Health Literacy Media Display
บทบาทและสมรรถนะของ Breast Cancer Case Manager
ดร.ศิริกุล การุณเจริญพาณิชย์ (0000-00-00)

  1. ความสำคัญของมะเร็งเต้านม
  2. ยุทธศาสตร์การดูแลตาม Service Plan
  3. ความสำคัญของ Breast cancer case manager
  4. บทบาทของ Breast Cancer Case Manager
  5. การจัดการของ Breast Cancer Case Manager
  6. บทบาท Breast Cancer Case Manager
  7. สมรรถนะของ Breast cancer case manager
  8. สมรรถนะของ Breast cancer case manager ที่โครงการคาดหวัง
  9. ผลจากการนำ รูปแบบ case management ไปใช้
  10. การประชุมกลุ่ม
  11. เอกสารอ้างอิง
    1. Power Point : บาทและสมรรถนะของ Breast Cancer Case Manager
    2. Power Point : บาทและสมรรถนะของ Breast Cancer Case Manager (pdf)

ความสำคัญของมะเร็งเต้านม


ยุทธศาสตร์การดูแลตาม Service Plan

  1. Primary prevention
  2. Screening and early detection
  3. Diagnosis
  4. Treatment
  5. Palliative care
  6. Cancer informatics
  7. Cancer research

ความสำคัญของ Breast cancer case manager

  1. เพื่อให้เกิดการดูแลและติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
  2. เพื่อลดการหยุดการรักษากลางคัน (Drop out)
  3. เพื่อให้การรักษาและดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการประสานระบบการดูแลต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยรายนั้นๆ
  4. เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน
  5. เพื่อลดภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อนหรือพิการของผู้ป่วย

การจัดการของ Breast cancer case manager


บทบาทของ Breast cancer case manager

  1. จัดการเพื่อทำหน้าที่ผู้ประสานงานหลักในเรื่องมะเร็งเต้านมในระดับอำเภอ ( Collaboration Effort ) โดย ประสานกับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และ สสอ. (รณรงค์ในเรื่องการต้านภัยมะเร็งเต้านม ใช้การประสานทั้งเรื่องประมาณและทรัพยากร) และบูรณาการการดำเนินการกับ รพ.สต.ในพื้นที่อำเภอที่รับผิดชอบ
  2. การสร้าง Awareness และฝึกอบรม เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ในเรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเอง การบันทึกการตรวจเต้านมด้วยตนเองผ่าน App สำหรับหญิงอายุ 20-30 ปีขึ้นไป เพื่อให้การคัดกรองและค้นหาความผิดปกติที่เต้านม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. บูรณาการกับแพทย์ในโรงพยาบาล แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในการส่งต่อ (optimize referral System
  4. บริหารจัดการด้านข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมโดย
    1. การขึ้นทะเบียนสตรีกลุ่มเป้าหมาย
    2. การติดตามเรื่องการเตรวจเต้านมด้วยตนเอง
    3. การติดตามผู้ที่พบความผิดปกติที่เต้านมตลอด Track ตั้งแต่ BSE -->CBE-->refer -->Mammogram +/- Ultrasound-->Tissue Diagnosis
    4. การติดตามผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านม ผลการรักษา และสถานะของผู้ป่วย
    5. การตรวจสอบความสม่ำเสมอของการบันทึกข้อมูล ความถูกต้องของข้อมูลสารสนเทศ
    6. การ วัด วิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ และจัดการความรู้ เพื่อการปรับปรุงกระบวนการ หรือสร้างนวัตกรรม

สมรรถนะของ Breast cancer case manager

  1. สมรรถนะของ case manager ผู้ที่อยู่ในรพ.หรือสถานบริการ
    1. สมรรถนะด้านการจัดการ
    2. สมรรถนะทางคลินิก
    3. สมรรถนะในการพิทักษ์สิทธิ
    4. สมรรถนะการจัดการเชิงผลลัพธ์
    5. สมรรถนะในการตัดสินเชิงจริยธรรม
      (พว.สุภาพ สะมะบุบ รพ.หาดใหญ่, 2558)
  2. Specialist Breast Nurse Competency Standards
    1. Supportive care
    2. Collaborative care
    3. Coordinated care
    4. Information provision and education
    5. Clinical leadership.
      (The National Breast Cancer Centre Australia, 2005)

