สมัครสมาชิก
(current)
อบรม ON-SITE
(current)
ประเมินผล
จำนวนคนลงทะเบียนเรียน
พิมพ์และตรวจสอบใบประกาศ
Link
Health Literacy
Child Develoment
Screening App
BSE Screening
e Learning
Login
หลักสูตร
Modules
(click ที่รูปเพื่อดู Topics ใน Module)
ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
เนื้อหา Module นี้เพื่อปูความรู้พื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ที่จะนำไปใช้ต่อยอดในเรื่องต่างๆ ได้แก่ การคัดกรองมะเร็งเต้านม การสร้างความตระหนัก หรือการให้คำปรึกษาในช่วงต่างๆ
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล
Download เอกสาร
การคัดกรองมะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
ความหมายและความแตกต่างระหว่าง BSE ,CBE เรียนแบบ e Learning
หลักการแนวคิดของ Targeted Ulstrasound (e Learning)
การฝึกปฏิบัติ BSE และ CBE ทั้งกับ Model เต้านมและอาสาสมัคร (เฉพาะการอบรมแบบ on site)
สาธิตการทำ Targeted Breast Ultrasound และการแปรผล (เฉพาะการอบรมแบบ on site)
ผู้พัฒนา :คณาจารย์จากศูนย์ถันยรักษ์และกรมอนามัย
Download เอกสาร
Breast Cancer Counseling
Counseling concept and Priciple
กระบวนการและขั้นตอนในการคัดกรองมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination หรือ BSE) ถ้าพบมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยตรวจ ก็ไปสถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อทำการตรวจยืนยัน ด้วยClinical Breast Examination (CBE) ถ้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการตรวจแล้วพบความผิดปกติ ก็จะทำการส่งต่อเพื่อไปสถานบริการที่มีศักยภาพสูงกว่า ซึ่งส่วนใหญ่จะนัดทำแมมโมแกรม ร่วมกับการทำอัลตราซาวด์ ถ้าผลแมมโมแกรมให้ผลบวก (BIRAD>=4) ก็จะทำการตรวจเซลล์หรือตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน กระบวนการทั้งหมด ผู้ให้คำปรึกษาต้องเข้าใจทั้งกระบวนการและขั้นตอน และต้องทราบปฏิกริยาของผู้รับคำปรึกษา เมื่อทราบผลการคัดกรองระดับต่างๆ ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายที่จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษา ต้องทราบกลไกต่างๆของการรับทราบข่าวร้าย และจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาสามารถเข้าใจตนเอง แก้ปัญหา ปรับตัว และเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์
ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองก็มีความสำคัญ ที่ผู้ให้คำปรึกษาควรทราบ เพื่อประกอบคำอธิบาย ไม่ให้ผู้รับคำปรึกษา ตื่นตระหนกเกินเหตุ เช่น
มะเร็งเต้านมมาด้วยเรื่องก้อน แต่ก้อนที่เต้านมส่วนใหญ่คือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ไม่ใช้มะเร็งเต้านม
การทำแมมโมแกรมเพื่อการวินิจฉัย 100 ราย มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเพียง 11 ราย
การตรวจแมมโมแกรมแล้วให้ผลบวก มีโอกาสเกิดผลบวกปลอม ในกลุ่มที่ทำแมมโมแกรมแล้วให้ผลยวก เป็นมะเร็งเต้านมจริงในทุกกลุ่มอายุ เพียงร้อยละ 43 หรือมากกว่าครึ่ง ไม่ได้เป็นมะเร็งเต้านม
อายุมีผลต่อผลบวกปลอม ยิ่งอายุน้อยผลบวกปลอมยิ่งสูง เช่น คนอายุน้อยกว่า 40 ปี ทำแมมโมแกรมให้ผลบวก เป็นมะเร็งเต้านมจริงเพียงร้อยละ 18 แค่ถ้าอายุ >=70 ปี เป็นมะเร็งเต้านมจริงถึงร้อยละ 83
Workshop เป็นภาคปฏิบัติ (Part นี้จะไม่มีบททดสอบ)
Workshop : Counseling เพื่อสร้างความตระหนักต่อการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE)
Workshop : Counseling เมื่อตรวจเต้านมยืนยืนจากบุคลากรสาธารณสุข (CBE) แล้วผิดปกติ
Workshop : Counseling เมื่อตรวจด้วยแมมโมแกรมแล้วพบผิดปกติ)
ผู้พัฒนา :อาจารย์รัชนีครองระวะ
Download เอกสาร
ระบาดวิทยา 1 (Introduction)
ปูพื้นฐานเกี่ยวกับระบาดวิทยา ทั้งในส่วนของ Distribution & Determinant เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการควบคุมโรค
