- ภาพรวมทั่วโลกมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดของทั้ง 2 เพศ โดยแซงหน้ามะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนในประเทศไทย ยังเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด (ข้อมูลจาก Global Cancer 2020) โดยพบว่าเมื่อประเทศพีฒนามากขึ้น มีรายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มสูงขึ้น อัตราการเกิดมะเร็งเต้านมจะสูงขึ้นตาม เชื่อว่า เมื่อเหตุที่รายได้ต่อหัวเพิ่มสูงขึ้นอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีปัจจัยของวิถีชีวิตคนเมือง และสิ่งแวดล้อมในเมือง เป็นสาเหตุ เนื่องจากการพัฒนาประเทศส่งผลให้รายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นทุกปี จึงคาดการณ์ได้ว่าอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมมีแต่จะสูงขึ้นๆเมื่อเวลาผ่านไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวประชากร
- ปัจจัยเสียงที่สำคัญของมะเร็งเต้านมคือ เพศหญิง และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ กลยุทธ์ในการควบคุมมะเร็งเต้านมที่ทั่วโลกใช้จึงไม่ใช่การลดปัจจัยเสี่ยงเพื่อลดการเกิดมะเร็งเต้านม แต่เป็นการ ค้นหามะเร็งเต้านมให้พบในระยะเริ่มแรก เพื่อรีบนำสู่กระบวนการรักษา เนื่องจากผลการรักษาดี ผลแทรกซ้อนและ ต้นทุนการรักษาต่ำ และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งข้าง เนื่องจากสามารถผ่าตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกเท่านั้น ในกรณีที่พบในระยะเริ่มแรก
- อาการและอาการแสดงของมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยที่สุด มาด้วย พบก้อนที่เต้านม โดยส่วนมากเป็นก้อนที่ไม่มีอาการปวด อาการอื่นๆได้แก่ สีที่เต้านมเปลี่ยนไป มีรอยดึงรั้งหรือรอยบุ๋มที่เต้านม เต้านมสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน หัวนมผิดปกติ หรือมีเลือดหรือของเหลวออกมาจากหัวนม เป็นต้น
- วิธีการค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ทำเป็นขั้นๆ (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ) ต้นน้ำทำได้โดย หญิงอายุ 20 ปี ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Self Breast Examination หรือ เรียกย่อว่า BSE ) เพื่อให้ทราบว่าเต้านมปกติของตนเป็นอย่างไร ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของเต้านมไปจากเดิม ให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อไปทำการตรวจยืนยัน (Clinical Breast Examination หรือเรียกย่อว่า CBE ) ซึ่งก็คือกลางน้ำ ถ้าตรวจยืนยันแล้วผิดปกติ ก็จะส่งตัวไปเพื่อทำการตรวจด้วยแมมโมแกรมต่อไป ซึ่งคือปลายน้ำ การตรวจเป็นขั้นๆ ดังกล่าว จะทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่เริ่มต้นได้
- ปัญหาของมะเร็งเต้านมของประเทศไทยในปัจจุบันคือ พบมะเร็งเต้านมในระยะหลัง ทำให้ผลการรักษาไม่ดี อัตราการตาย และค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การแก้ปัญหาจึงต้องจัดการในเรื่องการค้นหามะเร็งเต้านมให้มีประสิทธิภาพต้นแต่ต้นน้ำ (การตรวจเต้านมด้วยตนเอง หรือ BSE) กลางน้ำ (การตรวจเต้านมโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ CBE) และปลายน้ำ (การทำแมมโมแกรม)
- มะเร็งเต้านมในประเทศที่พัฒนาในยุโรป และอเมริกา ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่จะเป็นระยะที่ 1 ซึ่งผลการรักษาดีมาก อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี มากกว่าร้อยละ 95 และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งข้าง สามารถใช้การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast Conservative Therapy หรือเรียกย่อว่า BCT) ได้ ซึ่งการจะพบมะเร็งเต้านมระยะที่ 1 ต้องพบก้อนมะเร็งเต้านมขนาดไม่เกิน 2 ซม. ซึ่งการจะพบก้อนมะเร็งขนาดไม่เกิน 2 ซม.ได้ ทำได้ 2 วิธีคือ
- วิธีแรกคือให้สตรีอายุ 40-50 ปี ทำรับการตรวจแมมโมแกรมทุก 1-2 ปี วิธีการนี้ทำได้ในประเทศที่ร่ำรวยและมีทรัพยากรพร้อม เนื่องจากต้องมีรังสีแพทย์ เครื่องแมมโมแกรม รวมถึงงบประมาณที่มากพอ สำหรับประเทศไทยที่มีทรัพยากรจำกัด และสามารถทำแมมโมแกรมได้ปีละประมาณ 2 แสนราย และคิวรอแมมโมแกรมในรายที่มีอาการและอาการแสดงที่สงสัยมะเร็งเต้านมยาว 1-3 เดือน คงอีกนานที่จะใช้วิธีการนี้ได้
- วิธีที่สอง คือ การให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องมะเร็งเต้านม ว่าเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุด และสามารถตรวจพบในระยะแรก โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงของเต้านมจากเดิม ก็ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อตรวจยืนยัน ถ้าสตรีไทยอายุ 20 ปี ขึ้นสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอได้ทุกคนแล้ว (ทำต้นน่้าให้มีประสิทธิภาพ) ผลจะไม่ต่างจากวิธีแรก แต่ใช้ทรัพยากรที่น้อยกว่ามาก และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทย
ผู้พัฒนา :คณาจารย์จากศูนย์ถันยรักษ์และกรมอนามัย