สมรรถนะของ Breast cancer case manager ที่โครงการคาดหวัง

  1. ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่จำเป็นสำหรับพยาบาล เน้นหนักในส่วนที่จะนำไปปฏิบัติจริง
    1. Risk factor ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ และ Prevention ระดับต่างๆ (Primary ,Secondary ,Tertiary)
    2. อาการและอาการแสดงของมะเร็งเต้านม
    3. ระยะของมะเร็งเต้านม (staging)
    4. การรักษามะเร็งเต้านม
    5. กลยุทธ์การจัดการมะเร็งเต้านมในประเทศไทย โดยเฉพาะ Secondary Prevention (Early Diagnosis and prompt Treatment) เพื่อเพิ่มสัดส่วนมะเร็งเต้านม ระยะที่ 1 ที่ประสิทธิผลการรักษาดี อัตราการรอดชีวิตสูง คุณภาพชีวิตดี ต้นทุนการรักษาต่ำ
    6. เข้าใจ Terminology ที่ใช่บ่อยทางคลินิก เพื่อให้สามารถเข้าใจและสื่อสารกับทีมที่ให้การรักษาและผู้ป่วยได้แก่ Breast Cancer Type (Carcinoma insitu ,invasive ductal carcinoma ,Invasive lobular carcinoma, TNM Staging ,Breast Cancer Treament (Surgery ,Chemotherapy ,Radiotherapy , Targeted Therapy) ,Adjuvant Therapy ,Neoadjuvant therapy
  2. ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยวิธีการต่างๆ (Breast Cancer Screening) โดย
    1. สามารถที่จะทำและสอน BSE ได้ และ CBE อย่างมั่นใจ
    2. มีความรู้พื้นฐาน หลักการ และข้อบ่งชี้ในการส่ง Targeted Ultrasound และ Mammogram เพื่อประกอบความเข้าใจและการสื่อสารกับทีมที่ให้การรักษาหรือกับผู้รับบริการ
  3. ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการ Counselling (เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพยาบาล)
    1. Counselling ให้แก่ผู้รับบริการ เพื่อสร้าง Awareness และจัดการปัญหากรณีที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองแล้วพบหรือสงสัยผิดปกติ
    2. Counselling ให้แก่ผู้รับบริการ เมื่อพยาบาลทำ CBE แล้วพบความผิดปกติ จำเป็นต้องส่งต่อ
    3. Counselling ให้แก่ผู้รับบริการ ที่แพทย์จะส่ง investigate ด้วย Mammogram
  4. ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ
    1. การบริหารจัดการทั่วไป ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์กรและการประสานภาคี การพัฒนาบุคลากร การกำกับติดตาม และการประเมินผล
    2. การบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ ได้แก่
      1. ระบาดวิทยาเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม Descriptive Epidemiology ได้แก่ อัตราการป่วย ได้แก่ อุบัติการณ์ ความชุก อัตราการตาย อัตราป่วยตาย การกระจายของมะเร็งเต้านมตาม อายุ พื้นที่ ขนาดของก้อนมะเร็ง (Cancer size) ระยะของมะเร็งเต้านม (Staging)
      2. Analytic Epidemiology ได้แก่ Epidemiology study type (Cross Sectional ,Cohort ,Case control)
      3. ระบบข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการมะเร็งเต้านมได้แก่ การจัดการข้อมูลสตรีที่ขึ้นทะเบียน (Register) การจัดการข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง การบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

    ผลจากการนำ รูปแบบ case management ไปใช้

    1. Evidence based: Case management: the patient with breast cancer ได้ผลดีในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยสามารถ เพิ่ม QOL, มีการดูแลที่มี cost effectiveness ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ซับซ้อน มีโอกาสการเข้าถึงบริการได้น้อย
    2. ถึงแม้ว่าในอเมริกา จะมีผลที่ยังไม่ชัดเจน แต่ผลการวิจัยในกลุ่มของชนชาติอื่นๆ เช่น ในทวีปเอเชีย พบว่า มีอัตราการคัดกรองโดยใช้ mamogram เพิ่มขึ้นมากกว่า กลุ่มควบคุม
      ( Mennell and Schub, 2019)
    3. ผลของการจัดการผู้ป่วยรายกรณีในผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเองของผู้ป่วยฯ และจำนวนวันนอนโรงพยาบาล หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง รพ.แพร่ ผลการวิจัย การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมดีขึ้น จำนวนวันนอนโรงพยาบาล (LOS) ลดลง
      (สุภารัตน์ หมื่นโฮ้ง และสุวิณี วิวัฒน์วานิช, 2556)

    Case Study ประชุมกลุ่ม

    แบ่งกลุ่มละ 5 คน ร่วมกันอภิปรายในกลุ่ม
    1. เล่าประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
    2. ประสบการณ์ในการทำบทบาท case manager
    3. ประเมินตนเองเกี่ยวกับ gap เกี่ยวกับสมรรถนะของ case manager ที่คาดหวังและมีอยู่