เนื้อหา (Contents)

  1. Health Screening เป็น App ที่ใช้ในการประเมินความเสี่ยงของช่วงอายุ 15 ปี ขึ้นไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยต่อจาก Child Dev ที่ใช้ประเมินความเสี่ยงในเด็ก
  2. Health Screening สามารถใช้ในแต่ละบุคคล โดย Scan QR code แล้วใส่ข้อมูลสุขภาพ ทั้งที่ได้จากประวัติ การตรวจร่างกาย หรือค่าผล Lab
  3. ในกรณีที่เป็นระดับองค์กร (ทั้งภาครัฐหรือเอกชน หรือองค์กรชุมชน เช่น อบต.เทศบาล) ต้องการที่จะนำ App Screening ไปใช้ในบุคลากรของตน ซึ่งนอกจากจะประเมินข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ยังสามารถที่จะประเมินภาพรวมทางสุขภาพของบุคลากรในองค์กรในภาพรวม เช่น ร้อยละของบุคลากรที่ น้ำหนักเกิน อ้วน อ้วนลงพุง ไขมันสูง เป็นเบาหวาน ความดันสูง เป็นต้น รายละเอียด Link ไปยัง Screening Admin
  4. ข้อมูลสุขภาพในระดับบุคคล จะเป็นข้อมูลเพื่อให้แต่ละบุคคลสามารถจัดการความเสี่ยงของตนเองได้ ผ่านการพัฒนาบุคคลให้มีทักษะในการจัดการสุขภาพด้วยตนเอง หรือมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)
  5. ภาพรวมของสุขภาพในระดับบุคคลหรือชุมชน จะเป็นปัจจัยนำเข้าในการบริหารจัดการภาพรวมของสุขภาพในภาพรวมขององค์กร
  6. เพื่อให้สามารถบริการจัดการ Health Screening ได้ จึงจำเป็นต้องมีระบบ Admin เพื่อบริหารจัดการ จึงจำเป็นต้องพัฒนา Screening Admin ขึ้น เพื่อให้องค์กรสามารถบริหารจัดการในระดับองค์กรได้ โดยพัฒนาเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Organization)

  1. การใช้ Health Screening สามารถใช้ได้ 2 แบบ คือ
    1. สามารถใช้ประเมินความเสี่ยงประเภทต่างๆ โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก วิธีนี้มีข้อเสียคือต้องกรอกข้อมูลทุกครั้งเข้าตัวแปร และไม่สามารถเก็บข้อมูลสุขภาพเพื่อให้ทราบแนวโน้มได้
    2. สม้ครสมาขิก แล้ว login เข้าระบบ ซึ่งมีข้อดีคือ ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสุขภาพที่ได้ Update ล่าสุดแล้ว จะถูกดึงออกมาโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล และสามารถที่จะดูแนวโน้มของข้อมูลสุขภาพที่ได้ทำการบันทึกเข้าไปได้
  2. การใช้ App โดยสมัครสมาชิก ดำเนินการก่อนหลังดังนี้
    1. สมัครสมาชิก Link เพื่อทำการสมัครสมาชิก
    2. Login เข้าระบบ Login เข้าระบบ
    3. Update ข้อมูลส่วนตัว Link เพื่อปรับข้อมูลส่วนตัว (ต้อง Login ก่อน)
    4. Update ข้อมูลสุขภาพ Link เพื่อ update สุขภาพ (ต้อง login เข้าระบบก่อน)
    5. นำข้อมูลจากการตรวจสุขภาพแต่ละครั้ง นำมาบันทึกใน App ข้อมูลที่ทำการบันทึกในแต่ละครั้ง จะทำให้สามารถเห็นแนวโน้มของข้อมูลด้วยกราฟ

  1. ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลคือเจ้าของข้อมูล และผู้พัฒนา App เท่านั้น โดยถ้าเจ้าของข้อมูล รักษา username และ password ของตนได้อย่างดี ก็เป็นการยากที่ผู้อื่นจะเข้าถึงข้อมูลของคุณได้
  2. เพื่อให้ password มีความแข็งแรง จึงได้กำหนดเงื่อนไขของการตั้ง password ให้มีจำนวนอักษรอย่างน้อย 8 ตัวอักษร และต้องมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ (capital letter) และอักษรพิเศษ (Special Character) อย่างน้อย 1 ตัวเพื่อให้เดาได้ยาก และใช้ Captcha (ตัวอักษรหรือตัวเลขที่เอนไปเอนมาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ Robot)
  3. ออกแบบระบบข้อมูลโดย แยกเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ออกจากช้อมูลสุขภาพทำให้
    1. เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ
    2. เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ก็ไม่สามารถรู้ว่าเป็นข้อมูลของบุคคลใด
  4. เข้ารหัสชื่อและนามสกุล (aes_encrypt) ทำให้แม้จะเข้าถึงฐานข้อมูล แต่ไม่กุญแจเพื่อไข (aes_decrypt) ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลบนฐานข้อมูลออก
  5. การเชื่อมโยงข้อมูลภาพรวม (ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล) ต้องขอความยินยอม ถ้าไม่ยินยอมก็ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ แม้จะเป็นข้อมูลภาพรวมที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล