Credit ภาพ จาก อ.กิตติณัฐ พนมฤทธิ์
ระบบปฏิบัติการของการวัด / วิเคราะห์ / จัดการความรู้
การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ โดยทั้ง 3 เรื่องเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน คือ เมื่อวัดวิเคราะห์แล้ว จะเห็นจุดอ่อน และจุดแข็ง จุดอ่อนหาความรู้มาเติม จุดเข็ม ถอดบทเรียนเป็น Best practice และเมื่อได้ความรู้แล้วถึงมาจัดการความรู้
- มีวิธีเลือกตัววัดอย่างไร เพื่อวัด performance มีวิธีเก็บตัววัดอย่างไร และรู้อย่างไรว่าเครื่องชี้วัดมีความแม่น
- รู้เรา
- รู้สถานการณ์ คู่เทียบ หรือค่ามาตรฐาน เน้นที่เรื่องที่จะแข่งขัน
- รู้เขา CS
- Intermediate Customer
- End Customer
- ความคล่องตัว ตัวชี้วัดอะไร ควรวัดถี่ขนาดไหน และมอบให้หน้างานไปเก็บ และเก็บถี่ขนาดนี้แล้ว มันไวพอที่จะ detect ปัญหาหรือไม่
- มีระบบในการวิเคราะห์และทบทวนอย่างไร และจะรู้ได้อย่างไรว่า ผลการทบทวนถูกต้อง เชื่อถือได้ ไว้ใจได้ นำไปใช้และเกิดการ response
- การปรับปรุงผลการดำเนินงาน การนำผลการวิเคราะห์จะได้ข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการปรับปรุง และการความรู้ ผ่าน 3 ทางคือ
- Best practice อยู่ที่ไหน (มีวิธีค้นอย่างไร) --> กระบวนการที่ best practice คืออะไร -->ถอดบทเรียนจาก Tacit ให้เป็น Explicit Knowledge
- อะไรคือปัญหาที่เกิดซ้ำๆ เป็นโอกาสในการปรับปรุง เพื่อเป็นโอกาสพัฒนา การเกิดปัญหาซ้ำแสดงว่าขาดความรู้มา ต้องเติมความรู้ จากฐานเดิม (CQI หรือ R2R) หรือหาความรู้ใหม่ (Innovation) เพื่อนำมาแก้ไขปัญหา -->ได้ความรู้
- สามารถคาดการณ์ได้ว่าอะไรที่จะไม่เข้าเป้าหมาย และถ้าไม่ได้ตามเป้าหมาย มีการปรับปรุงหรือ เรียนรู้อย่างไรเพื่อให้เข้าเป้าหมาย-->ได้ความรู้
- การจัดการความรู้
- ความรู้จากข้อ 3 จะนำมาสู่การจัดเก็บ รวบรวม แลกเปลี่ยน ถ่ายทอด จากนั้น Feed back เพื่อนำความรู้ไปให้กับ หมวดต่างๆ ดังนี้
- หมวด 1 เพื่อปรับการนำ
- หมวด 2 เพื่อปรับยุทธศาสตร์
- หมวด 5 เพื่อปรับยุทธศาสตร์ด้านกำลังคน
- หมวด 6 เพื่อปรับกระบวนการ CPG ,วิธีปฏิบัติ
- เกิดการเรียนรู้ระดับองค์กร
- การดูแลคุณภาพและความพร้อมใช้ของระบบสารสนเทศ ทั้ง Electronic & Non electronic
ทั้งยามปกติและยามฉุกเฉิน
เอกสารอ้างอิง
- หมวด 4.1 การวัด วิเคราะห์และการปรับปรุงผลการดำเนินงาน , Draft พ.ชลทิศ ทั้งหมด
- หมวดที่ 4.2 การจัดการความรู้ สารสนเทศ และการจัดการเทคโนโลยี