน 2 คนจะมีความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับจำกัด (limited health literacy หรือมีคะแนนอยู่ในช่วง 0-33 )
  4. มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยกลุ่มเปราะบางที่มีโอกาสมี Health Literacy ไม่เพียงพอได้แก่ ผู้สูงอายุ คนยากจน การศึกษาต่ำ และมีสภาวะทางสังคมต่ำ
  5. การกระจายของ Inadequate+Problematic มีความแตกต่างระหว่างประเทศ (29–62%).
  6. การกำกับติดตาม health literacy สามารถที่จะสนับสนุนการตัดสินของ ผู้ประกอบวิชาชีพและผู้กำหนดนโยบายเพื่อที่จะยกระดับ Health literacy ในยุโรป ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน
  7. ฉะนั้น health literacy จึงจัดอยู่ในระดับสำคัญที่จะเป็นวาระแห่ง EU
  8. การใช้ two-sided approach ที่แนะนำโดย Parker and Ratzan: โดย
    1. พัฒนาความรู้ แรงจูงใจ และสมรรถนะของประชาชน และผู้ป่วย เพื่อให้สามารถตัดสินเลือกทางเลือกทางสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
    2. ลดความซับซ้อนที่ยากต่อความเข้าใจของประชาชน ในทุกระดับของสังคม รวมถึงระบบบริการสุขภาพ เพื่อช่วยเหลือ หรือเสริมพลังประชาชน เพื่อให้สามารถจัดการสุขภาพของตนอย่างยั่งยืน โดยต้องเพิ่มความพยายามออกแบบระบบใหม่ที่เป็นมิตร และผู้รับบริการมีส่วนร่วม ปรับหลักสูตร และฝึกอบรมบุคลากรสาธารณสุข เพื่อเอาชนะความท้าทายของประชาชนที่มีปัญหาเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงเพิ่มความคาดหวังของประชาชนในการมีส่วนร่วมเชิงรุกในการดูแลสุขภาพ


    Measuring health literacy in Asia: Validation of the HLS-EU-Q47 survey tool in six Asian countriesTuyen V. Duong , Altyn Aringazina , Gaukhar Baisunova d ,and et al .Measuring health literacy in Asia: Validation of the HLS-EU-Q47 survey tool in six Asian countries. [cited 2020 Sep 04]. available from: http://dx.doi.org/10.1016/j.je.2016.09.005

    1. A cross-sectional survey based on multistage random sampling in 6 ประเทศใน Asia ได้แก่ Indonesia, Kazakhstan, Malaysia, Myanmar, Taiwan, and Vietnam. ทำการสำรวจ 10,024 participants อายุ > 15 ปี ในปี 2013-2014 in โดยแปลแบบสำรวจ HLS-EU-Q47 เป็นภาษาท้องถิ่น เพื่อจะประเมิน validity วิเคราะห์ข้อมูลด้วย confirmatory factor analysis, internal consistency analysis, and regression analysis.
    2. ผลการศึกษา
      1. แบบสอบถามมี construct validity ดี
      2. satisfactory goodness-of-fit of the data to the hypothetical model in three health literacy domains
      3. high internal consistency (Cronbach's alpha >0.90),
      4. satisfactory item-scale convergent validity (item-scale correlation >0.40), and no floor/ ceiling effects in these countries.
      5. General health literacy index score was significantly associated with level of education (P from <0.001 to 0.011) and perceived social status (P from <0.001 to 0.016), with evidence of known-group validity.
    3. สรุป : The HLS-EU-Q47 was a satisfactory and comprehensive health literacy survey tool for use in Asia.

    เครื่องมือวัด Health Literacy ในประเทศไทย (HLS-TH-Q87)

    ประเทศไทยได้พัฒนาเครื่องมือวัด Health literacy โดยใช้กรอบแนวคิดจาก HLS-EU-Q47 แต่มีการปรับในรายละเอียดดังนี้
    1. เพิ่มมิติของ Continuum ofcare Dimension โดย HLS-EU มีเพียง 3 ได้แก่ Health care,Disease Prevention ,Health Promotion เพิ่ม เป็น 4 โดยเพิ่ม Health Product เนื่องจากประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องการใช้ Health Product และสมุนไพรกันมาก ทั้งจากการพูดปากต่อปาก และการโฆษณาใน digital TV,หรือ Social Media
    2. เพิ่มมิติของ Process dimension โดย HLS-EU มี 4 ได้แก่ Acess ,Understand ,Appraise ,Apply เพิ่มอีก 1 เป็น 5 คือ การสอบถาม (Inquiry)
    3. ส่วนที่เพิ่มเข้ามามากใน HLS-TH-Q คือ เรื่องการนำไปปฏิบัติ (Apply) โดย HLS-EU มี 11 items (เน้น Skill base ไม่เน้นประเด็น (Task base หรือ issue base) แต่ HLS-TH มี 41 Items (เน้นประเด็นใน 66 Key message หรือ Task Base หรือ issue base มากกว่า Skill base )
    4. นอกจากปัจจัยด้าน Health Literacy ยังมีปัจจัยทั่วไป (General Data) และ ปัจจัยสุขภาพ (Health Data) ดังรูป
    5. รายละเอียดของ Health Literacy data ทั้ง 87 items เป็นดังนี้
      รหัส Category มี 2 หลัก xy โดย ค่า x : 1=Health Care 2=Disease Prevention 3=Health Promotion 4=Health Product ค่า y : 1= Access or Obtain, 2=Understand 21 = Inquiry ,3=Appraise or process 4=Apply)
    6. รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพ ของประชาชนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไป พ.ศ. 2560 (ระยะที่ 1) วิมล โรมา ,มุกดา สำนวนกลาง, สายชล คล้อยเอียม . รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสารวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไป พ.ศ. 2560 (ระยะที่ 1) .[cited 2020 Sep 04] .Available from : https://www.hsri.or.th/researcher/research/new-release/detail/11454 สรุป ว่า
      1. แบบสารวจฯ ประกอบด้วยข้อคำถามจานวน 87 ข้อ ผ่านการทดสอบคุณภาพ กับกลุ่มประชากรตัวอย่างจานวน 722 คน ใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครสวรรค์ นครราชสีมา กรุงเทพฯ ชลบุรี และนครศรีธรรมราช
      2. ผลการทดสอบคุณภาพพบว่า แบบสารวจฯ มีความเที่ยงตรงภายในอยู่ในระดับดีในทุกองค์ประกอบ (ค่าสัมประสิทธิ์ครอนบาคมากกว่า .70)
      3. วิเคราะห์ Confirmatory Factor Analysis (CFA) พบ 11 หัวข้อ ดังนี้
      4. มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติกับผลลัพธ์สุขภาพ อันได้แก่ การมีโรคเรื้อรัง และภาวะอ้วนลงพุง กล่าวคือ การมีโรคเรื้อรังหรือภาวะอ้วนลงพุงมักพบในกลุ่มคนที่มีความรอบรู้ ด้านสุขภาพน้อยกว่า
      5. ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในแต่ละมิติ เป็นดังนี้
      6. ระดับคะแนนของความรอบรู้ด้านสุขภาพ จำนวน 87 ข้อ คะแนนเต็ม 348 คะแนน Cut off Point ที่ 75% เท่ากับ 348*0.75 = 261 คะแนน
      7. ดังนั้น แบบสารวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไปนี้ สามารถเป็นเครื่องมือสะท้อนสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไป ในระดับเขตสุขภาพและประเทศได้
    7. รายละเอียดผลการสำรวจ Health Literacy ในประเทศไทยในปี 2560 เป็นดังนี้