Modules (click ที่รูปเพื่อดู Topics ใน Module)

  1. ภาพรวมทั่วโลกมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดของทั้ง 2 เพศ โดยแซงหน้ามะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนในประเทศไทย ยังเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด (ข้อมูลจาก Global Cancer 2020) โดยพบว่าเมื่อประเทศพีฒนามากขึ้น มีรายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มสูงขึ้น อัตราการเกิดมะเร็งเต้านมจะสูงขึ้นตาม เชื่อว่า เมื่อเหตุที่รายได้ต่อหัวเพิ่มสูงขึ้นอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีปัจจัยของวิถีชีวิตคนเมือง และสิ่งแวดล้อมในเมือง เป็นสาเหตุ เนื่องจากการพัฒนาประเทศส่งผลให้รายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นทุกปี จึงคาดการณ์ได้ว่าอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมมีแต่จะสูงขึ้นๆเมื่อเวลาผ่านไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวประชากร
  2. ปัจจัยเสียงที่สำคัญของมะเร็งเต้านมคือ เพศหญิง และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ กลยุทธ์ในการควบคุมมะเร็งเต้านมที่ทั่วโลกใช้จึงไม่ใช่การลดปัจจัยเสี่ยงเพื่อลดการเกิดมะเร็งเต้านม แต่เป็นการ ค้นหามะเร็งเต้านมให้พบในระยะเริ่มแรก เพื่อรีบนำสู่กระบวนการรักษา เนื่องจากผลการรักษาดี ผลแทรกซ้อนและ ต้นทุนการรักษาต่ำ และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งข้าง เนื่องจากสามารถผ่าตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกเท่านั้น ในกรณีที่พบในระยะเริ่มแรก
  3. อาการและอาการแสดงของมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยที่สุด มาด้วย พบก้อนที่เต้านม โดยส่วนมากเป็นก้อนที่ไม่มีอาการปวด อาการอื่นๆได้แก่ สีที่เต้านมเปลี่ยนไป มีรอยดึงรั้งหรือรอยบุ๋มที่เต้านม เต้านมสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน หัวนมผิดปกติ หรือมีเลือดหรือของเหลวออกมาจากหัวนม เป็นต้น
  4. วิธีการค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ทำเป็นขั้นๆ (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ) ต้นน้ำทำได้โดย หญิงอายุ 20 ปี ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Self Breast Examination หรือ เรียกย่อว่า BSE ) เพื่อให้ทราบว่าเต้านมปกติของตนเป็นอย่างไร ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของเต้านมไปจากเดิม ให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อไปทำการตรวจยืนยัน (Clinical Breast Examination หรือเรียกย่อว่า CBE ) ซึ่งก็คือกลางน้ำ ถ้าตรวจยืนยันแล้วผิดปกติ ก็จะส่งตัวไปเพื่อทำการตรวจด้วยแมมโมแกรมต่อไป ซึ่งคือปลายน้ำ การตรวจเป็นขั้นๆ ดังกล่าว จะทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่เริ่มต้นได้
  5. ปัญหาของมะเร็งเต้านมของประเทศไทยในปัจจุบันคือ พบมะเร็งเต้านมในระยะหลัง ทำให้ผลการรักษาไม่ดี อัตราการตาย และค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การแก้ปัญหาจึงต้องจัดการในเรื่องการค้นหามะเร็งเต้านมให้มีประสิทธิภาพต้นแต่ต้นน้ำ (การตรวจเต้านมด้วยตนเอง หรือ BSE) กลางน้ำ (การตรวจเต้านมโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ CBE) และปลายน้ำ (การทำแมมโมแกรม)
  6. มะเร็งเต้านมในประเทศที่พัฒนาในยุโรป และอเมริกา ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่จะเป็นระยะที่ 1 ซึ่งผลการรักษาดีมาก อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี มากกว่าร้อยละ 95 และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งข้าง สามารถใช้การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast Conservative Therapy หรือเรียกย่อว่า BCT) ได้ ซึ่งการจะพบมะเร็งเต้านมระยะที่ 1 ต้องพบก้อนมะเร็งเต้านมขนาดไม่เกิน 2 ซม. ซึ่งการจะพบก้อนมะเร็งขนาดไม่เกิน 2 ซม.ได้ ทำได้ 2 วิธีคือ
    1. วิธีแรกคือให้สตรีอายุ 40-50 ปี ทำรับการตรวจแมมโมแกรมทุก 1-2 ปี วิธีการนี้ทำได้ในประเทศที่ร่ำรวยและมีทรัพยากรพร้อม เนื่องจากต้องมีรังสีแพทย์ เครื่องแมมโมแกรม รวมถึงงบประมาณที่มากพอ สำหรับประเทศไทยที่มีทรัพยากรจำกัด และสามารถทำแมมโมแกรมได้ปีละประมาณ 2 แสนราย และคิวรอแมมโมแกรมในรายที่มีอาการและอาการแสดงที่สงสัยมะเร็งเต้านมยาว 1-3 เดือน คงอีกนานที่จะใช้วิธีการนี้ได้
    2. วิธีที่สอง คือ การให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องมะเร็งเต้านม ว่าเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุด และสามารถตรวจพบในระยะแรก โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงของเต้านมจากเดิม ก็ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อตรวจยืนยัน ถ้าสตรีไทยอายุ 20 ปี ขึ้นสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอได้ทุกคนแล้ว (ทำต้นน่้าให้มีประสิทธิภาพ) ผลจะไม่ต่างจากวิธีแรก แต่ใช้ทรัพยากรที่น้อยกว่ามาก และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทย
ผู้พัฒนา :คณาจารย์จากศูนย์ถันยรักษ์และกรมอนามัย