Descriptive Epidemiologu สำหรับการอธิบายการกระจายของโรค (Distribution>
Epidemiological Study ประเภทต่าง เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ เพื่อหาสาเหตุหรือปัจจัยต่อโรค (Determinant)
Screening Test ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้บ่อยในทางระบาดวิทยา
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล
Download เอกสาร
Breast Cancer Care Manager
เนื้อหา
มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง และพบมากเป็นอันดับ 3 ของทั้ง 2 เพศ
วิธีการคัดกรองมะเร็งเต้านมของแต่ละประเทศแตกต่างกันไปขึ้นกับความพร้อมของทรัพยากร และเศรษฐานะของแต่ละประเทศ ประเทศที่ร่ำรวยใช้แมมโมแกรมเป็นเครื่องมื่อในการคัดกรอง ส่วนประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ใช้การคัดกรองตามลำดับคือ ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) ถ้าพบสิ่งผิดปกติก็ไปรับการตรวจยืนยันโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (CBE) ถ้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจพบความผิดปกติ ก็จะส่งต่อ รพ.ที่มีศักยภาพสูงกว่า ซึ่งแพทย์จะทำการส่งตรวจแมมโมแกรม+อัลตราซาวด์ ต่อไป
กลยุทธ์ในการส่งเสริมควบคุมมะเร็งเต้านมของประเทศไทย ประกอบด้วย
การสร้างความตระหนักในเรื่องสุขภาพเต้านม และให้ความรู้สาธารณะเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
การบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกัยรณรงค์ในการควบคุมมะเร็งเต้านม
ใช้การสาธารณสุขมูลฐาน โดยอบรม อสม.ให้สามารถสอนและฝึกทักษะสตรี 30-70 ปีในเรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ใช้สถานบริการปฐมภูมิ (รพ.สต และบริการปฐมภูมิของ รพศ/รพท./รพช) ในการเชื่อมต่อระหว่าง บริการในชุมชน และสถานบริการทุติยภูมิหรือตติยภูมิ
พัฒนาความเข้มแข็งของระบบส่งต่อที่รวดเร็วและมีคุณภาพ
ใช้วิธีการคัดกรองทีเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร เพื่อการติดตาม กำกับ และการเรียนรู้เพื่อการปรับปรุงหรือสร้างนวัตกรรม
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของมะเร็งเต้านมคือ เพศหญิง และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ การป้องกันแบบปฐมภูมิ โดยหลีกเลี่ยงการสมผัสปัจจัยเสี่ยง (primary Prevention) จึงกระทำได้ยาก และไม่คุ้มค่าทางเศรษสาสตร์สาธารณสุข ทั่วโลกจึงใช้การป้องกันแบบทุติยภูมิ (Secondary Prevention) คือ วินิจฉัยให้ได้ในระยะแล้ว เพื่อรีบรักษา เพราะการรักษาระยะแรก อัตราการตาย ผลแทรกซ้อน และต้นทุนต่่ำกว่า
นอกจากสมรรถนะในการด้านการดูแลสตรีกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา หรือ Paliative care (ในบางราย) แล้ว สมรรถนะในด้านการบริหารจัดการทั้งเรื่องบริการในระดับปฐมภูมิ การส่งต่อ การฝึกอบรมเพื่อเสริมพลัง ทั้งบุคลากรสาธารณสุข อสม. เพื่อให้ไปเสริมพลังสตรีกลุ่มเป้าหมายอีกทอดหนึ่ง และการบริหารระบบข้อมูล ในระดับตำบล หรือ อำเภอ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตร Breast Cancer Care Manager เพื่อเป็นกำลังหลักในการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล
Download เอกสาร
การรักษามะเร็งเต้านม
การรักษามะเร็งเต้านม ประกอบด้วย การผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ฮอร์โมนบำบัด และการรักษาแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ถ้าเป็นมะเร็งระยะที่ 1 ผลการรักษาดีมาก อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี มากกว่าร้อยละ 95 และสามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านม โดยผ่าเอาเฉพาะก้อนมะเร็งเต้านมออกเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกทั้งข้าง แล้วตามด้วยการฉายแสง
การพัฒนายาและเทคโนโลยีด้านรังสีรักษา ทำให้ผลแทรกซ้อนจากเคมีบำบัด และรังสีรักษา ลดลงจากเดิมมาก
ผู้พัฒนา :คณาจารย์จากศูนย์ถันยรักษ์และกรมอนามัย
Download เอกสาร