เนื้อหา (Contents)

การใช้งาน App Child Dev มี 2 แบบ คือ

  1. แบบที่ 1.ใช้โดยไม่ต้องการบันทึกข้อมูล สามารถ
    1. ประเมินความเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ ภาวะการเจริญเติบโต (น้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบศีรษะ) พัฒนาการเด็กด้วย DSPM ในรายปกติ และ DAIM ในรายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น น้ำหนักแรกคลอดต่ำ (Low Birth Weight) และมีภาวะขาดออกซิเจนระหว่างการคลอด (Asphyxia) คัดกรองภาวะโลหิตจางในเด็ก Link
    2. ดู Video การตรวจพัฒนาการด้วย DSPM และ DAIM ในช่วงอายต่างๆ Link
    3. ประเภทของวัคซีนในเด็ก Link
    4. ฟันแท้และฟันน้ำนม Link
  2. แบบที่ 2 ต้องการบันทึกข้อมูล การใช้งานโดยย่อเป็นดังนี้
    1. สมัครสมาชิก โดย ระบุ username และ password (ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด) เพื่อใช้ในการ login เข้าระบบ และข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น กรณีที่เป็นเด็กเล็ก ผู้ปกครอง หรือครู ต้องสมัครสมาชิกให้ก่อน จนกว่าเด็กจะสามารถใช้ App เป็น จึงบอก username และ Password ให้ โดยทำเพียงครั้งเดียว
    2. Login เข้าระบบ โดยถ้าใส่ username และ password ถูกต้อง จะเข้าไปยัง Page ชี้แจงและขอความยินยอม (Inform consent) จากนั้นจะไปยัง Page ส่วนตัวของผู้ Login เข้าระบบ ซึ่งประกอบด้วยการปรับปรุงข้อมูล และการทำรายการต่าง ดังนี้
      1. การได้รับวัคซีน ช่วงอายุ 0-18 ปี
      2. น้ำหนัก ส่วนสูง (0-18 ปี) เส้นรอบศีรษะ (0-5 ปี)
      3. ตรวจพัฒนาการเด็ก (DSPM) (0-6 ปี) หรือ ตรวจพัฒนาการเด็กสำหรับกลุ่มเสี่ยง (DAIM) (0-6 ปี)
      4. ทันตสุขภาพของฟันน้ำนม (6 เดือน-6 ปี)
      5. ภาวะโลหิตจาง (0-18 ปี)
      6. ภาวะสมาธิสั้น ในเด็ก ป.1-ป.6 ด้วย KUS-SI
      7. ภาวะบกพร่องการเรียนรู้ (Learning Disorder หรือ LD) ในเด็ก ป.1-ป.6
      8. ออทิสติค ในเด็ก ป.1-ป.6
      9. ภาวะสมาธิสั้น ในเด็ก ป.1-ป.6 ด้วย SNAP-IV

ความเป็นมา
Child Care เป็น web ที่เขียนตั้งแต่ปี 2554(10 ปีที่แล้ว) โดยเขียนบันทึกการบริการเกี่ยวกับการดูแลเด็กใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ในเรื่อง การเจริญเติบโต (น้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบศีรษะ) พัฒนาการเด็กด้วย DSPM และ DAIM .การได้รับวัคซีน และทันตสุขภาพของฟันน้ำนม โดยเขียนแบบ Web base หน้าจอแบบ Desk top เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นผู้บันทึก

