Health Literacy Media Display
ถอดบทเรียนการขับเคลื่อน Health Literacy ในประเทศ Australia
นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล แปล (2020-09-16)

Contents: HL in Australia Anita Trezona, Emma Fitzsimon and Sarity Dodson. Health literacy policy in Australia: Past, present and future directions. International Handbook of Health Literacy Research, practice and policy across the lifespan. Bristol : Policy Press ; 2019:471-488 Health literacy policies: Australia แปลไทย Power Point ถอดบทเรียน การขับเคลื่อน Health Literacy ในประเทศ Australia

  1. Key Actors in Australina Health System
  2. The Australian healthcare system
  3. Emergence and evolution of health literacy policy in Australia
  4. Australian health literacy policy development between 2014 and 2018
  5. National statement on health literacy (2014)
  6. Future directions for health literacy policy in Australia
  7. Conclusion:

Key Actors in Australina Health System

  1. The federal government รับผิดชอบในเรื่อง
    1. three core elements of Australia’s universal public health system.
      1. national public health insurance scheme (Medicare), ซึ่งเป็นการจัดบริการฟรีทั้งในด้านการวินิจฉัยและการรักษา.
      2. Pharmaceutical Benefits Scheme (PBS), ซึ่ง subsidised ยาและเวชภัณฑ์ที่แพทย์สั่งจ่าย (AIHW, 2016),
      3. private health insurance โดยครอบคลุมบริการของโรงพยาบาลเอกชน และบริการภายนอกโรงพยาบาลที่ Medicare ไม่ครอบคลุม
    2. The federal government รับผิดชอบในการพัฒนนโยบาย และกำหนดวาระแห่งชาติที่เกี่ยวกับผลลัพธ์ทางสุขภาพของประชาชน ร่วมถึงเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค การคุ้มครองสุขภาพ บริการปฐมภูมิและสุขภาพจิต
  2. State and territory governments รับผิดชอบในการกำหนด agenda และพัฒนาแผนงาน/โครงการและแนวทางการใช้งบประมาณเพื่อการบริการ รวมถึงเป้าหมายในการให้บริการ ในพื้นที่รับผิดชอบ
  3. National advisory and regulatory bodies มีบทบาทในการกำหนดกรอบทิศทางและลำดับความสำคัญเกี่ยวกับระบบการให้บริการของประเทศ และติดตามผลการดำเนินการของระบบบริการสุขภาพ ตัวอย่างเช่น the Australian Commission on Safety and Quality in Health Care (ACSQHC) รับผิดชอบในการพัฒนาและธำรงรักษามาตรฐานที่เกี่ยวกับคุณภาพบริการและความปลอดภัย ขณะที่ National Health Performance Authority (NHPA), and Australian Institute of Health and Welfare (AIHW) มีบทบาทในการรายงานประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพ

The Australian healthcare system

  1. Federal and state and territory governments ร่วมกันออกแบบและบริหารจัดการระบบสาธารณสุข Federal government จัดสรรงบประมาณ เช่น งบประมาณเพื่อดำเนินการเรื่อง HL ให้แก่โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ แต่ state and territory governments รับผิดชอบในการบริหารจัดการโรงพยาบาลของรัฐ บริการการแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ
  2. บริการในโรงพยาบาลของรัฐเป็นการบริการรักษาฟรีสำหรับผู้ป่วยสาธารณะ แต่การให้บริการมักต้องรอคิวนานมากกว่าในรายที่สามารถจ่ายค่ารักษาเอง และการประกันสุขภาพของเอกชนเป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับประชาขน และไม่ต้องรอคิวนาน
  3. Primary care services ให้บริการโดย General Practice (GP) clinics. ซึ่งการมีพร้อมของแพทย์ GP และบริการเสริมอื่นๆใน primary healthcare services ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในเขตเมืองหรือในเขตชนบท หรือพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าถึงบริการ
  4. Community health facilities จะเป็นบริการพื้นฐานที่ต้นทุนต่ำ เช่น บริการอนามัยแม่และเด็ก การคัดกรองมะเร็ง การให้ภูมิคุ้มกัน สุขภาพจิต หรือบริการที่เน้นที่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะเช่น women’s health and Aboriginal health services.

Emergence and evolution of health literacy policy in Australia

  1. Health literacy ถูกกำหนดเป็น นโยบายด้านสาธารณสุขในปี 2009 เป็นช่วงที่มีการสำรวจ HL ของประชากร Australia โดยพบว่า 60% ของผู้ใหญ่ใน Australia ขาด functional health literacy ที่เพียงพอ (ABS, 2009).
  2. นโยบายแรกที่เกี่ยวข้องกับ HL คือ Fourth national mental health plan (Department of Health and Ageing, 2009), โดยใช้ health promotion approach ในการยกระดับ mental health literacy ผ่าน health promotion programmes ใน setting ของ โรงเรียน สถานประกอบการ และในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถที่จะทราบเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพ และสามารถที่จะค้นหาข้อมูลและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตได้ เป็นนโยบายระดับชาติโดยใช้ Health Promotion approach โดยเน้นความสำคัญในเรื่อง การเตรียมพร้อมเรื่องข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การให้สุขศึกษาและการสื่อสารเพื่อเพิ่มความรู้ ทักษะ และความสามารถส่วนบุคคล National and state government policies ระหว่างปี 2009- 2013 เน้นการสร้างความตระหนักและแนวคิดให้กับผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงความความสัมพันธ์ระหว่าง HL ที่จำกัด กับ ผลลัพธ์ทางสุขภาพ

