Modules (click ที่รูปเพื่อดู Topics ใน Module)

สรุปแนวทางการดูแล พัฒนาการเด็ก โดยเน้นความสำคัญของช่วง "หน้าต่างแห่งโอกาส" ตั้งแต่ในครรภ์จนถึงอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สมองเติบโตสูงสุด พ่อแม่และผู้ปกครองควรได้รับ การเสริมพลัง ผ่านความรู้เรื่องโภชนาการ การนอน การทำกิจกรรมทางกาย และการจำกัดเวลาหน้าจออย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างรากฐานที่ดีทั้งทางร่างกายและสติปัญญา นอกจากนี้ยังแนะนำการใช้เครื่องมือมาตรฐาน เช่น สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (เล่มสีชมพู) และคู่มือ DSPM เพื่อติดตามการเจริญเติบโตและประเมินทักษะตามช่วงวัยอย่างเป็นระบบ หากพบความผิดปกติจะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีผ่านทักษะการดูแลของพ่อแม่ ทั้งการปกป้อง การส่งเสริม และการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เด็กเติบโตได้เต็มศักยภาพสูงสุด
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล

สรุปแนวทางปฏิบัติของ WHO และ UNICEF ชื่อ Infant and Young child Feeding ซึ่งเป็นข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเน้นย้ำถึง (1) การเริ่มให้ นมแม่ทันทีภายในหนึ่งชั่วโมงแรก หลังคลอด (2) การให้นมแม่เพียงอย่างเดียวต่อเนื่องจนถึง 6 เดือน ข้อมูลระบุว่านมแม่มีสารอาหารและน้ำเพียงพอต่อความต้องการของทารก จึงไม่จำเป็นต้องให้น้ำเปล่าซึ่งอาจลดความอยากอาหารหรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ (3) การเริ่ม อาหารเสริมตามวัย ที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการให้นมแม่ต่อเนื่องจนถึงอายุ 2 ปี เพื่อพัฒนาการทางสมองและสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะทุพโภชนาการในเด็ก แต่ยังให้ ประโยชน์ต่อสุขภาพมารดา เช่น ลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดและช่วยในการคุมกำเนิดตามธรรมชาติ ทั้งนี้ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกต้องอาศัยการสนับสนุนจากทั้ง นโยบายภาครัฐ สถานพยาบาล และครอบครัว เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตที่มีคุณภาพของเด็กทุกคน
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล

บทสรุป แสดง กำหนดการฉีดวัคซีนพื้นฐาน ของกระทรวงสาธารณสุขไทยสำหรับ ปี พ.ศ. 2568 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่เด็กไทยตั้งแต่ แรกเกิดจนถึงชั้นประถมปีที่ 6 โดยมีการระบุประเภทของวัคซีนที่จำเป็นตาม ช่วงอายุที่เหมาะสม ไว้อย่างชัดเจน อาทิ วัคซีนป้องกันวัณโรค ตับอักเสบบี และหัดเยอรมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ตารางแนวทางปฏิบัติ สำหรับเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเข้ารับการฉีดกระตุ้นให้ครบตามกำหนด ข้อมูลทั้งหมดนี้มุ่งเน้นการ วางแผนดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อร้ายแรงในกลุ่มเยาวชน ข้อมูลชุดนี้จึงเป็น คู่มือสำคัญสำหรับสถานพยาบาล และผู้ปกครองในการติดตามความสมบูรณ์ของประวัติการรับวัคซีนของบุตรหลานได้อย่างแม่นยำ
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล

สรุปจาก เอกสารของ WHO ; Child Growth Monitoring : A technical Guide เป็นคู่มือทางเทคนิคนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ การติดตามการเจริญเติบโตของเด็ก โดยเน้นการระบุสภาวะทุพโภชนาการ เช่น อาการแคระแกร็น การผอมแห้ง และภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการในระยะยาว เนื้อหาครอบคลุมถึง ขั้นตอนการวัดสัดส่วนร่างกาย ที่ถูกต้อง ทั้งการชั่งน้ำหนักและการวัดส่วนสูง รวมถึงการใช้เครื่องมือเฉพาะทางสำหรับ ทารกที่คลอดก่อนกำหนด นอกจากการระบุวิธีคำนวณ ดัชนีมวลกาย (BMI) แล้ว เอกสารยังอธิบายการตีความผลผ่าน กราฟมาตรฐานการเจริญเติบโต ขององค์การอนามัยโลกโดยใช้ค่า z-scores เพื่อจำแนกความเสี่ยงทางสุขภาพ คู่มือนี้ยังย้ำถึงความสำคัญของ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ ท้ายที่สุด ตัวอย่างกรณีศึกษาในเล่มช่วยให้เห็นภาพความสำคัญของ การประเมินภาวะโภชนาการ อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่ซับซ้อนในเด็ก
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล

คู่มือฉบับนี้จัดทำโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) ชื่อ Guidelines on Physical Activity ,Sedentary Behavior and sleep For children under years of age. แนวทางนี้ได้กำหนดมาตรฐานสากลสำหรับ กิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนอนหลับ ในกลุ่มเด็กที่มีอายุ ต่ำกว่า 5 ปี โดยเน้นความสำคัญของการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในช่วงเวลาที่ร่างกายและสมองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื้อหาครอบคลุมคำแนะนำรายวันที่เจาะจงตามช่วงวัย ตั้งแต่ ทารก วัยเตาะแตะ ไปจนถึงเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านและลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนในอนาคต หลักการสำคัญคือการสนับสนุนให้เด็ก เคลื่อนไหวร่างกายผ่านการเล่น ให้มากขึ้น พร้อมทั้ง จำกัดการใช้หน้าจอ และการถูกจำกัดพื้นที่เคลื่อนไหว เช่น การนั่งในรถเข็นเป็นเวลานานเกินไป นอกจากนี้ เอกสารยังระบุถึง เกณฑ์การนอนหลับที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตและร่างกายของเด็กอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ปกครองนำไปปรับใช้เพื่อสร้างวงจรชีวิตที่ดีใน 24 ชั่วโมงสำหรับเด็กทุกคน
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล

นำเสนอความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพัฒนาการของฟันมนุษย์ โดยจำแนกความแตกต่างระหว่างฟันน้ำนมที่มี 20 ซี่ และฟันแท้ที่มีทั้งหมด 32 ซี่อย่างชัดเจน เนื้อหาครอบคลุมถึงช่วงเวลาการงอกและการหลุดของฟันแต่ละซี่ตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยผู้ใหญ่ พร้อมอธิบายหน้าที่เฉพาะทางของฟันแต่ละประเภทในการบดเคี้ยวอาหาร นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการดูแลฟันแท้ชุดแรก (First Molar ซี่ที่ 6 ) ส่งผลต่อการเรียงตัวของฟันและภาวะโภชนาการในเด็ก ทั้งยังแนะนำระบบรหัสตัวเลขที่ทันตแพทย์ใช้เรียกชื่อฟันเพื่อความเป็นสากลและรวดเร็วในการรักษา ปิดท้ายด้วยแผนภาพสรุปที่ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจลำดับการขึ้นของฟันได้อย่างง่ายดายและถูกต้องตามหลักวิชาการ
ผู้พัฒนา :นพ.ชลทิศอุไรฤกษ์กุล