   10 ผ่านไป (พ.ศ.2564) เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) เป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนมี การเขียนโปรแกรมเพื่อไปแสดงหน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนมาเป็นการแสดงที่หน้าจอมือถือ และการให้ผู้รับบริการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตน มีความเป็นไปได้ในปัจจุบัน ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงของ เกณฑ์อ้างอิง น้ำหนัก ส่วนสูง ของเด็ก 6-18 ปี ซึ่งกรมอนามัยได้ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ.2564 และการเพิ่มจำนวนข้อของเกณฑ์ DSPM ในปี 2563 และ DAIM ในปี 2562 จึงถึงเวลาเปลี่ยนแปลง Child Care โดย
  1. เปลี่ยนจากเกณฑ์อ้างอิงมาตรฐานเก่าที่ใช้มานานแล้ว มาสู่เกณฑ์อ้างอิงมาตรฐานล่าสุด
  2. เปลี่ยนจากการใช้ภาษาแพทย์ที่ยากต่อความเข้าใจ มาใช้ภาษาพื้นๆที่ประชาชนเข้าใจได้ เพื่อให้เกิดทักษะในการเลี้ยงเด็ก หรือ Child Care Literacy
  3. เปลี่ยนจาก Web base เป็น Mobile base
  4. เปลี่ยนจากเจ้าหน้าที่เป็นผู้บึนทึก มาเป็นการผู้ปกครองหรือเด็กนักเรียนเป็นผู้บันทึก และสามารถ share ข้อมูลให้สถานบริการ ศูนยฺเด็กเล็กหรือโรงเรียนได้เข้าถึงข้อมูลได้ ถ้าเจ้าตัวอนุญาต
  5. เปลี่ยนจาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นหลักในการจัดบริการ มาเป็น ผู้ปกครอง เจ้าตัว ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน มาร่วมกันดูแลเด็กให้เด็กสมบูรณ์ทั้ง ร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา
การที่เปลี่ยนจุดเน้นจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นผู้จัดบริการ (provide service) แบบ Active แต่ผู้ปกครองและเด็ก Passive มาเป็นทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันสร้างนิเวศทางสังคมเพื่อให้เกิดทักษะในการเลี้ยงดูเด็ก (Participative) โดยพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงตัวเด็ก (เด็กโต) ต้อง Active (บันทึกข้อมูลเอง ประเมินเอง ตัดสินใจเอง และจัดการตนเอง ) จึงเปลี่ยนชื่อ จาก Child Care เป็น Child Care Litercy เพื่อให้ตรงกับ Concept ของผู้พัฒนา App

Child Care Literacy คือทักษะ
  1. Child Care Literacy คือ ทักษะในการเข้าถึง ทำความเข้าใจ(ใช้ทักษทางปัญญา) หรือซักถาม (ใช้ทักษะทางสังคม) ประเมินข้อมูลหรือข่าวสารที่ได้รับ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนสามารถตัดสินใจ และนำไปปฏิบัติจริงในการดูแลเด็กในปกครอง หรือดูแลตนเอง (กรณีเด็กโต) ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ จนส่งผลให้เกิดความสมบูรณ์ทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล
  2. การสอนทำได้แต่เพิ่มความรู้ แต่การจะให้เกิดทักษะต้องใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากและการปฏิบัติจริง โดยผู้ปกครอง ครูพี่เลี้ยง ครูในโรงเรียน เพื่อนร่วมชั้น และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ล้วนเป็นนิเวศทางสังคมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการฝึกทักษะ
  3. การบันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโต (น้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบศีรษะ) ข้อมูลการพัฒนาการในเด็กปกติด้วย DSPM หรือเด็กกกลุ่มเสี่ยงด้วย DAIM เพื่อประเมินเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงที่เป็นมาตรฐานในแต่ช่วงอายุ ว่าควรมีการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการอย่างไร จะนำไปสู่กระบวนการหาสาเหตุและแนวทางการปรับปรุง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายเชิงเปรียบเทียบนั้นได้
  4. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูพี่เลี้ยง ครูในโรงเรียน มีบทบามสำคัญในการพัฒนาทักษะที่เรียกว่า Child Care Literacy ให้เกิดขึ้นก่อน จากนั้นสร้างนิเวศทางสังคมของการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนให้เด็กในปกครอง หรือลูกศิษย์ให้มี Child Care Literacy

ทักษะในการเลี้ยงดูเด็ก เรียงตามอายุของเด็ก ได้ดังนี้
  1. ทักษะในการประเมินว่าเด็กแรกเกิด เป็นเด็กปกติหรือเด็กกลุ่มเสี่ยง (เช่น น้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 2500 กรัม หรือมีภาวะขาดอ๊ออกขิเจนหรือเขียวเมื่อแรกคลอด) โดยถ้าเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง ก็ต้องทุ่มเทกำลังในการเลี้ยงดูที่หนักกว่าปกติ เพื่อให้มีพัฒนาการและการเจริญเติบโตให้ทันเด็กปกติ
  2. ทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก หลังจาก 6 เดือน ให้นมแม่ร่วมกับให้อาหารเสริมตามวัย โดยสามารถให้นมแม่จนลูกอายุ 1-2 ปี
  3. ทักษะในการทำให้เด็กได้รับวัคซีนพื้นฐานที่ครบตามเกณฑ์ และสามารถประเมินความเสี่ยงจริงในพื้นที่ควบคู่กับค่าใช้จ่ายว่า เด็กควรได้รับวัคซีนทางเลือกหรือไม่
  4. ทักษะการประเมินภาวะการเจริญเติบโต (น้ำหนัก/ส่วนสูง) และรอบศีระษะ (เฉพาะ 5 ปีแรก) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 ปี และมีทักษะในการจัดการในแต่ละระดับของภาวะการเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม
  5. ทักษะในการประเมินพัฒนาการเด็กปกติด้วย DSPM หรือเด็กกลุ่มเสี่ยงด้วย DAIM ในเด็ก 0-6 ปี และมีทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการในกรณีที่พัฒนาการสมวัย หรือกระตุ้นพัฒนาการในกรณีที่พัฒนการล่าช้า
  6. ทักษะในการประเมินภาวะการพร่องโภชนาการที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมอง ได้แก่สารไอโอดีน และธาตุเหล็ก และมีทักษะในการทำให้เด็กได้รับสารอาหารเหล่านั้นอย่างเพียงพอ หรือการใช้ยาเสริมเช่นยาเสริมธาตุเหล็ก เพื่อการป้องกัน หรือเพื่อการรักษา
  7. ทักษะในการประเมินสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมเสี่ยงต่อเด็กในแต่ละช่วงวัย และจัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก หรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยง
  8. ทักษะในการดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก รวมถึงทักษะในเรื่องการป้องกันฟันผุ หรือการพาเด็กไปหาทันตแพทย์เพื่อการรักษา

