ข่าวการเสียชีวิตของนักกีฬาสมัครเล่น เพิ่มขึ้นทุกวัน แล้วควรจะระวังตัวอย่างไรดี ?
- สำหรับคนที่อายุเกิน 45 เวลาออกกำลังกายอย่างหนัก (เช่น วิ่งระยะไกล เล่นเทนนิส เล่นแบดมินตัน เล่นฟุตบอล โดยเฉพาะเวลาเร่งความเร็วหรือความแรงในช่วงสั้นๆ) ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากหัวใจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าคนหนุ่มสาว
- แต่ผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจล้มเหลวในขณะออกกำลังกายอย่างหนักยังน้อยกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ออกกำลังกายมาก จึงไม่เป็นข้อห้ามที่จะเริ่มออกกำลังกายไม่ว่าหนักหรือเบา
- สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือประเมินตนเองก่อนเลยว่าได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าไม่สามารถทำได้อยู่ดี ๆจะไปออกกำลังอย่างหนักเช่นวิ่งระยะไกลโอกาสเสียชีวิตก็จะมาก “กรุณาอย่าทำ”
- คำว่า สม่ำเสมอ" คือ ช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีเป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์ หรือไม่?
- ถ้าเป็นประเภท ไม่สม่ำเสมอ" การออกกำลังกายแบบเบาหรือปานกลางจะปลอดภัยกว่า ถ้าทำได้จนเป็นประจำสม่ำเสมอแล้วจึงค่อยไปเพิ่มระยะทางทีละน้อยเพื่อไปวิ่งไกลๆกับเขา
- อีกวิธีที่จะประเมินคือการทำแบบสอบถาม PAR-Q+plus (ไม่ใช่ PAR-Q ธรรมดาซึ่งตอนนี้ถือว่าไม่ละเอียดพอ) หาโหลดเอาได้ในเว็ปหรือจะเข้าไปที่ Web site www.eparmedx.com เพื่อทำแบบสอบถามออนไลน์จะมีคำแนะนำการออกกำลังกายให้เสร็จหลังตอบคำถาม สำหรับคนทั่วไปอาจยากหน่อย แนะนำให้แพทย์หรือพยาบาลช่วย ซึ่งแบ่งได้เป็น
- PAR-Q + แบบ manual ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย
- PAR -Q Plus แบบ ประเมิน Online ** Link ไปที่ Web site ****
- กรณีที่มีโรคเรื้อรัง ให้ไปทำต่อ ด้วย electrolic Physical Activity Readiness Medical Examination (EPAMED-X) ** Link ไปที่ Web site ****
- ถ้าออกกำลังกายประจำ และไม่มีประวัติหรืออาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด(รวมทั้งหลอดเลือดในสมอง),เมตาบอลิค(เบาหวาน)หรือโรคไต สามารถออกกำลังกายได้ตามความสามารถท่ีเคยทำต่อไปโดยไม่ต้องกังวลต้องไปตรวจร่างกายหรือพบแพทย์ แต่ต้องรู้จักและคอยสังเกตอาการผิดปกติ
- ถึงแม้จะออกกำลังกายประจำแต่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด,เมตาบอลิคหรือโรคไตแต่ยังไม่มีอาการผิดปกติอะไร ถ้าออกกำลังกายปานกลางทำได้สบาย แต่ถ้าจะออกกำลังกายหนักเช่นวิ่งมาราธอนควรตรวจร่างกายหรือปรึกษาแพทย์
- ออกกำลังกายประจำแต่มีอาการหรืออาการแสดงใดๆในข้อ 15 ควรหยุดออกกำลังกายทันทีและไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาให้ปลอดภัยก่อนออกกำลังกายต่อไป
- คำว่า หนัก ; สำหรับการออกกำลังกาย คือเมื่อ
- อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นไปสูงระหว่าง 77-95 % ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด(220-อายุ)
- อัตราการเต้นของหัวใจ มากกว่าหรือเท่ากับ 60%ของ Heart rate reserve
- VO2max มากกว่าหรือเท่ากับ 6 Mets หรือมากกว่า 14 ใน RPE Borg's Scale (6-20)
** โปรดระลึกไว้เสมอว่าถ้าฟิตไม่พอจะออกกำลังยังไงก็ได้ขออย่าปล่อยให้อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งขึ้นไปสูงถึงจุดนี้ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงตาย **
- ไม่มีข้อแนะนำตายตัวสำหรับแพทย์ว่าจะใช้การตรวจร่างกายหรือการใช้เครื่องมือใด ๆไม่ว่าจะเป็น EKG,EST,ECHO etc. เพราะทุกอันต่างมีข้อจำกัดในการพยากรณ์การเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในขณะออกกำลังกาย ทั้งนี้ให้ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์ตามความเหมาะสม (ฟังดูยาก แต่ ACSM ว่าไว้เช่นนั้น)
- สาเหตุหนึ่งของการผิดปกติที่เชื่อว่าเกิดขึ้นจนทำให้เสียชีวิต คือ เมื่อหัวใจเต้นแรงและเร็วมากขณะออกกำลังกายอย่างหนัก เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจที่เดิมยังทำงานได้ปกติมีรูพอให้เลือดผ่าน เกิดการผิดรูปร่างมีการบิดงอหรือหักมุมจนทำให้ผนังด้านในของเส้นเลือดที่หนาตัวขึ้นอยู่แล้วจากสาเหตุใดก็ตาม เกิดแตกและเกิดก้อนเลือดแข็งตัวเป็นชิ้นเล็กๆไปอุดกั้นภายในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจจนกล้ามเนื้อหัวใจตาย นั่นคือเหตุผลที่บางครั้งการทำ Exercise Stress Test ตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกายอาจไม่พบความผิดปกติที่มีอยู่ หากขณะทำการทดสอบช่วงนั้นไม่มีการหลุดของ plaqueในเส้นเลือดเกิดขึ้น
- สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ "การรู้จักอาการที่ต้องระวังในขณะออกกำลังกาย" คอยสังเกตุตัวเองหรือเพื่อนฝูงครอบครัว ดูรายละเอียดในภาพที่ให้มานะครับ
- อาการสำคัญ มี 9 อาการ แต่ต้องเข้าใจเพราะอาจคลาดเคลื่อน คิดว่าปกติแต่ผิดปกติ หรือในทางตรงกันข้ามคิดว่าอาการผิดปกติแต่จริงๆปกติ อย่าอ่านแต่ชื่ออาการให้อ่านรายละเอียดคำอธิบายด้วย
- อาการสำคัญในข้อ ได้แก่
- ปวดแน่นแบบบีบรัดที่หน้าอก,คอ,กรามแขนหรือที่อื่นๆที่เกี่ยวกับหัวใจขาดเลือด
- หายใจตื้นๆไม่อิ่มเวลาอยู่เฉยๆหรือออกกำลังแม้เพียงเล็กน้อย
- เป็นลมหรือมึนงงระหว่างออกกำลัง
- หายใจลำบากโดยเฉพาะเวลานอนราบ
- ข้อเท้าบวม
- ใจสั่นหัวใจเต้นเร็ว
- ปวดขาปวดน่องเวลาเดินหรือขึ้นกระได
- ตรวจพบมีเสี้ยงร่้วในลิ้นหัวใจ
- เมื่อยล้าผิดปกติหรือหายใจไม่พอแม้ขณะทำงานปกติ
- ทั้งหมดใช้คำแนะนำของ American College of Sports Medicine "Guidelines for exercise testing and prescription 10th edition." เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่เห็น Guideline ของที่อื่น หมอหัวใจมีคำแนะนำหรือไม่ไม่ทราบครับ
##ผิดถูกยังไงกรุณาให้คำแนะนำด้วย##