Australian health literacy policy development between 2014 and 2018

  1. ACSQHC’s ได้กำหนด National statement on health literacy (2014) ส่งผลให้นโยบายที่เกี่ยวกับ HL ได้ถูกนำสู่การปฏิบัติทั่วทั้งประเทศ บทบาทของ ACSQHC’s เพื่อสร้างหลักประกันในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในสถานบริการสุขภาพ (โรงพยาบาล สถานบริการสุขภาพ และบริการปฐมภูมิ). โดยกำหนด National statement on health literacy เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ HL ให้กับทุกภาคส่วน และส่งเสริมการประสานความร่วมมือเชิงระบบในการดำเนินการในระดับประเทศ (see Box 31.1) และ statement ดังกล่าวได้ถูกรับรองโดย federal , state and territory health ministers ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติอย่างชัดเจนในเรื่อง HL และ HL ได้ถูกผนวกเข้าไปในมาตรฐานระดับชาติ โดยรวมเข้าไปอยู่ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในสถานบริการสุขภาพ ซึ่งผูกพันสถานบริการสุขภาพทุกแห่งทั่วประเทศที่ต้องนำ HL นำสู่การปฏิบัติ ซึ่งนอกจาก HL จะเป็นเพียงประเด็นเชิงนโยบายทางด้านคุณภาพและความปลอดภัยแล้วยังถูกยกระดับเป็นเรื่องของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพ (health service reform) โดยได้อิทธิพลและแนวคิดจาก US Institute of Medicine’s (IOM) 10 attributes of ‘health-literate organisations’ (Brach et al, 2012).
  2. นโยบายปัจจุบัน ไม่ได้เน้น HL เข้าไปในทุกช่วงอายุ เข้าไปใน health promoting settings หลัก เช่น โรงเรียน สถานประกอบการ และชุมชน และนโยบายปัจจบันก็ไม่ได้กล่าวถึง HL ในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่มีความแตกต่างของวัฒนธรรม ภาษา เพศ หรือกลุ่มที่มี disability ต่างๆ

National statement on health literacy (2014)

  1. Background : The National statement on health literacy ถูกพัฒนาโดย ACSQHC in 2014. โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการวิจัยและการปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถที่จะยกระดับ HL ให้กับประชาชนทั้งประเทศ Purpose
  2. The statement aims to:
    1. เพิ่มความตระหนักในเรื่อง Health Literacy
    2. เน้นหนักความสำคัญของ Health Literacy เพื่อรับประกันในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของการบริการ และลดความเหลื่อมล้ำทางด้านสุขภาพ
    3. ส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคในการให้ความสำคัญของ health liteacy ส่วนอย่างเป็นระบบ
    4. เสนอแนะ actions ที่จะนำไปใช้เพื่อยกระดับ Health Literacy ในองค์กรต่างๆ (across health sector organisations)
  3. Target audiences/stakeholders
    1. บุคคลและองค์กรที่ทำงานใน health sector
    2. บุคคลและองค์กรที่ทำงานใน education, welfare and social services sectors
  4. Proposed action areas/strategies National Statement กำหนดขอบเขตใน 3 action areas เพื่อบรรลุการเปลี่ยนแปลงของระบบอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อน HL ในออสเตรเลีย:
    1. ฝัง health literacy เข้าไปในระบบ การสร้างความมั่นใจได้ว่ากลยุทธ์เรื่อง HL ได้ถูกบูรณาการและมีความยั่งยืน จำเป็นต้องฝังเข้าไปในระดับนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ และแนวปฏิบัติขององค์กร รวมถึงเรื่อง กฎหมายหรือกฎระเบียบของทางราชการ นโยบาย แผนงาน มาตรฐาน และกลไกทางด้านการเงิน
    2. มั่นใจในระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ระบบการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ และการสื่อสารระหว่างผู้รับและผู้ให้บริการที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ และมั่นใจว่าการสื่อสารนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการอย่างเฉพาะเจาจง
    3. บูรณาการเรื่อง health literacy เข้าไปการศึกษา ทั้งแบบเป็นทางการและการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้รับบริการ และประชาชน และบูรณการเรื่อง population health programme, health promotion, education and social marketing campaigns เข้าด้วยกัน
      Source: ACSQHC (2014)

    Future directions for health literacy policy in Australia

    1. ค้นหาแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสขภาพ และพัฒนาความสามารถขององค์กรที่ให้บริการสุขภาพและบริการทางสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการในเรื่อง HL ของประชาชนหรือผู้บริโภค
    2. ค้นหาแนวทางในการเพิ่มความสามารถส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมชน ในทุก setting ของการดำรงชีวิตประจำวัน ที่สัมพันธ์กับการตัดสินใจที่เกี่ยวกับสุขภาพ โดย 5 key areas สำหรับการสร้างความเข้มแข็งได้แก่
      1. Leadership and governance
      2. M&E
      3. Strengthening the health service and system capability to respond to health literacy needs
      4. Improving workforce capability
      5. Building the health literacy capability of individuals, families and communities

      Conclusion :

      1. HL ถูกกำหนดเป็นนโยบายครั้งแรกในปี 2009 โดยกำหนดว่า HL เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง บุคคล กับ สถานบริการสุขภาพ
      2. เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายของ HL ขึ้นใน Australia จาก health promotion Approach ธรรมดา เป็น health system reform approaches ซึ่งต้องเสริมสมดุลระหว่าง 2 Approaches ในระดับนโยบาย และความพยายามในดำเนินการในเรื่อง การกำกับติดตาม/ประเมินผล ในเรื่อง HL ในระดับชาติ พัฒนาสมรรถนะของบุคลกรสาธารณสุขและสมรรถนะของระบบสุขภาพ implement HL programmes อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในเรื่องสุขภาพและการเพิ่มความสามารถในเรื่องHL ให้กับบุคคล ครอบครัวและชุมชน