หัวข้อทั้งหมดที่เกี่ยวกับการดูแลเด็ก (Child Care)
  1. ลำดับแรกคือเรื่องการได้รับภูมิคุ้มกัน (วัคซีน)ในเด็ก ซึ่งจะเริ่มฉีดตั้งแต่แรกคลอดจนถึง 12 ปี
  2. ถัดมาคือเรื่องภาวะเจริญเติบโต ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง (บันทึกได้ 0-18 ปี) ส่วนเส้นรอบศีรษะ (0-5 ปี) ซึ่งการวัดน้ำหนัก ส่วนสูงเส้นรอบศีรษะจะใช้เกณฑ์อ้างอิงขององค์การอนามัยโลกที่ประกาศใช้เมื่อปี 2006 ส่วนการวัดน้ำหนัก ส่วนสูงในเด็ก 6-18 ปีนั้นจะใช้เกณฑ์อ้างอิงของกรมอนามัยใหม่ ที่เริ่มทำในปี 2558 และประกาศใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 ทดแทนของเดิมที่ใช้เมื่อปี 2538 (20 ปีก่อน)
  3. การตรวจพัฒนาการเด็ก 0-6 ปีโดยจะแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม ความเสี่ยง
    1. เด็กปกติ จะใช้แบบประเมิน DSPM (Developmental Surveillance and Promotion Manual) ล่าสุด (2563)
    2. เด็กกลุ่มเสี่ยง คือเด็กที่น้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 2500 กรัม หรือเด็กมีภาวะขาดออกซิเจนตอนแรกคลอด โดยตอนแรกคลอดทุกราย ผู้ทำคลอดจะประเมินด้วย APGAR Score ถ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 7 จากคะแนนเต็ม 10 ถือว่ามีภาวะขาดออกซิเจนตอนแรกคลอด (Asphyxia) โดยถ้ามีการบันทึกน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 2500 หรือขาดออกซิเจนแรกคลอด จะจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง โดยโปรแกรมจะให้ไปทำแบบประเมินที่เรียกว่า DAIM (Developmental Assessment and Intervention Manual) ล่าสุด (2562)
  4. ทันตสุขภาพของฟันน้ำนม บันทึกได้ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น (6 เดือน) จนถึงซี่สุดท้ายหลุด (อายุ 12-13 ปี) เด็กมีปัญหาฟันผุกันมาก ซึ่งฟันน้ำนมผุก็จะส่งผลต่อฟันแท้ด้วย และการมีปัญหาเรื่องฟันในวัยเด็ก ก็จะกระทบไปยังวัยทำงานและผู้สูงอายุ การดูแลเรื่องฟันและช่องปากตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
  5. ภาวะการขาดไอโอดีน และโลหิตจางในเด็ก จะส่งผลต่อเชาว์ปัญญา และการขาดสารไอโอดีนและโลหิตจางเป็นภาวะที่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากการวัด ไอโอดีนในปัสสาวะเด็กนั้น เป็นเครื่องชี้วัดในระดับชุมชนว่าชุมชนนั้นขาดไอโอดีนหรือไม่ ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดในระดับบุคคล จึงไม่ได้นำเรื่องไอโอดีนมาใช้ใน App นี้ นำแต่เรื่องโลหิตจางในเด็กซึ่งจะเริ่มโลหิตจางตั้งแต่อายุ 6 เดือน จึงควรตรวจความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit หรือ Hct) ในช่วง 6 เดือน และ 12 เดือน และทำการตรวจเป็นระยะเมื่อเข้าวัยเรียน โดยเฉพาะในเด็กหญิงช่วง ป.6 ซึ่งเป็นชวงที่เริ่มมีประจำเดือน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโลหิตจางสูงกว่าเด็กชาย
  6. การประเมินภาวะเด็กที่มีพฤติกรรมผิดปกติ ได้แก่ สมาธิสั้น การบกพร่องในการเรียนรู้ (Learning Disorder หรือ LD) ออทิสติค
ถ้าสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้แก่ การได้รับวัคซีน เรื่องการเจริญเติบโต พัฒนาการ สุขภาพช่องปากและฟัน ภาวะโลหิตจางได้เป็นอย่างดี จะเป็นพื้นฐานที่จะส่งผลต่อไปยังช่วงวัยต่างๆ ทั้งหมดจึงเป็นทักษะในด้านความรอบรู้ในการดูแลเด็กหรือ Child Care Literacy