  1. วัตถุประสงค์ของการตรวจคัดกรอง เพื่อให้พบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก จะได้นำเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะการรักษามะเร็งเต้านมระยแรก ผลการรักษาดีกว่ารักษาในระยะหลังเป็นอย่างมาก
  2. การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งเต้านมของประเทศไทย จะใช้ดำเนินการเป็นขั้น ๆ คือ ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน (ต้นน้ำ) ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อตรวจยืนยัน (กลางน้ำ) ถ้าตรวจยืนยันแล้วผิดปกติ ก็ส่งตรวจแมมโมแกรม (ปลายน้ำ)
  3. ประเทศไทยพบมะเร็งเต้่านมในระยะแรก (ระยะที่ 1) น้อย ส่งผลให้ผลการรักษาไม่ดี การบริหารจัดการเพื่อให้พบมะเร็งระยะที่ 1 คือการพัฒนาประสิทธิภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
  4. การตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ หรือ BSE จึงเป็นกุญแจสำคัญ ในการค้นหามะเร็งเต้านมให้พบแต่เริ่มแรก
  5. มูลนิธิถันยรักษ์ ร่วมกับกรมอนามัย ได้พัฒนาหลักสูตร e-Learning เพื่อให้สตรีไทยสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง และได้ทำ App เพื่อให้บันทึกผลการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ในกรณีที่ตรวจเต้านมแล้วพบผิดปกคิ ก็สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปสถานบริการใกล้บ้าน เพื่อติดตามมาตรวจยืนยัน ในกรณีที่ตรวจขืนยันแล้วพบผิดปกติ จะได้รีบส่งต่อเพื่อให้สามารวินิจฉัยมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก
ผู้พัฒนา :คณาจารย์จากศูนย์ถันยรักษ์และกรมอนามัย

  1. การรักษามะเร็งเต้านม ประกอบด้วย การผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ฮอร์โมนบำบัด และการรักษาแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy)
  2. ถ้าเป็นมะเร็งระยะที่ 1 ผลการรักษาดีมาก อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี มากกว่าร้อยละ 95 และสามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านม โดยผ่าเอาเฉพาะก้อนมะเร็งเต้านมออกเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกทั้งข้าง แล้วตามด้วยการฉายแสง
  3. การพัฒนายาและเทคโนโลยีด้านรังสีรักษา ทำให้ผลแทรกซ้อนจากเคมีบำบัด และรังสีรักษา ลดลงจากเดิมมาก
ผู้พัฒนา :คณาจารย์จากศูนย์ถันยรักษ์และกรมอนามัย