หมายเหตุ
  1. การประเมินจัดกลุ่มเด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มปกตินั้น เมื่อใส่ค่าน้ำหนักแรกคลอดและค่า APGAR แล้ว โปรแกรมจะจัดกลุ่มทันที และจะไม่มีการเปลี่ยนกลุ่ม
  2. แบบประเมิน DAIM และ DSPM นั้นจะแตกต่างกันในช่วง แรกเกิด และช่วง 2 เดือนแรกเท่านั้น โดย DAIM จะมีรายละเอียดในช่วงแรกเกิดถึง 2 เดือนแรก มากกว่า DSPM และเพิ่มเรื่องการตรวจระบบประสาทในเด็ก แต่หลัง2 เดือน แบบประเมิน DAIM และ DSPM แตกต่างกันน้อยมาก

ใครเป็นผู้บันทึกใครเป็นผู้สนับสนุน
  1. พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นผู้บันทึก โดยให้ระบุ username และ password และเมื่อเด็กโตขึ้นจนสามารถบันทึกเองได้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสนับสนุน ส่งเสริม และสอนให้เด็กบันทึกเอง (หลังจาก พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ประกาศใช้ก็ยกเลิกการใช้เลข 13 หลัก เป็น username และหมายเลขโทรศัพท์ เป็น password โดยให้กำหนด username และ password ขึ้นเองภายใต้เงื่อนไขที่โปรแกรมกำหนด)
  2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูพี่เลี้ยง ต้องสนับสนุน ส่งเสริม สอนและฝึกทักษะให้พ่อแม่ผู้ปกครองบันทึกข้อมูลได้ และอธิบายพ่อแม่หรือผู้ปกครองให้เห็นสำคัญในการเชื่อมข้อมูลไปยังสถานบริการสาธารณสุข ศูนย์เด็กเล้กหรือโรงเรียน ที่เข้าร่วมโครงการองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO เพื่อร่วมกันดูแลเด็ก
ข้อมูลที่จะทำการบันทึกได้แก่
  1. บันทึกน้ำหนัก/ส่วนสูง ในเด็ก 0-18 ปี
  2. บันทึกเส้นรอบศีรษะในเด็ก 0-5 ปี
  3. บันทึกการได้รับวัตซีน
  4. บันทึกพัฒนาการเด็ก 0-6 ปี โดยเด็กปกติบันทึกด้วย DSPM เด็กกลุ่มเสี่ยงด้วย DAIM
  5. บันทึกผลการตรวจสุขภาพฟันน้ำนม
  6. บันทึกการตรวจความเข้มข้นของโลหิตเพื่อประเมินภาวะโลหิตจาง
  7. บันทึกเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดปกติในเด็ก ได้แก่ สมาธิสั้น ,การเรียนรู้บกพร่อง (LD) และ ออทิสติค
หมายเหตุ
  1. เมื่อทำการบันทึกข้อมูลแล้ว โปรแกรมจะ save ข้อมูลและทำการเมินผลให้ว่า ภาวะการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการเป็นอย่างไร และสามารถเรียกดูย้อนหลังได้ และถ้าทำการบันทึกเป็นระยะและสม่ำเสมอ ก็จะทำกราฟแสดงแนวโน้มให้
  2. การจะทำการบันทึกข้อมูลได้ ต้องสมัครเป็นสมาชิก (Register) ก่อน ถึงจะ Login เข้ามาบันทึกข้อมูลได้